ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

เปิดบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่สะดวกรวดเร็ว ด้วยทีมงานช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่จะไปบริการซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน วัด โรงเรียน ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยคิดอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 500 บาทต่อเครื่องเท่านั้น

การให้บริการ

หากลูกค้ายืนยันการซ่อมแล้วทางเราออกเดินทาง ไปแล้วยกเลิกการซ่อมในขณะที่ทางเราเดินทางไปถึงแล้วจะต้องเสียค่าเสียเวลาและการเดินทาง 500 บาท

พื้นที่ที่บริการ

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 082-663-3157 เริ่มต้นที่ 500บาท/เครื่อง (ปล. ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )

อัตราค่าบริการ becomz

ติดต่อ : TaNDesgin โทร. 082-663-3157 www.i-comz.com

บริการหลังการซ่อม โดย www.i-comz.com

ทุกงานซ่อมรับเราประกัน 1 สัปดาห์เต็ม หากปัญหาเดิมยังอยู่ เราจะไปบริการซ่อมให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยใบ้บริการกับทาง www.i-comz.com เรามีบริการซ่อมคอมออนไลน์ฟรีให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่า

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอน wnidows sever แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอน wnidows sever แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559

Zoom Player MAX 9.6.0 Beta 3 + Crack - โปรแกรมดูหนังฟังแพลงทำงานรวดเร็วดูได้ทุกไฟล์ [O2U|CP|RB]






ZP.MAX9.6.0.Be3.C.zip | 1 Part | 21.0 MB | [O2U|CP|RB]

One-2-Up >> Click me!
Copy >> Click me!

หรือ VIP. ONLY
Rabbitfile >> Click me!
เพจคลังแสงโปรแกรม ติดตามข่าวสารอัพเดทโปรแกรม ทิป&ทริคต่างๆ >> Click me!
บล็อคคลังแสงโปรแกรม ช่องทางหลักการอัพเดทและดาวน์โหลดโปรแกรม >> Click me!




Zoom Player - โปรแกรมเล่นไฟล์มัลติมีเดียได้ทุกนามสกุลพร้อมลูกเล่นมากมาย จุดเด่นของเจ้านี่อยู่ที่ความรวดเร็วในการเปิดไฟล์ กินทรัพยากรของระบบน้อย เข้าถึงได้ง่ายครับ โดยจากการทดสอบผมเปิดไฟล์ MKV ซึ่งเป็นไฟล์หนังขนาดใหญ่เจ้านี่มันใช้เวลาทำความรู้จักกับไฟล์แค่ 3-5 วินาทีเองครับ(ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของ คอมฯของแต่ละท่าน) อ้อ อีกอย่างที่สำคัญที่บอกว่าเล่นได้ทุกไฟล์พร้อมลูกเล่นมากมายนี่มันไม่ได้โม้ นะครับ มันเป็นของจริง เพราะเจ้านี่ไม่ได้ทำมาเพื่อเล่นไฟล์มัลติมิเดียร์ได้อย่างเดียว แต่ยังสามารถเปิดหน้าเว็บต่างๆ ได้เหมือน Browser, และยังสามารถ เปิดไฟล์รูปได้แทนโปรแกรมดูรูปอีก ดูหนังไม่เต็มจอหรอไม่พอตามความ Want ของท่านก็แค่เลือ่น Scroll ของเมาส์ก็สามารถปรับขนาดหน้าจอได้อย่างง่ายๆกันแล้วล่ะครับ ลูกเล่นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการจับภาพวิดีโอขณะกำลังเล่นไฟล์, เล่นหนังจากไฟล์ Image และอีก ฯลฯ เพราะฉนั้นอย่าลืมโหลดเจ้าโปรแกรมต่างดาวนี้ไปใช้กันดูนะครับ เรียกว่ามีโปรแกรมเดียวเหมือนมีโปรแกรมรวมกัน 3-4 โปรแกรมเลยทีเดียวโอ้วววว
More information - ข้อมูลเพิ่มเติม
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ - http://www.inmatrix.com/zplayer/








ดูหนังไฟล์ระดับ HD ไม่มีสะดุด





ติดตั้งตามขั้นตอนใช้งานได้ 100%
Download 1 part
Share:

VMware Workstation 9.0.0 Build 812388 - ซอฟท์แวร์สร้าง Virtual Machine ยอดนิยม ใครเล่นเกมจอเดียวไม่พอรีบโหลด [One2up]






1 Part - File Size 409 MB - One2up

VMware Workstation 9.0.0 Build 812388 + Keygen - Click to Download

ไฟล์สำคัญให้อ่านก่อนโหลดโปรแกรมของผมทุกตัวครับ Click




VMware Workstation 9.0.0 Build 812388 - เป็น software ที่มีความสามารถในการทำ Virtual Machine บน Desktop เพื่อให้ท่านสามารถใช้ O/S หลายๆตัวไม่ว่าจะเป็น Microsoft Windows, Linux, และ Novell Netware บนเครื่องเดียวกันและพร้อมๆกันได้ และแน่นอนสำหรับ Gamer เพื่อนสามารถติดตั้งเกมลงใน Vitual ที่สร้างขึ้นมาได้และทำให้สามารถเล่นเกมๆเดียวกันได้พร้อมกันถึงสองจอครับ ซอฟท์แวร์ตัวนี้เหมาสำหรับนักพัฒนา Software และผู้ทำการทดสอบ software ซึ่งสามารถทำการทดสอบและ integration ของ multi-tier-application ไม่ว่าจะทำงานบน O/S เดียวกันหรือต่าง O/S กันบนเครื่องๆเดียวกัน และ VMware สามารถที่จะเก็บ environment เริ่มต้นเพื่อนำกลับมาใช้ได้โดยง่าย ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ legacy application สามารถใช้ VMware Workstation เพื่อให้เครื่อง desktop ของท่านสามารถ run O/S เก่าๆเช่น DOS ในการใช้งาน legacy application ในขณะที่ run O/S ใหม่ๆเพื่อทดสอบความพร้อมในการทำ migration




ScreenShot


รูปร่างหน้าตาโปรแกรมออกแบบให้ดูเรียบง่ายเหมาะสำหรับผู้เริ่มใช้รวมไปถึงผู้ใช้ขั้นสูงครับ




ติดตั้งเสร็จตามขั้นตอนใช้ได้ 100% ภาพยืนยันจากเครื่องผมเอง




Download 1 part
Share:

Knowledge : Load Balance Server คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ Load Balance

Knowledge : Load Balance Server คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ Load Balance สำหรับ Load Balance คือการทำให้ Server หลาย ๆ เครื่องกระจายและแบ่งหน้าที่กันทำงาน เพื่อรองรับการ Request จาก Client ซึ่งปกติแล้ว Load Balance จะออกแบบใช้กับระบบที่มีผู้ใช้ในคราวเดียวกันจำนวนมาก ๆ สำหรับเว็บที่มีขนาดใหญ่ และผู้ใช้จำนวนมาก การใช้ Server เครื่องเดียวอาจจะรองรับการทำงานไม่ไหว ฉะนั้นการใช้ Load Balance จะช่วยให้ Client ประจายไปใช้งาน Server ต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่ในขณะนั้น

สำหรับเว็บใหญ่ ๆ ในเมืองไทยที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ก็ใช้เทคโนโลยี่เกี่ยวกับ Load Balance เข้ามาใช้งานซะส่วนมาก เช่น อาจจะมี Server อยู่ 10 เครื่อง ที่ช่วยประจายการทำงาน และแต่ล่ะเครื่องก็จำเป็นจะต้องติดตั้งตัวโปรแกรมเหมือนกันทุกประการ 

Load Balance Server

Share:

Knowledge : DNS Server คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ DNS

Knowledge : DNS Server คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ DNS สำหรับ DNS หรือ Domain Name Server คือชื่อที่สามารถแปลงจาก Name Server ให้เป็น IP Address ของ Server ได้ เพราะความง่ายต่อการจัดการและการค้นหา จึงใช้ DNS แทน IP Address โดยตรง เช่น NS1.THAICREATE.COM และ NS2.THAICREATE.COM ซึ่งใน NS ทั้ง 2 นี้ก็จะทำการชี้ไปยังหมายเลข IP Address ของ Server ที่ต้องการ

DNS ที่เราได้ใช้ประจำ ๆ ก็คือเมื่อทำการเช่า Web Hostting ทั่ว ๆ ไป ทางผู้ให้บริการจะให้เราทำการชี้ DNS ของ Domain ไปยัง DNS ที่ผู้ให้บริการกำหนดขึ้น แทนที่จะชี้ไปยังหมายเลข IP โดยตรง

DNS
Share:

Knowledge : DNS Server คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ DNS

Knowledge : DNS Server คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ DNS สำหรับ DNS หรือ Domain Name Server คือชื่อที่สามารถแปลงจาก Name Server ให้เป็น IP Address ของ Server ได้ เพราะความง่ายต่อการจัดการและการค้นหา จึงใช้ DNS แทน IP Address โดยตรง เช่น NS1.THAICREATE.COM และ NS2.THAICREATE.COM ซึ่งใน NS ทั้ง 2 นี้ก็จะทำการชี้ไปยังหมายเลข IP Address ของ Server ที่ต้องการ

DNS ที่เราได้ใช้ประจำ ๆ ก็คือเมื่อทำการเช่า Web Hostting ทั่ว ๆ ไป ทางผู้ให้บริการจะให้เราทำการชี้ DNS ของ Domain ไปยัง DNS ที่ผู้ให้บริการกำหนดขึ้น แทนที่จะชี้ไปยังหมายเลข IP โดยตรง

DNS
Share:

Knowledge : Disk Space / Data Transfer และ Bandwidth คืออะไร

Knowledge : Disk Space / Data Transfer และ Bandwidth คืออะไร ในการเลือกใช้งาน Web Hosting ตัว Spec หรือคุณสมบัตินี่เป็นสิ่งแรก ๆ ที่ผู้ใช้บริการจะสนใจเป็นอันแรก และอันเนื่องจากเทคโนโลนี่เกี่ยวกับ Hard Disk ซึ่งในปัจจุบัน ราคาถูกมาก และเราจะพบว่าผู้ให้บริการหลาย ๆ เจ้าจะกำหนดให้ Disk และ Bandwidth เป็นแบบ Unlimited หมายถึงใช้ได้ไม่จำกัด แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป เพราะเมื่อเราใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ผู้ให้บริการจะใช้ข้ออ้างเกี่ยวกับการใช้ Resource ของ Web Server สูงเพื่อที่จะปฏิเสธการใช้งานต่อ

Disk Space คือ จำนวนเนื้อที่บน Web Hosting / Web Server ที่เราสามารถใช้งานได้ เช่น 500 MB เราจะสามารถนำไฟล์ไป Upload ใช้งานได้บน Web Hosting ทั้งหมดไม่เกิน 500 MB ทั้งนี้ปริมาณการใช้งานจะรวมถึงพวกข้อมูล Email ด้วย

Data Transfer และ Bandwidth คือ จำนวนข้อมูลออกจาก Server (บางแห่งนับทั้งเข้าและออก) เช่น เว็บไซต์มีไฟล์รูปภาพ 100KB เมื่อผู้ใช้งานเปิดเว็บไซต์ และมีการโหลดรูปนั้น ๆ ก็แสดงว่าตอนนี้ Bandwidth ถูกใช้ไป 100KB แล้ว สำหรับ Bandwidth จะรวมถึงการ FTP ออก และการส่งอีเมล์ออก ด้วย

สำหรับวิธีการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อลด Data Transfer และ Bandwidth อ่านได้จากบทความเปล่านี้






 
Share:

Knowledge : ความแตกต่างระหว่าง Linux Hosting กับ Windows Hosting

Knowledge : ความแตกต่างระหว่าง Linux Hosting กับ Windows Hosting ระบบปฏิบัติการหรือ OS ที่ทำหน้าที่เป็น Web Server ในปัจจุบันนิยมใช้อยู่ 2 ตัว คือ Windows Server และ Linux Server ส่วนข้อเปรียบเมียบว่าตัวไหนดีกว่ากันนั้น ผมไม่ขออธิบายถึง เพราะแต่ล่ะตัวก็มีความสามารถและประโยชน์การใช้งานแตกต่างกันไป แต่เป้าหมายหลักของการเลือกใช้ Windows หรือ Linux นั้น จะต้องดูจาก Application ที่เราเขียนนั้นว่าพัฒนาด้วยโปรแกรมอะไร ภาษาอะไร และใช้อะไรเป็น Database



Windows Server & IIS Web Server


Windows Server เหมาะสำหรับ Application ที่ทำงานบน Windows ทั่ว ๆ ไป เช่น Web Application ที่พัฒนาด้วย ASP , .Net Framework นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้กับพวก JSP หรือ PHP ได้ดีอีกด้วย ตัวโปรแกรม Web Server ที่ใช้จะชื่อว่า IIS (Internet Information Services) สำหรับ Windows Server เราจะพบเห็นว่าบริษัทใหญ่ ๆ ที่ต้องการความเสถียรเลือกใช้งานกันซะส่วนมาก ทั้งนี้เพราะ Interface UI ที่สามารถจัดการได้ง่าย




Linux Server & Apache , PHP and MySQL


Linux Server เป็น OS ที่เป็น Free Open Source และสามารถใช้งานได้ฟรี และมีหลายรุ่นให้เลือกมาก เช่น Cent OS , Ubuntu และอื่น ๆ ซึ่งเราจะพบเห็นว่า Web Hosting ทั่ว ๆ ไปจะเลือกใช้ Linux เป็น Web Server เพราะสามารถใช้งานได้ฟรี และรองรับการทำงานของโปรแกรม PHP กับ MySQL ได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับมุมองของ Windows Hosting และ Linux Hosting ในเมืองไทยเกือบล่ะ 90% จะบริการเฉพาะ Linux Hostingและจะมีบางที่ประมาณ 10-20 เจ้า จะมีบริการ Web Hosting ที่เป็น Windows Hosting แต่ราคานั้นก็จะสูงกว่า Linux Hosting เกือบเท่าตัว 
Share:

Knowledge : Subdomain คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ Sub Domain

Knowledge : Subdomain คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ Sub Domain ซับโดเมน (Subdomain) คือ ชื่อเว็บไซต์ย่อย ที่ถูกแบ่งย่อยมาจาก Domain หลัก เช่น โดเมนหลักคือ thaicreate.com เราสามารถสร้าง Subdomain ได้หลากหลาย อาทิเช่น news.thaicreate.com , game.thaicreate.com และอื่น ๆ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับวัถุประสงค์ของการใช้งาน 

การสร้าง Subdomain เป็นการแยกย่อยของเรื่องเนื้อหาของเว็บไซต์ และยังสามารถกระจายการทำงานของเว็บไซต์และ Serverได้ด้วย เพราะการใช้งาน Subdomain สามารถแยกแต่ล่ะ Sub ให้ทำงานใน Server ที่แตกต่างกันได้ 

Subdomain Name


ในมุมมองการเขียนเว็บไซต์หรือโปรแกรม Subdomain จะถูกมองว่าแยกออกจาก Domain หลัก และเมื่อช้งานจริง ๆ พวกตัวแปรที่เป็นของ Web Server เช่น Session และ Cookies ก็จะถูกแบ่งแยกออกจากกันด้วย 
Share:

Knowledge : Domain Name (โดเมน) คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ Domain Name

Knowledge : Domain Name คืออะไร ทำไมจะต้องใช้ Domain Name โดเมน (Domain) คือชื่อของเว็บไซต์ ที่ไม่ซ้ำกัน เช่น thaicreate.com ซึ่งชื่อโดเมนจะมีชื่อ ตามด้วย ดอท (.) เป็นนามสกุลของโดเมน ยกตัวเย่างเช่น .com .net .org ซึ่งโดเมนแต่ล่ะนามสกุล จะมีความหมายที่แตกต่างกันไป ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น .xx.th ในปีระเทศไทยจะบ่งบอกถึงประเภทของหน่วยงาน (.co.th = บริษัท) , (.ac.th = สถาบันการศึกษา) , (.go.th = หน่วยงานราชการ) โดยเมื่อมีชื่อ Domain แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ Web Hosting ซึ่ง Domain และ Web Hosting จะทำงานควบคู่กัน

Domain Name


การจดชื่อโดเมนสามารถจดกับผู้ให้บริการ Web Hosting ทั่ว ๆ ไป ซึ่งมีอยู่หลากหลายมาก การคิดราคาจะคิดเป็นรายปี โดยราคาสำหรับ .com , .net , .org จะอยู่ที่ประมาณ 300 - 600 บาท และสำหรับ .xx.th จะอยู่ที่ประมาณ 800-1,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราราคาและโปรโมชั่นของแต่ล่ะค่าย

Domain Name ค่อนข้างจะสำคัญมาก และมีวงจรชีวิตที่แน่นอน บางโดเมนมีมูลค่าหลักแสน หลักล้าน การป้องกันอีเมล์ค่อนข้างจะมีความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงวิธีการใช้งาน และ ป้องกันอย่างถูกวิธี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความนี้

Knowledge : วงจรชีวิตของ Domain Name การป้องกันการขโมยโดเมน

Share:

คำแนะนำในการเลือกใช้ Web Hosting เพื่อให้เหมาะสมกับงานและเว็บที่ใช้

คำแนะนำในการเลือกใช้ Web Hosting เพื่อให้เหมาะสมกับงานและเว็บที่ใช้ ทีมงานไทยครีเอทเองได้มีประสบการณ์และเว็บได้เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี่ Web Hosting ในเมืองไทย ตั้งแต่ยุคแพงของ Web Hosting ในเมืองไทยที่มีอยู่ไม่กี่เจ้า ราคาช่วงนั้นก็แพงกกว่าปัจจุบันหลายเท่ามาก ประเภท Domain + Host (100M) = 3,000/ปี และมีให้เลือกใช้งานไม่กี่สิบเจ้า (ปัจจุบันน่าจะหลักหลายร้อย) และก็ได้มีประสบการณ์การถูกผู้ให้บริการทิ้งความรับผิดชอบ ลอยแพ ทั้งโดเมนและข้อมูล และ ก็ยังมีให้เห็นอยู่ประปรายตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ในปัจจุบันทีมงานก็ยังคลุกคลีอยู่กับวงการ Web Server และ Hosting พอสมควร ฉะนั้นบทความนี้อยากจะขอเรียบเรียงประสบการณ์ในการเลือกใช้ Web Hosting ว่าเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับเว็บไซต์ และสามารถใช้ทรัพยากร Web Hosting ที่เราเช่าให้คุ้มค่า และป้องกันไม่ให้เลือกผู้ให้บริการที่ไร้ความรับผิดชอบ สามารถตอบสนอง ติดตามแก้ไขปัญหาเมื่อเว็บไซต์ล่มได้ตลอดเวลา

Web Hosting Option


ในการเลือก Web Hosting สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ กลุ่มเป้าหมายของลูกค้า ถ้าอยู่ในเมืองไทย ให้เช่า Web Hosting ที่อยู่ในเมืองไทย แต่ถ้ากลุ่มลูกค้าต่างชาติให้เช่า Hosting ที่อยู่ Inter เท่านั้น เพราะจะมีผลด้านความเร็วของข้อมูล และมีผลต่อ SEOในการค้นหาเว็บไซต์ด้วย

ด้านความน่าเชื่อถือ และ คุณภาพของ Server
  • ควรเลือกผู้ให้บริการที่เป็นในรูปแบบของบริษัทเท่านั้น เพราะการติดตามหาผู้รับผิดชอบจะง่ายกว่า
  • ดูจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ และ ตัวอย่างบริษัทที่ใช้บริการ มีชื่อเสียงบ้างหรือไม่
  • ใช้เครื่อง Server รุ่นอะไร ยี่ห้อ Spec อะไร หลีกหนี้ผู้ให้บริการที่เลือกใช้ PC หรือ Server ประกอบ
  • เปิดมานานแค่ไหน หรือไม่ มีผู้ใช้บ่นเรื่องบริการหรือไม่ ลองใช้การค้นหา ปัญหาผู้ร้องเรียนตามกระทู้ทั่ว ๆ ไป
  • ล่มบ่อยแค่ไหน สำหรับ Web Hosting ทั่ว ๆ ไปควรล่มไม่เกิน 1 ครั้งต่อ 1 เดือน และไม่ควรเกิน 1 ชม.
  • สถานที่ติดต่อได้สะดวก มีเบอร์โทรศัพท์พื้นฐาน และ แผนกที่รับผิดชอบแน่นอน
  • ความจริงใจต่อผู้ใช้บริการ ไม่เปิดขายหลายเว็บ เพื่อเน้นจำนวนลูกกค้า มากกว่าคุณภาพของบริการ
  • ถ้าให้ดีเลือกที่มี การันตี คืนเงิน 30 วัน เป็นต้น


คุณสมบัติ Disk/Bandwidth และ ราคา
  • เลือกใช้ Disk ที่เหมาะสมตามอัตราการใช้งาน
  • Bandwidth อันนี้สำคัญมาก อย่าเลือกผู้ให้บริการที่ใช้ Bandwidth Unlimited เด็ดขาด เพราะปัญหา Server โหลดและล่มจะตามมาไม่ช้าก็เร็ว
  • สอบถามจำนวนเว็บไซต์ต่อเครื่อง ซึ่งในทางปฏิบัติจำนวนเว็บไซต์ จะอยู่ที่ 50-60 เว็บ ต่อ 1 Server จะเหมาะสมที่สุด
  • ราคาที่เหมาะสมไม่ถูกจนเกินไป ราคาที่เหมาะสำหรับ Plan เล็กสุดคือ 1,000 บาท/ปี มีบวก-ลบ บ้างนิดหน่อย
  • เมื่อเว็บไซต์โตขึ้น มีจำนวนผู้ใช้หลัก 5 พัน/วัน ขึ้นไป ควรเปลี่ยนเป็น VPS หรือ Dedicated Server
  • สุดท้ายให้คิดเสมอว่า เมื่อราคาถูก ก็จะมีเว็บไซต์ใช้จำนวนมาก และนั่นก็คือ จะต้องมาแย่งทรัพยาการของ Server ใช้กันอย่างสนุกสนาน


Web Hosting Option


คุณสมบัติรองรับการใช้งานภาษาอะไรบ้าง
  • ถ้าเว็บพัฒนาด้วย PHP กับ MySQL ควรเลือก Linux Hosting เนื่องจากราคาไม่แพงมาก
  • ถ้าพัฒนาด้วย ASP / ASP.Net และ อื่น ๆ ควรจะเลือกใช้ Windows Hosting เพราะจะรองรันโปรแกรมเหล่านี้ได้
  • ถ้ามีข้อสงสัยอื่น ๆ ให้สอบถามไปยังผู้ให้บริการ ก่อนการตัดสินใจสั่งซื้อบริการทุกอย่าง


Web Hosting Option


คำแนะนำอื่น ๆ 
  • ถ้าต้องการความเสถียรสูงสุด ควรเลือกผู้ให้บริการที่การันตี Uptime และ รับประกันแก้ไขภายในกี่ ชม.
  • ทางเลือกในปัจจุบันเพื่อความเสถียร แนะนำให้ดูพวก Cloud Hosting หรือ Cloud Server
  • ผู้ให้บริการจะต้องให้ความมั่นใจในด้านความปลอดภัยของข้อมูล เช่น มีระบบ Backup ที่ดีหรือไม่
  • ผู้ให้บริการจะต้องมีทีม Support ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตลอด 24 ชม.
  • ผู้ให้บริการจะต้องมีระบบการจัดการติดตามแก้ไขปัญหาที่ดี และ รับผิดชอบต่อทุกปัญหา


สรุป
การเลือก Web Hosting อย่าคำนึงถึงแต่ราคาว่าถูกจนเกินไป เพราะจากประสบการณ์แล้ว เว็บไซต์เหล่านี้ เมื่อขายราคาถูก และให้ Disk/Bandwidth ในปริมาณสูง ก็จะมีเกิดปัญหาตามมาบ่อยมาก เช่น Server โหลดและล่มรายวัน ซึ่งสาเหตุนี้เกิดจาก มีจำนวนเว็บต่อ Server และใช้งานสูงเกินกว่า Server จะทำงานได้ 
Share:

จะมีเว็บไซต์เป็น (Web Site) ของตัวเองจะต้องทำอะไรบ้าง และจำเป็นจะต้องมีอะไร

จะมีเว็บไซต์เป็น (Web Site) ของตัวเองจะต้องทำอะไรบ้าง และจำเป็นจะต้องมีอะไร ในปัจจุบันการจะมีเว็บไซต์ (Web Site) เป็นของตัวเองนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก ใช้งบประมาณต่ำ สามารถใช้งานได้ภายใน 1 วัน แต่ก่อนที่จะสร้างเว็บไซต์ ขั้นแรกจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของตัวเองว่า จะทำเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร และใช้งานด้านไหน และกำหนดกลุ่มผู้ใช้ และสุดท้ายคือตัวเว็บไซต์ ว่าจะเขียนเอง จ้างเขียน หรือใช้ Open Source ที่เป็น CMS , WordPress เข้ามาจัดการ Content ต่าง ๆ 

 (Web Site)


แต่ถ้าใช้งานแค่ส่วนตัวหรือสร้าง Blog ผมแนะนำให้ใช้พวก Free Blog ที่สามารถใช้งานได้ฟรี ๆ แต่อยู่ในรูปแบบของ Sub Domain เช่น blogger.com หรือ th.wordpress.com ซึ่ง 2 ตัวนี้สามารถสร้างเว็บไซต์ที่อยู่ในรูปแบบของ Blog ได้แบบฟรี ๆ แต่จะอยู่ในรูปแบบของ Subdomain เช่น (http://weerachai.wordpress.org) โดยที่ Blog เหล่านี้จะมีรูปแบบของเว็บไซต์ หน้าตาและธีม รวมทั้งระบบจัดการ Content ที่เราสามารถปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง

หรือถ้าต้องการที่จะมีโดเมนเป็นของตัวเอง พวก .com , .net ก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ไม่สูงมากนัก โดยราคาจดโดเมนจะอยู่ที่ 350-500 บาท/ปี (สำหรับ .com ,.net) และค่าบริการ Web Hosting จะอยู่ที่ 500-3,000 บาท/ปี ขึ้นอยู่กับอัตราราคาตามที่ผู้ให้บริการเป็นผู้กำหนดขึ้น

สรุปสิ่งที่จะต้องมีเมื่อต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
  • Domain Name - ชื่อเว็บไซต์ (ค่าจดโดเมนประมาณ 300 - 500 บาท/ปี)
  • Web Hosting - พื้นที่สำหรับเก็บเว็บไซต์ (500-3,000 บาท/ปี)


Domain Name

Domain Name ในปัจจุบัน มีได้หลากหลาย เช่น .com .net .biz .org .th (แต่ล่ะตัวราคาแตกต่างกันไป)


โดยที่ทั้ง 2 บริการ สามารถใช้บริการได้จากผู้ให้บริการเจ้าเดียวกัน หรือจะเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งและคนล่ะที่กันก็ได้ ส่วนอัตราคานั้น แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ เกรดและคุณภาพ ของการบริการ และ คุณภาพของ Web
Server
 ว่าจะดี หรือ ล่มบ่อยแค่ไหน

สำหรับการเลือกใช้ชื่อโดเมน .com .net .biz .org .th ต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภท เช่น .com สามารถใช้ได้กับทุกธุรกิจ หรือพวก .co.th ในรูปแบของบริษัท และ .ac.th จะเป็นสถาบันการศึกษา

ในกรณีที่จดโดเมนและเช่าโฮสติ้งเอง เราจะต้องทำการสร้างเว็บไซต์ หรือเขียนเว็บด้วยตัวเอง หรือถ้ามีงบประมาณอาจจะใช้การจ้าง Freelance ต่าง ๆ เป็นผู้ออกแบบเว็บไซต์ให้ หรือถ้าจะง่ายที่สุดใช้พวก Open Source พวก Joomla , WordPress และ Drupal ที่สามารถนำมาติดตั้งบน Hosting ของเราได้ทันที

WordPress Joomla Drupal

Joomla , WordPress และ Drupal


ในปัจจุบันราคาค่าจด Domain Name และ Web Hosting นั้นต่ำมาก แต่เมื่อเลือกต่ำมาก ก็จะต้องแลกมากับความเสี่ยงที่สูง กับผู้ให้บริการที่ไม่มีคุณภาพ และใส่ใจ่ต่อคุณภาพของบริการ สำหรับคำแนะนำในการเลือกใช้งาน Web Hosting สามารถอ่านได้จากหัวข้อถัดไป

 (Web Site)

Domain Name + Web Hosting (www.thaicreate.com)


เว็บไซต์ thaicreate.com ปัจจุบันเราใช้การเขียนเว็บเองทั้งหมด โดยใช้ภาษา PHP และ MySQL Database และในปัจจุบัน เราใช้ Web Hosting ของ Windows Azure ที่ทำงานอยู่บน Cloud 
Share:

เข้าใจเกี่ยวกับ Web Server และ Web Hosting คืออะไร และใช้งานได้อย่างไร

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Web Server และ Web Hosting ว่า คืออะไร และใช้งานได้อย่างไร บทความในหัวข้อนี้ ตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับพื้นฐานการใช้งาน Web Server และ Web Hosting ส่วนหนึ่งเพราะบทความในไทยครีเอทส่วนมากแล้ว จะเชื่อมโยงเกี่ยวกับการใช้งาน Application บน Server โดยตรงอยู่แล้ว และจุดนี้เองยังขาดการสนับสนุนและความรู้บทความเกี่ยวกับเรื่อง Server อยู่มาก และในโอกาศนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีไม่น้อย ที่จะได้สร้างบทความที่มีประโยชน์ใว้ให้น้อง ๆ สมาชิกหรือสมาชิกคนอื่น ๆ ที่สนใจเกี่ยวกับ Web Server ได้อ่านศึกษากัน โดยบทความที่จะเขียนขึ้นในเว็บไทยครเอทต่าง ๆ อาจจะเป็นเพียงแค่พื้นฐาน Basic เกี่ยวกับ Web Server เท่านั้น ไม่เจาะลึกถึงการใช้งานในขั้นสูง เช่น พื้นฐานเกี่ยวกับ Web Server / Web Hosting การรู้จักส่วนประกอบต่าง ๆ ของ Web Server / Disk / Bandwidth รวมทั้งการติดตั้ง Web Server ทั้งบน Windows Server และ Linux Server และก็การใช้งานพวก Control Panel ของ Direct Admin / Cpanel และรายละเอียดอื่น ๆ ที่คิดว่าจะมีประโยชน์ในการใช้งาน

Web Server คืออะไร ?
เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) คือเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ทำการติดตั้ง Software เกี่ยวกับ Server ที่ทำหน้าที่บริการและส่งข้อมูลให้กับ Client ที่ทำการ Request ข้อมูล และ Web Server จะทำการ Response เพื่อส่งผลลัพธ์ไปยัง Client โดย Web Server ทั่ว ๆ ไปที่เราคุ้น ๆ กันดีคือติดตั้ง Software ที่ชื่อว่า IIS (Internet Information Services) และ Apache โดย Service เหล่านี้จะบริการข้อมูลผ่าน Port : 80 และรับส่งข้อมูลผ่าน Web Browser ส่วนมาก

Web Hosting คืออะไร ?
เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) คือบริการพื้นที่ที่อยู่บน Web Server ที่ผู้ให้บริการนำ Server ของตัวเองไปตั้งเป็น Web Server และให้บริการด้านการเช่าใช้งาน ผู้ใช้สามารถขอทำการเช่าพื้นที่เหล่านั้นมาใช้งาน โดยที่ผู้ใช้ทีหน้าที่จ่ายค่าบริการ ตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนดขึ้น และผู้ให้บริการก็มีหน้าที่ ดูแล Web Server ให้สามารถให้บริการและจัดสรรทรัพยากรให้กับผู้ใช้ สามารถที่จะใช้งานได้

Web Server Web Hosting

Web Server and Web Hosting


จากรู้เป็นการอธิบายการทำงานของ Web Server และ Web Hosting ซึ่งจะคอยทำหน้าที่บริการข้อมูล Request และ Response ค่าต่าง ๆ จาก Client โดยที่ Client นั้นจะไม่เจาะจงว่าจะใช้ระบบปฏบัติการอะไร เพียงแค่สามารถสื่อสารกันตามมาตราฐานของ Protocol ที่กำหนดขึ้นเท่านั้น

เครื่อง Computer ที่จะนำมาทำเป็น Web Server มีคุณสมบัติอย่างไร
คุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะนำมาทำเป็น Web Server นั้น จะต้องขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่นถ้าแค่นำไปใช้งานในบริษัททั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้มีผู้ใช้จำนวนมาก และไม่ได้เปิดไว้ตลอดเวลา ก็สามารถที่จะใช้ PC ทั่ว ๆ ไป ทำงานได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเป็น Web Server ที่ทำงานตลอด 24 ชม. และรองรับการทำงานในอัตราสูง จะต้องเลือกใช้เครื่อง Computer ที่ไว้สำหรับใช้งานเป็น Server โดยเฉพาะ ซึ่งได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ตลอด 24 ชม. เพราะเครื่องเหล่านี้ได้มีการใช้ Hardware ที่มีคุณภาพสูง ระบบระบายความเย็นที่ดีกว่า PC รวมทั้งคุณสมบัติความแรงก็ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานหนัก ๆ ได้โดยเฉพาะ และเครื่อง Server สามารถทำงานได้เป็นสิบปี (ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม) แต่ทั้งนี้การใช้งานจะต้องมีการซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น HDD ควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 2-3 ปี และควรจัดทำระบบ Backup ให้เหมาะสม เผื่อป้องกันการศูนย์หายของข้อมูล

ตัวอย่างของเครื่อง Computer ที่จะนำมาเป็น Web Server
เครื่อง Computer Server ที่จะนำมาเป็น Web Server ในปัจจุบันราคาไม่สูงมาก เพราะแค่มีงบประมาณ 2-3 หมื่น ก็สามารถที่จะมี Server เป็นของตัวเองได้แล้ว และเครื่อง Server ที่นิยมใช้จะเป็นแบบ Rack (แท่งสีเหลี่ยมยาว ๆ) เพราะถ้าใช้แบบ Rack ค่าบริการที่จะนำ Server ไปวางไว้ที่ Data Center (อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง) ก็จะถูกลงด้วยเช่นเดียวกัน และอีกประเภทหนึ่งคือแบบ Tower ซึ่งเหมือน PC ทั่ว ๆ ไป และตัวนี้ค่าบริการการวางที่ Data Center ก็จะเแพงเกือบเท่าตัวของ Server แบบ Rack

ในปัจจุบันเทคโนโลยี่เกี่ยวกับ Server ได้พัฒนามาไกลกว่ายุคก่อน ๆ มาก และการที่เราจะ Web Server ของตัวเอง ก็อาจจะไม่ตอ้งทำเป็นที่จะซื้อเครื่องและนำไปวางไว้ที่ Data Center อีก เพราะได้มีเทรโนโลนี่ใหม่ ๆ เกี่ยวกับ VM , VPS , และ Cloud Server และอื่น ๆ ที่สามารให้เรามี Web Server เป็นของตัวเองในราคที่ต่ำมาก และ ไม่ต้องลงทุนในการซื้อเครื่อง Server เลย

Web Server Web Hosting

เครื่อง Server แบบ Rack

Web Server Web Hosting

เครื่อง Server แบบ Tower

Software ที่ใช้สำหรับติดตั้งบน Server เพื่อเปลี่ยนให้เป็น Web Server
สำหรับ OS หรือระบบปฏิบัติการที่ใช้งานส่วนใหญ่แล้วจะมีอยู่ 2 ตัว คือ Windows Server และ Linux Server โดยที่ทั้งสอง OS จะสามารถใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบของภาษาที่พัฒนา Application เช่นถ้า พัฒนา Application ด้วย ASP,.Net ก็จะใช้ Windows Server (ใช้ IIS เป็น Web Server) แต่ถ้าพวก PHP , Python ,Java (ใช้ Apache เป็น Web Server) ก็จะใช้ Linux กันซะส่วนมาก แต่ในปัจจุบัน ภาษาพวกนี้สามารถใช้งานได้ทั้งบน Windows Server และ Linux Server ได้เช่นเดียวกัน

Web Server Web Hosting

IIS (Internet Information Services) สำหรับ Windows Server

Web Server Web Hosting

Apache สำหรับ Linux Server ซึ่งส่วนมากแล้วจะใช้ร่วมกับภาษา PHP , MySQL Database 

นอกจากนี้เทคโนโลยี่เกี่ยวกับ Web Server ยังมีอีกหลายตัวที่ไมได้พูดถึง แต่ก็เป็นส่วนน้อยมากและเฉาะกลุ่มที่จะได้รู้จักและใช้งาน เพาะฉะนั้นในบทความนี้และบทความถัด ๆ ไป จะเน้นเฉพาะการใช้งาน Windows Server (IIS) กับ Linux (Apache)เท่านั้น 
Share:

การใช้งาน Email และการส่งอีเมล์ด้วย PHP Script บน Cpanel

การใช้งานส่ง Email ด้วย PHP Script และ SMTP ของ Cpanel ในกรณีที่เราเช่า Cpanel Web Hosting เพื่อใช้งานระบเว็บไซต์และใช้งาน Email เราจะสามารถใช้การส่งอีเมล์ออกจาก Web Hosting ได้ทันที ซึ่งวิธีในบทความก่อนหน้าจะเป็นการส่งอีเมล์ Account ใช้ผ่าน Webmail และ Outlook แต่ถ้าจะง่ายกกว่านั้น เราไม่ต้องสร้าง Account แต่สามารถใช้การส่งจาก Script ของ PHP โดยใช้ nobody ได้ทันที หรือในกรณีที่มี Account บน Cpanel แล้ว ก็สามารถใช้ PHP เพื่อทำการส่งในรูปแบบของ SMTP ก็ได้เช่นเดียวกัน

ในมุมมองของ Cpanel การส่งด้วย Script จะถูกมอง่าคือ nobody และ Hosting บางแห่งจะไม่อนุญาติให้ส่งด้วย Script PHPที่ไม่ผ่านการ Authen ผ่าน SMTP ฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ในการส่งอีเมล์ควรใช้แบบ PHP กับ SMTP ด้วยทุกครั้ง

Example 1 การส่งอีเมล์ไปยังปลายทางด้วย Script ของ PHP

mail.php
01.<html>
02.<head>
03.<title>ThaiCreate.Com</title>
04.</head>
05.<body>
06.<?php
07.$strTo "thaicreate-admin@hotmail.com";
08.$strSubject "Testing send mail";
09.$strHeader "From: webmaster@thaicreate.com";
10.$strMessage "My Body & My Description";
11.$flgSend = mail($strTo,$strSubject,$strMessage,$strHeader);
12.if($flgSend)
13.{
14.echo "Mail sending.";
15.}
16.else
17.{
18.echo "Mail cannot send.";
19.}
20.?>
21.</body>
22.</html>


เมื่อทำการทดสอบ

Cpanel Send Mail Using PHP

ปลายทางได้รับอีเมล์ อ่านเพิ่มเติม PHP Sending Email


Example 2 การส่งอีเมล์ไปยังปลายทางด้วย Script ของ PHP ผ่าน SMTP สำหรับวิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยว่า Email ถึงปลายทางหรือไม่ เพราะถ้าไม่ถึงปลายทาง จะมีการตอบกลับถึงสาเหตุ และบาง Hosting จะยิมยอมให้ Script ของ PHP สามารถทำการส่ง Mail จาก Web Hosting ด้วย SMTP เท่านั้น (ไม่สามารถใช้ตามตัวอย่างแรกได้)

การสร้าง Email Account การใช้งาน SMTP อีเมล์กับ Outlook บน Cpanel

สร้าง Email Account บน Cpanel ให้เรียบร้อยก่อน

smtp.php
01.<html>
02.<head>
03.<title>ThaiCreate.Com</title>
04.</head>
05.<body>
06.<?php
07.require_once('class.phpmailer.php');
08.$mail new PHPMailer();
09.$mail->IsHTML(true);
10.$mail->IsSMTP();
11.$mail->SMTPAuth = true; // enable SMTP authentication
12.$mail->SMTPSecure = ""// sets the prefix to the servier
13.$mail->Host = "mail.thaicreate.com"// sets as the SMTP server
14.$mail->Port = 25; // set the SMTP port for the server
15.$mail->Username = "admin@thaicreate.com"// username
16.$mail->Password = "password"// password
17.$mail->From = "admin@thaicreate.com"// "name@yourdomain.com";
18.$mail->FromName = "www.ThaiCreate.Com";  // set from Name
19.$mail->Subject = "Test sending mail.";
20.$mail->Body = "Test Mail Description";
21.$mail->AddAddress("thaicreate-admin@hotmail.com""Weerachai Nukitram"); // to Address
22.$mail->Send();
23.?>
24.</body>
25.</html>


เมื่อทดสอบการทำงาน

Cpanel Send Mail Using PHP

อีเมล์ถุกส่งไปยังปลายทาง สำหรีบตัวอย่างที่ 2 จะใช้ library ของ phpmailer สามารถอ่านต่อได้ที่นี่ ส่งอีเมล์ด้วย SMTP / POP 
Share:

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 082-663-3157

Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Followers

Blog Archive