ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

เปิดบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่สะดวกรวดเร็ว ด้วยทีมงานช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่จะไปบริการซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน วัด โรงเรียน ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยคิดอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 500 บาทต่อเครื่องเท่านั้น

การให้บริการ

หากลูกค้ายืนยันการซ่อมแล้วทางเราออกเดินทาง ไปแล้วยกเลิกการซ่อมในขณะที่ทางเราเดินทางไปถึงแล้วจะต้องเสียค่าเสียเวลาและการเดินทาง 500 บาท

พื้นที่ที่บริการ

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 082-663-3157 เริ่มต้นที่ 500บาท/เครื่อง (ปล. ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )

อัตราค่าบริการ becomz

ติดต่อ : TaNDesgin โทร. 082-663-3157 www.i-comz.com

บริการหลังการซ่อม โดย www.i-comz.com

ทุกงานซ่อมรับเราประกัน 1 สัปดาห์เต็ม หากปัญหาเดิมยังอยู่ เราจะไปบริการซ่อมให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยใบ้บริการกับทาง www.i-comz.com เรามีบริการซ่อมคอมออนไลน์ฟรีให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่า

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ news แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ news แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ไทย-พม่าชื่นมื่น ผู้นำ 2 ประเทศ เร่งเดินหน้าสานต่อความร่วมมือ


วันนี้( 7 พ.ย.)  ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายญาณ ทุน รองประธานาธิบดีสหภาพเมียนมาร์ เข้าเยี่ยมคารวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงไทย-เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1 ในฐานะประธานร่วมฝ่ายเมียนมาร์  โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธานฝ่ายไทย
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า มีโอกาสได้พบกับนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ ในการประชุม ASEM  ซึ่งประธานาธิบดีมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ทวาย และรับจะเร่งให้คณะทำงานร่วม ดำเนินการโดยเร็ว เช่นเดียวกับรัฐบาลไทยก็พร้อมผลักดันและสนับสนุนให้โครงการทวายเดินหน้าโดย เร็วที่สุด ซึ่งเชื่อมั่นว่าการประชุมในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้ทั้งสองฝ่าย ร่วมกันดำเนินโครงการสำคัญนี้ โดยในการประชุมนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นควรว่าจะต้องมีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการให้ชัดเจน เพื่อกำหนดโครงการในส่วนที่ควรเร่งดำเนินการตามที่เคยได้หารือกับ ประธานาธิบดีเมียนมาร์ไว้
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ไทยยังจะให้ความสำคัญในการพัฒนาชุมชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ด้วย ทั้งนี้หวังว่าจะได้มีโอกาสพบหารือกับประธานาธิบดีเมียนมาร์ ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 21 ที่ประเทศกัมพูชา และอาจมีการแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับผลการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงใน ครั้งนี้ด้วย ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการเชิญชวนประเทศที่มีศักยภาพและสนใจให้เข้ามามีส่วน ร่วม  ทั้งนี้ไทยยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือเพื่อการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งขณะนี้ไทยได้ดำเนินการซ่อมแซมสะพานมิตรพานแม่สอด-เมียวดี และกำลังพัฒนาถนนเมียวดี-กอกะเร็ก ซึ่งต้องขอบคุณเมียนมาร์ที่ได้อำนวยความสะดวก พร้อมขอการสนับสนุนจากรัฐบาลเมียนมาร์ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งไทยกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการสร้างถนนต่อจากกอกะเร็กเชื่อมโยงไป ยังเมาะลำใยด้วย
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวว่า ภาคเอกชนไทยก็สนใจในเขตการพัฒนาอื่นๆในเมียนมาร์ด้วย โดยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปเยี่ยมชนพื้นที่ในโอกาสต่อไป ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอให้รองประธานาธิบดีเมียนมาร์ช่วยติดตามความคืบหน้าการ เปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ของชุมชนในพื้นที่  ขณะที่รองประธานาธิบดีเมียนมาร์ ได้กล่าวแสดงความมั่นใจว่า การเดินทางมาเยือนไทยในครั้งนี้จะเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดี ระหว่างทั้งสองประเทศ และมีความยินดีที่นักลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนชาวไทยสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์เป็นอันดับ  2 หรือร้อยละ 26.9 ซึ่งการเข้าไปลงทุนจะทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับรองประธานาธิบดีเมียนมาร์ ว่า ไทยยินดีที่จะมอบเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันแก๊สจากโรงงานไฟฟ้าหนองจอกและโรง ไฟฟ้าลาดกระบังไปติดตั้งที่กรุงย่างกุ้ง ซึ่งเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือด้านพลังงานดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศเมียนมาร์ โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพกิจกรรมระหว่างประเทศที่สำคัญ อาทิ การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ และการประชุม WEF เป็นต้น
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีและรองประธานาธิบดีเมียนมาร์ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบหนังสือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการจัดตั้งกลไกคณะ กรรมการร่วมไทย-เมียนมาร์เพื่อการพัฒนาที่ครอบคลุมในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ระหว่างรมว.ต่างประเทศของไทย กับ รมว.อุตสาหกรรมเมียนมาร์
Share:

"จงรัก" ชี้ ข่าวการลอบสังหาร"แม้ว"มีมูล


วันนี้(7 พ.ย.)  ที่รัฐสภา พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ส.ว.สรรหา ในฐานะอดีตรอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการจับกุมอาวุธสงครามบริเวณภาคเหนือจนโยงไปสู่ข่าวการลอบ สังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่จะเดินทางมายัง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ว่า  ข่าวการลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีมูลหรือไม่ เป็นเรื่องความรู้สึกนึกคิดของบุคคล  ที่อาจมีความคิดเห็นแตกต่างออกไป แต่สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ  เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในเรื่องนี้ อาจมีความเชื่อว่า อาจถูกลอบสังหารจริง เพราะที่ผ่านมาเคยถูกลอบสังหารมาแล้วหลายครั้ง จึงเชื่อว่ามีมูล ซึ่งเป็นธรรมดาที่คนเคยถูกปองร้ายก็จะต้องมีความระแวงสงสัยว่าอาจถูกปองร้าย อีก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะเคยถูกลอบปองร้ายมาแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะต้องมีความสงสัยและเชื่อไปเช่นนั้น
 “เท่าที่ผมจำได้ ครั้งแรกที่มีการระเบิดเครื่องบิน  ของสายการบินไทยที่สนามบินดอนเมือง ผมได้รับการแต่งตั้งให้เข้าไปสอบสวนในเรื่องนี้ถ้าวันนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาขึ้นเครื่องตามหมายกำหนดการ ก็คงถูกระเบิดไปพร้อมเครื่องบิน  ไปแล้ว แต่เผอิญ พ.ต.ท.ทักษิณ แวะที่อื่นก่อนจึงเดินทางมาล่าช้ากว่ากำหนดเครื่องบินจึงระเบิดไปก่อน ผมเป็นคนเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นคนแรก พร้อมผู้เชี่ยวชาญของไทย และต่อมาก็มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาร่วมตรวจสอบสาเหตุระเบิดแต่ ในที่สุดคดีดังกล่าวก็ยุติลงไปโดยมีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญว่าเครื่องบิน จอดตากแดดนานเกินไปจนเกิดความร้อนไปถึงถังน้ำมันเชื้อเพลิงจนเกิดระเบิด ขึ้น”พล.ต.อ.จงรักกล่าว  และว่าจึงเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย เพราะตนเห็นเครื่องบินทั่วไปไม่ว่าที่ไหนใน  โลกก็จอดตากแดดกันทั้งนั้น ไม่เห็นระเบิดเลย โดยเฉพาะในประเทศแอฟริกาหรือตะวันออกกลางที่อากาศร้อนก็ยังไม่ได้ข่าวว่ามี การระเบิด
พล.ต.อ.จงรัก กล่าวด้วยว่า จากนั้นก็มีข่าวการลอบวางระเบิด พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ ถนนจรัลสนิทวงศ์  เชิงสะพานซังฮี้ โดยใช้เครื่องจุดระเบิด กะระยะเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ    เดินทางออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า ย่านบางพลัด แต่เผอิญ พ.ต.ท.ทักษิณออกจากบ้านก่อนกำหนด  คนร้ายจึงกระทำการไม่สำเร็จ เพราะไม่ตรงเวลาที่คาดการณ์ไว้ และนอกจากนั้นก็อาจมีเหตุการณ์  อื่น ๆ อีก ส่วนคนที่ไม่เคยถูกปองร้ายมาเลย นั่งอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ดูตอนเช้าก็อาจไม่เชื่อเพราะไม่เคยมีศัตรู และไม่มีส่วนได้เสียใด อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาดูเหตุการณ์ที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงน่าจะเป็นที่ยุติได้ว่าที่ผ่านมามีคนต้องการจะสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ จริง แต่ปัจจุบันนี้จะมีคนต้องการสังหารหรือไม่ ก็คงต้องติดตามผลการสืบสวนของผู้เกี่ยวข้องต่อไป
Share:

พยาบาล”ฮึ่มเคลื่อนไหวต่อไม่พอใจคำตอบ สธ.


วันนี้( 7 พ.ย.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมผู้เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุข และตัวแทนเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุข ว่า พยายามหาตำแหน่งมาบรรจุให้ลูกจ้างชั่วคราว 11,000 ตำแหน่งที่ทำงานตั้งแต่ปี 2548-2550 ก่อน เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.ปีหน้าบรรจุได้ประมาณ 4,000 ตำแหน่งโดยพิจารณาตามลำดับความสำคัญของวิชาชีพที่ขาดแคลนในแต่ละโรงพยาบาล ส่วนที่เหลือจะพยายามคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ไม่ได้ทอดทิ้งจะหารูปแบบการจ้าง เช่น เป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (ก.สธ.) มีสิทธิประโยชน์ สวัสดิการเหมาะสม ส่วนความไม่มั่นคงของการจ้างงานปีต่อปี ก็อาจปรับเป็น 5-10 ปี สามารถกู้เงิน ใช้หลักฐานไปติดต่อสถาบันการเงินได้ ค่าแรงก็เพิ่มขึ้น 120% ลาศึกษาต่อ  ลาหยุดได้ ขึ้นเงินเดือนทุกปี มีความก้าวหน้าในหน้าที่ ส่วนสวัสดิการครอบครัวจะพยายามหารูปแบบที่เหมาะสมให้
“ผมเข้าใจว่าน้อง ๆ ตกระกำลำบากมานาน เราพยายามหาทางออกให้อย่างดีที่สุด วินวินกันทุกคน เรื่องนี้ต้องเสร็จภายในเดือน พ.ย. นี้ คือได้ข้อตกลงที่จะเดินหน้าต่อ แต่การบรรจุเป็นข้าราชการต้องดูข้อบ่งชี้ว่าจะเลือกใครมาก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นเดือน ทั้งนี้จากการหารือน้องๆเห็นด้วยในหลักการ เพียงแต่ยังไม่เข้าใจว่าสวัสดิการที่ดีขึ้นคืออะไรก็ต้องไปคุยรายละเอียด กัน”นพ.ประดิษฐ กล่าว
นายสราวุฒิ ที่ดี ประธานเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า พยาบาลลูกจ้างชั่วคราวทุกคนต้องได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการทั้งหมด ถ้าเป็นพนักงาน ก.สธ. ต้องเป็นเหมือนกันทั้ง 21 สาขาวิชาชีพ  อย่างไรก็ตามในวันที่ 22 พ.ย. จะมีการประชุมสมาคมพยาบาลวิชาชีพแห่งเอเชียแปซิฟิก นำวิกฤติพยาบาลไทยมาเป็นข้อหัวในการหารือ และในวันดังกล่าวคงมีการประกาศยกระดับการต่อสู้ให้เข้มข้นขึ้น ตั้งแต่หยุดงานไปจนถึงการลาออก โดยได้ล่ารายชื่อพยาบาลลูกจ้างชั่วคราวสนับสนุน ล่าสุดมีผู้เห็นด้วยแล้ว 1 หมื่นราย
ด้าน นายศรีรัตน์ คงสิน ตัวแทนเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กล่าวว่า ถ้าได้ตำแหน่งข้าราชการมา 4,000 ตำแหน่งก็ต้องหารกันทุกวิชาชีพ คาดว่าพยาบาลได้พันกว่าตำแหน่ง คงไม่พอใจ  เพราะที่อยากได้คือ  1.7 หมื่นตำแหน่ง ส่วนการเป็นพนักงาน ก.สธ.นั้นต้องดูว่าเงื่อนไข ก.สธ.ได้อะไร ถ้าทุกวิชาชีพเป็น ก.สธ.ทั้งหมด พยาบาลก็รับได้ ไม่ใช่ว่าพยาบาลเป็น ก.สธ.แต่แพทย์ เภสัชกร เป็นข้าราชการคงรับไม่ได้เหมือนกัน.
Share:

รองปลัดกห. เผยส่งผลสรุปถอดยศ “มาร์ค” ให้ “สุกำพล” แล้ว


วันนี้ (7 พ.ย.) ที่กระทรวงกลาโหม รายงานข่าวแจ้งว่า ภายจากที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการกรณีการบรรจุเข้ารับราชการ การขึ้นทะเบียนกองประจำการ และการแต่งตั้งยศ ร.ต.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีพล.อ.ม.ล.ประสบชัย  เกษมสันต์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฯ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการฯได้ประชุม เพื่อตรวจสอบข้อกฎหมายและกฎระเบียบของกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้ข้อสรุปว่า 1.นายอภิสิทธิ์ไม่ได้มารายงานตัวเพื่อตรวจเลือกการเกณฑ์ทหาร 2.ไม่ได้มีการขอผ่อนผันตามระเบียบ และ3.การเข้ารับราชการเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร.นั้นไม่ถูกต้อง

 “ทางคณะกรรมการฯได้ข้อสรุปว่านายอภิสิทธิ์ใช้เอกสารไม่ถูกต้องสมัครเข้า รับราชการทหาร ดังนั้นจึงมีมติให้ใช้กฎกระทรวงกลาโหมดำเนินการถอดยศ ร.ต. ของนายอภิสิทธิ์ พร้อมทั้งพิจารณาเรียกเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ทางราชการหรือเบี้ยหวัดคืน โดยได้ส่งเรื่องทั้งหมดไปให้ พล.อ.อ.สุกำพลแล้ว ขณะนี้กำลังรอให้พล.อ.อ.สุกำพลลงนามเท่านั้น
สำหรับการดำเนินการต่างๆที่ดูเหมือนทิ้งช่วงนั้น เพราะในกฎหมายระบุให้กระทรวงกลาโหมส่งหนังสือไปถึงผู้ถูกร้องคือนาย อภิสิทธิ์นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงต่อคณะกรรมการฯภายใน 2 สัปดาห์ โดยทางคณะกรรมการฯได้แจ้งไปยังนายอภิสิทธิ์แล้ว แต่นายอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้เข้ามาชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานมาให้คณะกรรมการฯ ตามระยะเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตามหลังจากที่พล.อ.อ.สุกำพล ได้ลงนามแล้วจะแถลงเรื่องนี้อีกครั้ง” แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม กล่าว

ด้านพล.อ.ม.ล.ประสบชัย กล่าวว่า ทางคณะกรรมการฯได้พิจารณาการเข้ารับเกณฑ์ทหาร การขอผ่อนผัน และการบรรจุเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร. ว่าทั้งหมดถูกต้องหรือไม่ ซึ่งได้นำผลสรุปส่งให้ พล.อ.อ.สุกำพล เรียบร้อยแล้วคาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีความชัดเจนอีกครั้ง ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการฯให้โอกาสนายอภิสิทธิ์ทุกอย่าง เพื่อแสดงความถูกต้องโดยได้ทำหนังสื่อเชิญนายอภิสิทธิ์เข้าให้ข้อมูลต่อคณะ กรรมการฯ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์เคยให้ข้อมูลกับสภาผู้แทนราษฎรหรือสถานที่ต่างๆและมี หลักฐานอยู่ของตนเองอยู่ก็ขอนำหลักฐานต่างๆดังกล่าวชี้แจงต่อคณะกรรมการฯ หรือจะส่งเอกสารมาก็ได้ เพื่อตรวจสอบดูว่าเอกสารของนายอภิสิทธิ์นั้นใช้ได้หรือไม่ แต่ทางนายอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้มาชี้แจง และไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากรมว.กลาโหมลงนามในผลสรุปของคณะกรรมการฯ กรณีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้วนั้นผลสรุปจะถูกส่งไปยังกรมเสมียนตรา กระทรวงกลาโหม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในการถอดยศและเรียกคืนเบี้ยหวัดทั้งหมดคือจากนาย อภิสิทธิ์ ตั้งแต่บรรจุเข้ารับราชการทหารวันแรก พร้อมทั้งกระทรวงกลาโหมจะส่งผลสรุปให้กับทางผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการต่อ ไปด้วย
Share:

ผีบุกหลอนบรากาลิ่ว16ทีมชปล.


    ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม H เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังของอังกฤษ มีคิวบุกไปเยือน บรากา ของ โปรตุเกส โดยเกมนี้ "ผีแดง" พัก โรบิน ฟาน เพอร์ซี ดาวยิงฟอร์มฮอต ไว้ข้างสนาม และส่ง ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ลงเล่นเป็นหน้าเป้า

    ครึ่งแรกเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ครองเกมได้เหนือกว่า ขณะที่ บรากา พยายามโจมตีด้วยการโต้กลับ และมีโอกาสลุ้นประตูสวยๆ หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่คมพอที่จะส่งบอลผ่านมือ ดาวิด เด เคอา เข้าไปซุกก้นตาข่ายได้จบ 45 นาทีแรกสกอร์จึงยังอยู่ที่ 0-0

    เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียง 4 นาที เจ้าบ้านก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ จอนนี อีแวนส์ เข้าไปทำฟาวล์ใส่ คัสโตดิโอ และอลัน ก็สังหารเข้าไปไม่พลาด บรากา จึงออกนำก่อน 1-0 จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไฟสนามดับจนเกมต้องหยุดหลายนาที และเมื่อกลับมาเล่นกันอีกครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็แก้เกมด้วยการส่ง ฟาน เพอร์ซี ลงมาเล่นแทน แดนนี เวลเบ็ค ในนาทีที่ 64 ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเมื่อ "อาร์วีพี" ส่องให้ ปิศาจแดง ไล่ตามมาเป็น 1-1 ได้สำเร็จในนาทีที่ 80 ก่อนที่ เวย์น รูนีย์ และชิชาริโต จะมาบวกเพิ่มอีกคนละเม็ดในนาทีที่ 84 (จุดโทษ) และ90+2 ตามลำดับทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาแซงชนะ บรากา อย่างสนุก 3-1

    จากชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มี 12 คะแนนเต็มจากการลงเล่น 4 นัดนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม H และสามารถตีตั๋วเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้แน่นอนแล้ว ส่วน บรากา มี 3 คะแนนจากการลงเล่นเท่ากันรั้งบ๊วย


สิงห์เปิดบ้านสอยชัคเตอร์
    กลุ่ม E เชลซี อีกหนึ่งตัวแทนจากเมืองผู้ดี ต้องลุ้นหนักทีเดียว ก่อนจะเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เฉือน ชัคเตอร์ โดเนสต์ค จากยูเครน ไปได้หวุดหวิด 3-2 โดย "สิงห์บลูส์" ได้ประตูจาก เฟร์นานโด ตอร์เรส นาทีที่ 6, ออสการ์ นาทีที่ 40 และวิคเตอร์ โมเซส นาทีที่ 90 ขณะที่ทีมเยือนแก้คืนได้จาก วิลเลียน ในนาทีที่ 9 และ47 ทำให้ เชลซี มี 7 คะแนนจาก 4 นัดนำเป็นจ่างฝูงของกลุ่ม E ขณะที่ ชัคเตอร์ มี 7 คะแนนจากการลงเล่นเท่ากันอยู่อันดับ 2

     ผลคู่อื่น กลุ่ม E ยูเวนตุส ชนะ นอร์เชลลันด์ 4-0,
     กลุ่ม F บาเยิร์น ชนะ ลีลล์ 6-1, บาเลนเซีย ชนะ บาเต 4-2,
     กลุ่ม G เบนฟิกา ชนะ สปาร์ตัก มอสโก 2-0, เซลติก ชนะ บาร์เซโลนา 2-1,
     กลุ่ม H คลูช แพ้ กาลาตาซาราย 1-3
Share:

“โอบามา” เข้าทำเนียบขาวทำงานต่อทันที


วันนี้ ( 8 พ.ย. ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐเมริกาว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ เดินทางกลับเข้าทำงานยังทำเนียบขาวต่อทันที เมื่อวันพุธ หลังสามารถคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ทำให้เขาครองเก้าอี้ผู้นำสหรัฐได้อีกหนึ่งสมัย โดยเรียกร้องขอความร่วมมือจากพรรครีพับลิกันในการทำงานเพื่อแก้ไขวิกฤต เศรษฐกิจที่เรื้อรังมานาน
โอบามา ซึ่งเดินทางกลับเข้าทำเนียบขาวพร้อมครอบครัว เมื่อช่วงดึกของวันพุธ ต่อโทรศัพท์สายตรงไปยังนายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังพรรครีพับลิกันซึ่งโบห์เนอร์เป็นสมาชิก ครองเสียงข้างมากในสภาฯได้อีกหนึ่งสมัย เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการหาแนวทางแก้ไขปัญหามาตรการ “ฟิสคอล คลิฟฟ์” หรือ “หน้าผาทางการคลัง”  ที่หมายถึงการปรับขึ้นภาษี และปรับลดงบประมาณรายจ่ายภาครัฐครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันที ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. ปีหน้า หากรัฐบาลสหรัฐ และสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงลดรายจ่ายภาครัฐให้ได้ตามเป้า ซึ่งอาจทำให้สหรัฐต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้ง
โอบามายังต่อสายตรงเพื่อร่วมหารือกับนายมิตช์ แม็คคอนเนล ผู้นำพรรครีพับลิกัน ซึ่งยังคงถือเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ตลอดจนนายแฮรี ไรด์ ประธานวุฒิสภา สังกัดพรรคเดโมแครต และนางแนนซี เปโลซี ผู้นำเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือในเรื่องเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม โบห์เนอร์ กล่าวว่า อาจใช้มาตรการ “ชั่วคราว” เพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว ก่อนวันทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 21 ม.ค. 2556  ซึ่งเป็นแนวทางที่โอบามาไม่เห็นด้วยมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ โอบามาสร้างสถิติเป็นผู้นำสหรัฐคนแรก ในรอบ 70 ปี หลังอดีตประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ที่ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ขณะที่อัตราว่างงานในประเทศสูงกว่า 7.4% และเป็นผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคนที่ 2 ถัดจากอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ที่ครองเก้าอี้ผู้นำสหรัฐ 2 สมัย นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
ขณะที่คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งรัฐฟลอริดา ซึ่งมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 29 เสียง เป็นรัฐสุดท้ายที่ยังไม่ประกาศผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ โดยโอบามามีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งอยู่ที่ 303 เสียง ชนะนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกันขาดลอย ทั้งนี้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของรอมนีย์อยู่ที่ 206 เสียง.
Share:

แผ่นดินไหวกัวเตมาลาตายพุ่ง48ศพ


วันนี้ ( 8 พ.ย. ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวเตมาลาซิตี ประเทศกัวเตมาลา จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุด จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง 7.4 ริคเตอร์ นอกชายฝั่งกัวเตมาลา เมื่อวันพุธ ว่าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 48 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 155 ราย และอิทธิพลรุนแรงของแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายให้แก่อาคารบ้านเรือนจำนวน มาก
ประธานาธิบดีออตโต เปเรซ โมลินา แห่งกัวเตมาลา แถลงว่า พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ไกลถึงประเทศเอล ซัลวาดอร์ และกรุงเม็กซิโกซิตี ของประเทศเม็กซิโก ส่งผลให้มีการประกาศเตือนภัยสึนามิตลอดแนวชายฝั่งเอลซัลวาดอร์ ไปจนถึงตอนเหนือของเม็กซิโก
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่ ติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน ใน 6 เขตของรัฐซาน มาร์กอส ที่อยู่ติดชายแดนเม็กซิโกห่างจากกรุงกัวเตมาลาซิตีไปทางตะวันตกราว 250 กิโลเมตร นอกจากนี้ มีรายงานผู้สูญหายแล้ว 100 คน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างน้อย 131 หลัง
โมลินากล่าวด้วยว่า ทางการได้จัดตั้งศูนย์อพยพขึ้นแล้ว 11 แห่ง สามารถรองรับประชาชนได้รวมกันราว 800 คน ขณะที่รายงานของกระทรวงพลังงานระบุว่า บ้านเรือนราว 73,000 หลังตกอยู่ในภาวะขาดแคลนกระแสไฟฟ้าแล้ว
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ ( ยูเอสจีเอส ) รายงานว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.35 น. ตามเวลามาตรฐานสากล ( 23.35 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) มีจุดศูนย์กลางลึกลงไปใต้พื้นดิน 41.6 กิโลเมตร ห่างจากรัฐแชมเปอร์ริโกไปทางตอนใต้ราว 24 กิโลเมตร และห่างจากกรุงกัวเตมาลาซิตีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 163 กิโลเมตร
ด้านสำนักงานวิทยาแผ่นดินไหวเม็กซิโกรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวตาม ( อาฟเตอร์ช็อค ) อย่างน้อย 35 ครั้ง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.3 ริคเตอร์ ห่างจากเมืองซิวดัดฮิดัลโก ในรัฐเชียปัส ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 68 กิโลเมตร และทำให้ทางการกรุงเม็กซิโกซิตีต้องประกาศระงับให้บริการระบบรถไฟใต้ดินเป็น การชั่วคราว
แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.6 ริคเตอร์ เขย่าพื้นที่ประเทศคอสตาริกา เมื่อ 2 เดือนก่อน อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง รวมถึงผู้เสียชีวิต หรือผู้ได้รับบาดเจ็บ.
Share:

เตรียมออกหมายจับคนบงการสั่งตายนายกเล็กสงขลา


ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้ปืนสงครามทั้งเอ็ม16 และคาร์บินยิงถล่ม นายพีระ ตันติเศรณี อายุ 54 ปี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เสียชีวิตอย่างอุกอาจเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา หน้าร้านสงขลาฟอรั่ม ในเขตเทศบาลนครสงขลา ขณะไปร่วมประชุมติดตามปัญหาการย้ายที่ตั้งสารกัมมันตรังสีออกจากตัวเมือง สงขลา
ความคืบหน้า ในวันนี้ ( 8 พ.ย.) เจ้าหน้าที่พบรถกระบะคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุแล้ว โดย พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธเนศ พงษ์รอด สว.สส.สภ.เมืองสงขลา ได้ติดตามแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่จุดเกิดเหตุไปตามเส้นทางที่คนร้าย ขับรถหลบหนี พบรถกระบะคนร้ายไปจอดอยู่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เลขที่ 497/22 ถนนสงขลาพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา
เป็นรถปิกอัพโตโยต้าไฮลักซ์ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน เลขทะเบียน ฌณ 6900 กรุงเทพมหานคร  จากการตรวจค้นพบหลักฐานสำคัญเป็นปลอกกระสุนปืนคาร์บินตกอยู่ 1 ปลอก รวมทั้งหมวกไหมพรมสีเทา 1 ใบและถุงมืออีก 1 ข้าง ตกอยู่ในโรงรถ เจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่าเป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุแน่นอน โดยขับมาจอดไว้ในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เพื่อเปลี่ยนรถคันใหม่เพื่อหลบหนีไป โดยคาดว่าคนร้ายที่ร่วมสังหารมี 3-4 คน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่วิทยาการ จ.สงขลาได้เก็บลายนิ้วมือแฝงทั้งในและนอกตัวรถไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การหาเบาะแสของคนร้าย พร้อมกันพื้นที่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอเป็นเขตหวงห้าม ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปเด็ดขาด เพื่อป้องกันการทำลายหลักฐานภายในรถ โดยจัดกำลังตำรวจพร้อมไฟส่องสว่างเฝ้าในช่วงกลางคืนด้วย แต่คาดว่าป้ายทะเบียนรถน่าจะเป็นป้ายปลอม ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ครอบครอง
สำหรับสถานีวิทยาสมิหลาเรดิโอแห่งนี้เป็นของ นายกิตติ ชูช่วย อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา หัวหน้าทีมสงขลาพัฒนา คู่แข่งของนายพีระ หัวหน้าทีมสงขลาใหม่ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และยังเป็นน้องชายนายอุทิศ ชูช่วย  นายกอบจ.สงขลา  โยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ
ล่าสุดจากแนวทางการสืบสวนตำรวจมั่นใจว่า ประเด็นที่นำไปสู่การสังหารครั้งนี้มาจากการเมืองท้องถิ่น  เนื่องจากเดือนต.ค. 56 นายกอบจ.สงขลาจะหมดวาระ โดยขณะนี้นายนิพนธ์  บุญญามณี ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัวแล้วว่าจะลงสมัครด้วย  ซึ่งนายพีระถือเป็นหัวคะแนนของนายนิพนธ์ ประกอบกับในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาที่ผ่านมา  นายอุทิศเคยนั่งเก้าอี้นี้มาก่อนโดยมีนายพีระเป็นรองนายกฯ  ก่อนจะแตกหักกัน
โดยตำรวจพบว่าผู้เกี่ยวข้องในการสังหารครั้งนี้มีไม่ต่ำกว่า 5 คน ใช้รถยนต์ 2 คัน คันแรก เป็นรถชี้เป้า คันที่ 2 เป็นคันที่ใช้สังหาร มีการสั่งมือปืนมาจากจ.พัทลุงที่จะมีกลุ่มมือปืนใช้ปืนคาร์บิน  เนื่องจากในพื้นที่ จ.สงขลาไม่มีปืนคาร์บิน  โดยตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาก่อนเพื่อเตรียมออกหมายจับ ผู้บงการ 1 คนประมาณวันที่ 9 พ.ย.นี้.
Share:

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ยกฟ้อง"หมอสุพัฒน์"เบิกความเท็จขออนุบาลแม่


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ต.ค. ที่ห้องพิจารณา 802 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งคดีดำ อ.2498/55 ที่นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ อายุ  63 ปี เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อายุ 57 ปี อดีตอายุรแพทย์ รพ.ตำรวจ เป็นจำเลยในความผิดฐานเบิกความเท็จ และแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาล

กรณี เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 55  เวลากลางวัน จำเลยได้นำข้อความอันเป็นเท็จเบิกความต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในคดี 1653/54 ที่จำเลย ยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนฯ ร้องขอให้นางถนิม เลาหะวัฒนะ มารดาวัย 96 ปี เป็นบุคคลผู้ไร้ความสามารถและจำเลยยังได้แสดงพยานหลักฐานเท็จในสาระสำคัญของ คดีทำให้โจทก์ไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อนุบาลนางถนิม มารดา

การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาแก้ต่างคดีและพิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 177,180 ด้วย  เหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.

โดยศาลพิเคราะห์คำเบิกความและคำฟ้องโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า  คำฟ้องโจทก์ระบุเพียงว่า  จำเลยเบิกความเท็จในชั้นไต่สวนมูลฟ้องที่ได้ยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราวที่ จำเลยได้ยื่นขอเป็นผู้อนุบาลนางถนิม  ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเท่านั้น แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องถึงพฤติการณ์จำเลยโดยละเอียด คำฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 อนุ 2  จึงให้ยกฟ้อง

ด้านนายทรงพล อาทรธุระสุข ทนายความของนายสุเทพ กล่าวว่า จะใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นอุทธรณ์ ความจริงแล้วชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์การบรรยายฟ้องให้ทราบลักษณะข้อหาและการ กล่าวหาก็น่าจะเพียงพอ.
Share:

กทค.หอบหลักฐานแจงเพิ่มเติมปมประมูล3จี


เมื่อวันที่ 30 ต.ค.เวลา 09.00 น.ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน  พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  พร้อมคณะ ประกอบด้วยนายสุทธิพล ทวีชัยการ นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และพล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร คณะกรรมการกสทช. เดินทางเข้าพบนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา เจริญพานิช และนายประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอหารือและยื่นเอกสารเพิ่มเติมชี้แจงอำนาจหน้าที่ในการจัดประมูลคลื่น ความถี่ 3 จี หลังมีผู้ร้องให้ตรวจสอบ จำนวน 3 ราย และเมื่อทราบข่าวจากโฆษกผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ระบุว่า ข้อมูลที่เลขาธิการกสทช.เคยมายื่นชี้แจงครบถ้วนแล้ว แต่ทางนายสุทธิพล ทวีชัยการ คณะกรรมการกสทช. เห็นว่าน่าจะยังไม่ครบถ้วนทุกประเด็น จึงมีความเป็นห่วง ดังนั้น จึงต้องการนำข้อมูลและมาชี้แจงด้วยตัวเองในวันนี้
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กทค.มีอำนาจในการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งเคยเป็นกังวลอยู่เช่นกันในประเด็นข้อกฎหมายในเรื่องของอำนาจในการดำเนิน การ จึงได้ศึกษาและสอบถามนักวิชาการต่างๆ ในประเด็นที่คิดว่ามีปัญหา เช่น ในมาตรา 27 (4) ,(6)  ซึ่งก็เห็นว่าเราสามารดำเนินการได้ จึงเดินหน้าดำเนินการ
“ขอยืนยันว่าการดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้พยายามชี้แจงว่าการดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกระบวนการทุกขั้นตอน แต่เมื่อมีผู้มาร้องเรียนถึงการปฏิบัติหน้าที่ จึงจำเป็ต้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบว่าการประมูลคลื่นความ ถี่ 3 จี เป็นไปอย่างโปร่งใส และมีกฎหมายรองรับไว้ชัดเจน ดังนั้น กทค.จึงต้องการนำขอมูลอีกด้านหนึ่ง เพื่อยืนยันว่ามีอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว” นายสุทธิพล กล่าว
ขณะที่นางผาณิต กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมการกทค.ว่า หลังจากนี้ทางผู้ตรวจการฯ จะเร่งพิจารณาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว หลังทางกทค.ได้ยื่นข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้นำมาประกอบ การพิจารณา โดยขณะนี้มีจำนวน 3 คำร้องที่ยื่นเข้ามาให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ ซึ่งทางผู้ตรวจการฯจะพิจารณาว่า ทั้ง 3 คำร้องมีประเด็นที่เกี่ยวข้องหรือแตกต่างกันอย่างไร
นางผาณิต กล่าวต่อว่า ส่วนทางกสทช.จะชะลอการดำเนินออกใบรับรองการอนุญาตการประมูล 3 จี หรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของกสทช.ที่จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอง อย่างไรก็ตาม ทางผู้ตรวจการฯจะเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา จึงคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะทราบความชัดเจนว่าผู้ตรวจการฯจะส่งเรื่องให้ศาล ปกครองพิจารณาหรือไม่ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า แม้ระยะเวลาการพิจารณาเรื่องดังกล่าวของผู้ตรวจการฯจะมีข้อจำกัด แต่ก็ไม่มีความกดดัน เนื่องจากผู้ตรวจการฯปฎิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 14 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า การพิจารณาของผู้ตรวจฯกรณีคำร้องต่างๆ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นว่าเรื่องนั้น เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายแล้ว จึงส่งให้ศาลปกครองพิจารณา แต่แค่เพียงเห็นว่ามีปัญหาเรื่องความชอบด้วยกฎหมายก็สามารถที่ยื่นคำร้องต่อ ศาลปกครองได้แล้ว อีกทั้งตามหน้าที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ตรวจฯเป็นเหมือนช่องทางที่ให้ประชาชน สามารถยื่นคำร้องผ่านไปยังศาลได้ ซึ่งการประมูล 3 จี มีประเด็นมาก ทางผู้ตรวจกำลังพิจารณาอยู่ว่า โดยนอกจากประเด็นการจัดประมูลเป็นไปตามกฎหมาย มีการฮั้วประมูลที่ต้องส่งศาลปกครองพิจารณาหรือไม่แล้ว ยังมีการพิจารณาว่า ที่ร้องว่ากทค.มีอำนาจที่จะจัดหรือรับรองการประมูลหรือไม่ ผู้ตรวจจะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยหรือไม่
Share:

ฮึ่มขู่อดข้าวประท้วงขอเพิ่มลอตเตอรี่ช่วยเหลือคนพิการ


เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายชัยวัฒน์ หวานคำ ประธานกลุ่มองค์กรแนวร่วมผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาควบคุม ได้ยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มผู้ค้าสลากฯที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ พิการ ไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นได้ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดพิมพ์สลากฯเพิ่มจำนวน 2 หมื่นเล่ม เพื่อจัดสรรให้กับคนพิการที่ประกอบอาชีพจำหน่ายสลากฯ จำนวน 2,000 ครอบครัว ซึ่งกลุ่มผู้พิการเหล่านี้ได้รับเงินเบี้ยผู้พิการ คนละ 500 บาทต่อเดือนเท่านั้น จึงจำเป็นที่ต้องมีอาชีพเสริมเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบ ครัว แต่ถ้ากลุ่มองค์กรแนวร่วมผู้ค้าสลากฯยังไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล ก็จะอดอาหารต่อไปจนกว่าจะมีคำตอบ จากนั้น ตัวแทนกลุ่มดังกล่าวได้ไปรวมตัวกันที่หน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนราชดำเนิน เพื่อรอฟังคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลในเรื่องนี้.
Share:

อุทธรณ์ตัดสินคุก9ปี 2นปช.พกบึ้มประท้วง


ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 ต.ค.นี้ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีดำ อ.2274/ 53 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนาย ประสงค์ มณีอินทร์ และ นายโกวิทย์ แย้มประเสริฐ  อาชีพรับเหมาก่อสร้าง และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐาน ฝ่าฝืนประกาศข้อกำหนด ห้ามมิให้มีการชุมนุมฯ และการใช้เส้นทางคมนาคม, ร่วมกันมีวัตถุระเบิดฯ, ร่วมกันมีเครื่องวิทยุคมนาคมฯ, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมืองฯ, ร่วมกันลักทรัพย์ฯ
โจทก์ฟ้อง สรุปว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.53 จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปและมั่วสุมขณะที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจำเลยที่ 1 ขับรถกระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ ทะเบียน ปว 2816 กรุงเทพมหานคร มีจำเลยที่ 2 นั่งร่วมด้วยพร้อมวัตถุระเบิดและวิทยุคมนาคมไปตามเส้นทางที่ประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉิน และงัดประตูร้านสะดวกซื้อแล้วลักทรัพย์ 60 รายการ เป็นเงิน 38,251 บาท เหตุเกิดที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน, แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ฐานฝ่าฝืนประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548  จำคุกคนละ 8 เดือน ฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำคุกคนละ 5 ปี ฐานมีวัตถุระเบิด จำคุกคนละ 6 ปี ฐานมีวิทยุสื่อสารปรับ 6,000 บาท และพาอาวุธไปในที่สาธารณะ ปรับ 100 บาท รวมจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 11 ปี 8 เดือน ปรับคนละ 6,100 บาท ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ทหารปะทะกับคนเสื้อแดงในการชุมนุมทำให้เป็นปฏิปักษ์กับจำเลยมานั้น ฝ่ายจำเลยไม่มีพยานนำสืบให้เห็นว่า ทหารที่จับกุมเป็นผู้เข้าร่วมทำร้ายคนเสื้อแดง ส่วนวิทยุสื่อสาร ที่จำเลยอ้างว่าเป็นอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน(อปพร.) ก็ไม่นำสืบหักล้าง จึงฟังได้ว่าจำเลยพกพาวิทยุสื่อสารและร่วมกันพกพาอาวุธและวัตถุระเบิด ส่วนประเด็นที่ ห้ามใช้เส้นทางตามที่กำหนด แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองขับรถยนต์ออกจากที่ชุมนุมเพื่อเดิน ทางกลับบ้านจึงไม่มีความผิด
ส่วนข้อหาลักทรัพย์นั้นฝ่ายโจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเบิกความว่า จากการจับกุมได้ตรวจค้นพบเครื่องอุปโภค บริโภคเช่น เหล้า บุหรี่ บัตรเติมเงินฯลฯ  เห็นว่า ประเด็นนี้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่า จำเลยเข้าไปลักทรัพย์ พยานหลักฐานจึงไม่เพียงพอที่จะลงโทษฐานลักทรัพย์แต่ฟังได้ว่าจำเลยมีความผิด ฐานรับของโจร
ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยเหลือคนละ 9 ปี 4 เดือน ปรับ คนละ 6,100 บาท  .
Share:

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

“จงเบ ปาร์ค” นับเวลาถอยหลังตบเท้าเข้ากรมฯ “เค-โอทิค” คือความทรงจำที่ดีที่สุด - หนุ่มฮอต หนุ่มฮิพ


ไม่ได้มีการเตรียมใจมาก่อนเลย เมื่อถึงวาระเวลาที่ทั้ง 5 หนุ่มนักร้องขวัญใจวัยรุ่นต่างต้องแยกย้าย พร้อมปิดฉากการเป็นศิลปินหนุ่มบอยแบนด์นาม “เค-โอทิค” อย่างถาวร ซึ่งสาเหตุหลักอันดับต้น ๆ นี้ เป็นเหตุมาจาก “จงเบ ปาร์ค” นักร้องหนุ่มสัญชาติเกาหลี ถึงเวลานับถอยหลังต้องเตรียมตัวตบเท้าเข้ากรมฯ เป็นทหารใหม่รับใช้แผ่นดินเกิดในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ พร้อมกับความทรงจำที่ดีที่สุด จากโอกาสการเป็นศิลปิน “เค-โอทิค” ที่ “จงเบ” จะหอบหิ้วติดกลับไปให้คิดถึงและเป็นกำลังใจต่อไป และในวันนี้ “จงเบ” จะมาเปิดใจถึงความรู้สึกที่ผูกพันของหนุ่มชาวเกาหลีหัวใจไทยคนนี้
“เมืองไทย”

จำบรรยากาศที่มาเมืองไทยครั้งแรกได้ไหม?


“ครั้งแรกที่มาตอนนั้นผมอายุประมาณ 15-16 ปีได้ครับ ตอนนั้นมาถึงกรุงเทพฯ ก็ดึก ๆ แล้ว เวลาประมาณ 5 ทุ่มได้ มาครั้งแรกค่อนข้างตื่นเต้น นั่งอยู่บนรถ คนขับรถก็เปิดวิทยุอยู่ ผมเองก็งงเพราะฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องเลย ก็ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน สลับกับมองออกไปข้างนอกรถ บรรยากาศโดยรอบมืดไปหมด แต่มีแสงไฟเยอะแยะเลย ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ เพราะเป็นการเดินทางไกลห่างจากบ้านเกิดที่ประเทศเกาหลีเป็นครั้งแรก ด้วยสาเหตุที่ผมเลือกมาเรียนโรงเรียนนานาชาติเมืองไทย เพราะที่นี่มีสถาบันการศึกษาค่อนข้างเยอะ คุณพ่อคุณแม่ผมเองก็อยากให้มาเรียนที่นี่ เพราะเขาก็ดูข้อมูลให้ และระยะทางไม่ห่างจากเกาหลีมากนัก เดินทางแค่ 5 ชั่วโมงเอง”

ก่อนมามองภาพหรือคาดหวังกับเมืองไทยไว้อย่างไร?

“ด้วยความไม่เคยเห็นเมืองไทยมาก่อน ผมเองก็ค่อนข้างที่จะตื่นเต้นมาก ๆ ครับ เคยได้ยินใคร ๆ พูดมานานแล้วว่า...ทะเลที่เมืองไทยมีอยู่เยอะมาก ๆ และแต่ละที่ก็สวยงามมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันด้วย จำได้ว่าแรก ๆ ที่มาเมืองไทย ผมแอบไปเที่ยวทะเลเป็นที่แรก ๆ เลย ไปใกล้ ๆ พัทยา ตื่นเต้นมากเดินทางแค่ชั่วโมงก็เห็นทะเลแล้ว ค่อนข้างประทับใจ และผมก็ค่อย ๆ ศึกษาและเรียนรู้ ปรับตัวกับวัฒนธรรมไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ค่อนข้างประทับใจและคิดว่าไม่ผิดหวังที่เดินทางมาที่นี่จริง ๆ ครับ เพราะผมได้อะไรหลาย ๆ อย่าง และเติบโตมาจากที่นี่จริง ๆ”

ตั้งใจมาเรียนหนังสือที่เมืองไทยเป็นอันดับแรก แล้วเริ่มต้นมาเป็นศิลปินได้อย่างไร?

“ผมมาเรียนหนังสือที่เมืองไทย เวลาว่างหลังเลิกเรียน ผมก็มาพักผ่อนเที่ยวเล่นกับเพื่อน ๆ ตามปกติครับ ก็มาเดินเล่นที่สยาม จู่ ๆ ก็มีคนมาแนะนำตัวกับผมและกลุ่มเพื่อน ๆ ว่า...ทำงานฝ่ายแคสติ้ง มาชวนให้ผมไปออดิชั่น ทดสอบการเป็นนักร้องดู ซึ่งตั้งแต่แรกเริ่มเลยผมไม่ได้คิดจริงจังกับการเป็นศิลปินร้องเพลงในทางนี้ เลย แต่โดย
พื้นฐานครอบครัวของผม ทางคุณพ่อคุณแม่ก็คอยสนับสนุน และผมก็เป็นคนที่ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว และเล่นดนตรีเปียโนเป็นตั้งแต่ 5 ขวบ

ซึ่งผมเองก็เคยไปลองออดิชั่นค่ายเพลงเกาหลี เอ็นเอ็มทาวน์ ที่เขามาเปิดออดิชั่นที่เมืองไทยมาก่อน ซึ่งตอนนั้นติดในรอบ 7 คนสุดท้าย จากคนสมัครกว่าพันคน ซึ่งตอนนั้นผมเองก็ภูมิใจมาก ๆ แล้วที่ทดสอบตัวเองจนมาได้ถึงขนาดนี้ และก็ไม่คิดเหมือนกันหลังผ่านเหตุการณ์นั้นมาแค่ 1 สัปดาห์ ก็ได้รับข่าวดี ในการผ่านการออดิชั่นกับค่ายกามิกาเซ่ จนกลายมาเป็น 1 ใน 5 สมาชิกของวงเค-โอทิค ในที่สุดครับ”

“เค-โอทิค”

ความรู้สึกจากการเป็น “เค-โอทิค” ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา?


“ผมเริ่มต้นมาเป็นศิลปินฝึกหัดกับค่ายกามิกาเซ่ได้ประมาณ 1 ปีกว่า ๆ กว่าทุกอย่างจะลงตัวและมาเป็นศิลปิน “เค-โอทิค” ในที่สุดผ่านการเรียนและฝึกซ้อมเรื่องการเต้นและการร้องเพลงมาอย่างหนัก ผ่านความสนุกสนาน-ท้าทาย-ท้อถอย ฯลฯ มาก็เยอะ แต่หลายๆ ครั้งผมเองก็รู้สึกภูมิใจที่ผมได้มาเป็นนักร้อง มีแฟนเพลงมาให้กำลังใจผมและเพื่อน ๆ ไม่ว่างานไหน ๆ งานเล็ก หรืองานใหญ่ ทุก ๆ เวที ทุกงานต่างมีความสำคัญสำหรับผม ที่สำคัญผมเป็นนักร้องชาวเกาหลีที่ทำงานร้องเพลงในประเทศไทย ผมรู้สึกว่าผมโชคดีมาก ๆ เพราะเท่าที่รู้มาไม่เคยมีชาวเกาหลีคนไหนได้โอกาสดี ๆ อย่างนี้มาก่อน ที่เมืองไทยผมรู้สึกซาบซึ้งในความรักและน้ำใจที่ดี ๆ จากแฟนเพลงทุกคน เพราะผมเองก็ไม่คิดมาก่อนว่า...ผมจะได้รับกำลังใจและการตอบรับที่ดีจากแฟน เพลงคนไทยที่ต่างเชื้อชาติจากผมดีขนาดนี้ เพราะที่ประเทศเกาหลีค่อนข้างอนุรักษนิยม คนเกาหลีจะคอยรักและสนับสนุนศิลปินคนเกาหลีของเขามากกว่าชาวต่างประเทศที่ไป ทำงานที่ประเทศของเขา ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง รวมไปถึงเรื่องของภาษาที่สื่อสารไม่เข้าใจ ผมถึงได้บอกไงครับ ว่า...ผมโชคดีจริง ๆ (อมยิ้ม)”

“เค-โอทิค” กำลังเดินทางไปได้ด้วยดีเพราะแฟนเพลงให้การสนับสนุน แต่กลับมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในภารกิจการเกณฑ์ทหาร?

“แม้การเป็นทหารไม่ได้เป็นความฝันของผม แต่มันก็เป็นหน้าที่สำคัญในชีวิตของลูกผู้ชายทุกคนครับ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นชาวเกาหลี แต่เป็นคนเชื้อชาติไทย สัญชาติไทยจริง ๆ ผมเป็นผู้ชายก็ต้องได้รับภารกิจนี้ ที่เป็นสิ่งที่เราควรรับผิดชอบอยู่แล้ว โดยการเป็นทหารของผู้ชายเกาหลีจะต้องถูกเรียกหมายเกณฑ์ตั้งแต่อายุประมาณ 19-20 ปีครับ แต่ผมติดภารกิจเรื่องเรียนก็ได้มีการผัดผ่อนมาเรื่อย ๆ ตอนนี้ผมเองก็เรียนจบในระดับปริญญาตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อยากจะทำหน้าที่ที่ค้างคานี้ให้เต็มที่”

“กลับบ้าน”

ความรู้สึกในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างที่กำลังจะกลับประเทศเกาหลีไปรับใช้ชาติแล้ว?


“มันมีหลาย ๆ ความรู้สึกครับ ทั้งตื่นเต้น และทั้งเป็นกังวล เพราะผมเองก็ห่างจากประเทศเกาหลีไปนาน ยังไม่รู้ว่า...จะต้องเจออะไร จะต้องฝึกอะไร ก็คงต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเพื่อน ๆ ชาวเกาหลีที่เขาเคยเข้ารับเกณฑ์ทหารไปก่อนหน้านี้ แต่เท่าที่คิดไว้ก็คงสนุกดีครับ เพราะการไปทำหน้าที่ทหารในครั้งนี้ ผมมีจุดมุ่งหมาย นอกจากจะไปทำหน้าที่ลูกผู้ชายชาวเกาหลีที่ควรจะทำแล้ว ผมอยากจะไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ อยากจะไปฝึกฝนตัวของผมเองด้วย อยากจะฝึกทำให้ตัวเองมีวินัยมากขึ้น มีจิตใจที่เข้มแข็งพร้อมที่จะเป็นผู้ใหญ่ให้มากขึ้นด้วย โดยผมก็คาดหวังต่อไปถึงการไปฝึกการวิ่งได้ออกกำลังกาย จะได้กลับไปมีกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง เพราะผมอยากเป็นผู้ชายตัวใหญ่ ๆ ครับ (หัวเราะ) ตอนนี้พยายามทำอยู่”

21 เดือนในการเข้ากรมทหารที่ประเทศเกาหลี สำหรับ “จงเบ” คิดว่านานไปไหม?

“(หัวเราะ) ถามอย่างนี้เลยนะ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ ว่า...นานไปหรือเปล่า??? แต่คงจะนาน
แหละ เพราะในความรู้สึกผมเองก็ไม่เคยเป็นทหารมาก่อนคงเป็นบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย และต้องมีการเรียนรู้และปรับตัวอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาผมเองก็ไม่ได้ถูกฝึกให้เป็นทหารมาก่อน แต่ถ้าให้เปรียบเทียบ 21 เดือน กับการเป็นศิลปิน เค-โอทิค สำหรับผม คงจะเป็นการตอบที่ง่ายกว่านะ เพราะผมรู้สึกว่า...วัน-เวลาสำหรับการได้เป็นศิลปิน เค-โอทิค มันเร็วมาก ๆ เพราะผมเองก็ได้โอกาสได้ทำหลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ผมอยู่เมืองไทยมาตั้งแต่อายุ 15 ตอนนี้อายุ 23 แล้ว รู้สึกวันเวลาผ่านไปเร็วมาก ๆ ด้วยความสุข ความรู้สึกดี ๆ ครับ”

“รับใช้ชาติ”

นับเวลาถอยหลัง ก่อนที่จะเดินทางไปเป็นทหาร “จงเบ”  มีแผนการอะไรบ้าง?


“ผมเองก็อยากใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดครับ อย่างคอนเสิร์ต “เค-โอทิค เดอะ เมมโมรี่ คอนเสิร์ต” ผมกับเพื่อน ๆ เค-โอทิค ก็พยายามใช้เวลาอยู่ร่วมกันให้มากที่สุดครับ ในคอนเสิร์ตและการทำหน้าที่ศิลปินครั้งสุดท้ายของพวกเราแล้ว ฝึกซ้อมร้องเพลง-ซ้อมเต้น เข้ายิมเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงที่สุด ผมพยายามใช้เวลาในการเป็นศิลปินที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุดครับ เพราะอยากให้แฟนเพลงประทับใจและมีความสุขที่สุดกับคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของ พวกเรา ถือเป็นคอนเสิร์ตใหญ่สำคัญของพวกเราที่อยากให้เกิดขึ้นและไม่อยากให้เกิด ขึ้นในเวลาเดียวกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งใจหาย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ผมและเพื่อน ๆ อยากทำให้เต็มที่มากที่สุดครับ”

“แฟนคลับ”

บอกได้ไหมว่า...ประทับใจแฟนเพลงคนไทยมาก-น้อยขนาดไหน?

“มาก ๆ ครับ พวกเขาเป็นกำลังใจที่สำคัญ และให้กับผมมาตลอด คอยเอาใจใส่และรักผม ตั้งแต่ผมยังไม่ได้เป็นศิลปินด้วยซ้ำ ถึงผมกลับไปเกาหลีจริง ๆ ผมไม่มีทางลืมทุกคนที่นี่ได้แน่ ๆ และคงคิดถึงทุก ๆ คนที่นี่นี่แหละ เพราะผมประทับใจประเทศไทยและคนไทยหลาย ๆ อย่าง คนไทยน่ารัก นิสัยดี อัธยาศัยดี เพื่อน ๆ แฟน ๆ เพลงที่นี่ ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น และเป็นคนพิเศษคนหนึ่งของที่นี่ ต้องขอขอบคุณมาก ๆ ครับ หวังว่า...ทุกคนจะไม่ลืมผมนะ (หัวเราะ) เพราะไม่นานหรอก ผมจะต้องกลับมา”
  
หลังจากจบภารกิจการเข้าประจำการเกณฑ์ทหาร คาดหวังหรือมีแผนการไว้อย่างไร?

“ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ว่า...เสร็จจากการเป็นทหารแล้วผมจะเลือกทำอะไร เพราะเวลาอีกตั้งนาน อีก 21 เดือนเชียว ผมอาจจะเลือกไปเรียนต่อที่ประเทศแถบยุโรปเกี่ยวกับการโรงแรมเลยหรือเปล่า??? เพราะตอนนี้ผมก็เรียนจบแล้ว ตอนฝึกงานโรงแรมเอง ผมก็ได้โอกาสเรียนรู้และทำให้ผมรู้ว่า ผมสนุกและชอบงานด้านนี้มาก ๆ หรืออีกแผนอาจจะกลับมาทำงานในวงการบันเทิง ซึ่งถึงตอนนั้นผมอาจจะไม่ได้กลับมาเป็นนักร้องแล้วก็ได้ เพราะลึก ๆ ความชอบและความฝันของผม ผมสนใจในเรื่องของการเป็นนักแสดงด้วย ก็อยากที่จะตั้งใจลองทำดูสักครั้ง รวมถึงความฝันสำคัญในชีวิต กับการทำธุรกิจโรงแรมริมทะเล ในบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะ อยู่กับน้ำทะเล บรรยากาศดี ๆ ถึงเวลานั้นจริง ๆ เมื่อความฝันของผมเป็นไปได้ ผมก็คงมีความสุขน่าดู (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ขอได้แต่ฝันไปก่อนครับ เพราะผมยังมีหน้าที่ ยังต้องรวบรวมเก็บเงินสะสมไว้อีกเยอะครับ กว่าที่ความฝันจะเป็นรูปเป็นร่างได้”

ทิ้งท้ายฝากถึงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย “เค-โอทิค เดอะ เมมโมรี่ คอนเสิร์ต” อีกครั้ง

“ผมอยากจะเป็นตัวแทนเพื่อน ๆ “เค-โอทิค” ฝากถึงคอนเสิร์ต “เค-โอทิค เดอะ เมมโมรี่ คอนเสิร์ต” ครับ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้ จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่พวกเราเค-โอทิคและแฟนเพลงจะได้ใกล้ชิดกันมาก ที่สุดกว่าที่เคยมีมา เป็นคอนเสิร์ตพิเศษที่จะรวบรวมทุก ๆ บทเพลงของเค-โอทิค ที่พวกเราจะชวนทุก ๆ คน ในวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคมนี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ไปร่วมร้องเพลงด้วยกัน ให้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ ที่จะทำให้พวกเราได้คิดถึงกันไปอีกนาน ๆ ขอบคุณนะครับ ที่ทุก ๆ คนรักและมีน้ำใจกับพวกเราเสมอมา ไปเจอกันให้ได้นะครับ”

แหม...เรียกว่าใจหายกันมากทีเดียวสำหรับการจากลาของหนุ่มคนนี้ แต่คนเราเกิดมาทุกคนย่อมต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบ และในวันนี้ “จงเบ” ทำหน้าที่เหล่านั้นได้ดีที่สุดแล้ว.
กาญจนา สิทธิเม่ง รายงาน
Share:

หนุ่มหล่อแต่งตัวหลากสไตล์ - สตาร์เทรนดี้


นั่งดูแบบเสื้อผ้าสาว ๆ กันมาก็เยอะจน “ก้อยโกะ” เอียนตาลายแล้ว วีคนี้เลยขอไปส่องเสื้อคุณผู้ชายกันบ้าง แหม!ทำให้ชีวิตดูมีสีสันกระชุ่มกระชวยขึ้นเยอะ งานนี้ขอบอกว่าไม่ธรรมดา หนุ่มหล่อหลายคน แต่งตัวหลายสไตล์มาให้ได้ชมกัน เอ้า!ไปดูกันเลยดีกว่าว่าแต่ละหนุ่มแต่งตัวแซบแค่ไหน             

กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ              
 
“กันมาในชุดกึ่งทางการ เสื้อด้านในเป็นเสื้อสีดำเรียบ ๆ แต่ด้านนอกเป็นสูทสีเทา-ดำ มีสีเหลืองคาดช่วยเพิ่มความสดใส คาดเข็มขัดหลุยส์วิตตอง ใส่กางเกงยีนเข้ารูปช่วยให้ดูทะมัดทะแมง สวมรองเท้าสีน้ำตาล ดูรวม ๆ แล้วโอเค”
ดัง-พันกร บุณยะจินดา             

“ดังมาในมาดเก๋ ๆ ด้านในใส่เสื้อสีดำธรรมดา สวมแจ๊กเกตหนังสีดำลวด ลายเก๋ สวมกางเกงยีนรัดรูปเน้นให้เห็นรูปร่าง ถือกระเป๋าแอร์เมสสีแดงแรงฤทธิ์ ใส่รองเท้าหนังสีน้ำตาล”

ตูมตาม-ยุทธนา เบื้องกลาง              

“ด้านตูมตามแต่งตัวเรียบร้อยเป็นทางการมากกว่าใครเพื่อน ด้านในสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ใส่สูทสีดำทับผูกโบไท สวมกางเกงสีน้ำตาลคาดเข็มขัดหลุยส์วิตตอง เสริมให้ชุดดูหรูหราไม่แพ้ใคร สวมรองเท้าสีน้ำตาลเข้ากับโทนสีกางเกงเป๊ะ ๆ”

ปูไข่-พงศ์สิรี บรรลือวงศ์               

“ปูไข่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ สวมแจ๊กเกตหนังสีน้ำตาล ดูเท่ไม่แพ้ใคร ใส่กางเกงยีนสีน้ำเงิน คาดเข็มขัดสีน้ำตาลเข้ากับแจ๊กเกตหนังเป็นอย่างดี ใส่รองเท้าสีน้ำตาลเข้ม โดยรวมแล้วแมตช์กับเจ้าตัวเป็นอย่างดี”

พีช-พชร จิราธิวัฒน์              

“เห็นหนุ่มคนนี้แล้วหล่อบาดใจจริง ๆ พีชสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน ทับด้วยสูทสีครีมดูเนี้ยบสุด ๆ สวมกางเกงสีดำ สวมรองเท้าหนังสีดำ หวีผมเก็บเรียบร้อย”             
ฮั่น-อิสริยะ ภัทรมานพ              

“ฮั่นมาแนวหล่อสดใส ด้านในใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว สวมแจ๊กเกตสีน้ำเงินอมฟ้าสดใส ติดโบไทโทนสีเดียวกับแจ๊กเกตเป๊ะ ๆ ใส่กางเกงสีดำ รองเท้าสีน้ำเงินอมฟ้าเข้ากับ
แจ๊กเกตเป็นอย่างดี”

แอมป์-สิริพงศ์ ชูศักดิ์สกุลวิบูล              

“แอมป์ใส่เสื้อเชิ้ตขาวด้านในสวมเสื้อยืดสีแดงทับและใส่แจ๊กเกตลายทางยาวสี น้ำเงิน-แดงทับอีกที สวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน รองเท้าบู๊ตสีขาว ชุดนี้ลงตัวดูดีไม่แพ้คนอื่น”.
ก้อยโกะ
Share:

'เนย' ขอควง 'ป๊อปปี้' ปั้น 'เค้ก ป๊อป' - ฟรีไทม์


ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเหลือเกิน วันนี้เราเลยชวน 2 สาว เนย ซินญอริต้า หรือ ลลิตา สิงโตทอง  และสาว ป๊อปปี้-ชัชชญา ส่งเจริญ จากวง ทรี ทู วัน ไปนั่งทำ “เค้ก ป๊อป” ขนมเค้กสไตล์ใหม่ที่ผสมผสานกับอมยิ้ม กันแบบเบา ๆ ณ สตูดิโอของร้าน “ป๊อป มี อัพ” ต้องบอกว่าสองสาวดูตื่นเต้นกับการทำครั้งนี้มาก เพราะเค้กที่ทำเสร็จแล้วนั้นน่ารักและน่ากินสุด ๆ โดยวันนี้ทั้งคู่จะทำเป็นรูปกล่องของขวัญและลูกบอลแฟนซีกัน

ก่อนอื่นขอแนะนำส่วนผสมสักหน่อย ซึ่งก็เป็นของน่ารักกระจุ๊กกระจิ๊กทั้งนั้น ได้แก่ เค้กรสชาติที่เราชื่นชอบ สีผสมอาหารที่นำมาผสมกับช็อกโกแลต ท๊อปปิ้งตกแต่งรูปต่าง ๆ น้ำตาลปั้น น้ำตาลผสมสี ไม้เสียบ และอุปกรณ์ปั้นน้ำตาล

เริ่มที่การทำกล่องของขวัญ ขั้นตอนแรกทั้งสองสาวต้องปั้นเนื้อเค้กให้เป็นรูปเหลี่ยมก่อน ซึ่งต้องบอกว่าปั้นยากพอสมควรเหมือนกัน เนื่องจากเนื้อเค้กร่วนออกมาตลอด แต่ทั้งเนยและป๊อปปี้ก็ไม่ย่อท้อ ตั้งใจปั้นจนได้เป็นรูปทรงที่พอใจ หลังจากนั้นก็ถึงขั้นตอนชุบลงในช็อกโกแลตสี ซึ่งถ้าขั้นตอนแรกยากแล้ว ขั้นตอนนี้คงยากยิ่งกว่า เพราะต้องอาศัยความรวดเร็วในการชุบ มิฉะนั้นช็อกโกแลตก็จะแห้งแข็งกลายเป็นก้อน ซึ่งรอบแรกสาวเนยไม่รู้ถึงเทคนิคนี้ เลยได้กล่องของขวัญที่ค่อนข้างจะเละไปสักหน่อย แต่เจ้าตัวก็ไม่ท้อ ลองใหม่อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ก็ได้กล่องที่สวยถูกใจ ด้านฝ่ายสาวป๊อปปี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเหมือนมีพรสวรรค์ด้านนี้โดยเฉพาะ เจ้าตัวเลยชุบสีออกมาได้เรียบเนียนจริง ๆ เสร็จแล้วนำไม้มาเสียบแล้วพักไว้ก่อน

หลังจากนั้นก็ถึงขั้นตอนการทำโบติดกล่องของขวัญ งานนี้ต้องใช้น้ำตาลปั้นมารีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นก็ต้องค่อย ๆ ตัดออกมาให้เป็นเส้นคล้ายริบบิ้น ทั้งสองสาวก็ขะมักเขม้นในการตัดมาก ๆ เพราะต้องระวังไม่ให้ขาด จากนั้นก็นำโบที่ได้มาพันรอบกล่องของขวัญที่ทำไว้ โดยใช้ช็อกโกแลตขาวเป็นเสมือนกาว ซึ่งก็ผ่านฉลุยทั้งสองคน ได้ของขวัญที่สวยงาม น่ากินอย่างที่ตั้งใจ

แต่งานนี้ดูเหมือนทั้งเนยและป๊อปปี้จะติดลมบนซะแล้ว เพราะทั้งคู่ขอลองทำอีกอันนึง ซึ่งคราวนี้เลือกทำเป็นลูกบอลแฟนซี ที่ดูแล้วน่าจะง่ายกว่าอันแรก เพราะแค่ปั้นเค้กเป็นก้อนกลม ชุบสี แต่คราวนี้ความสนุกจะอยู่ตรงที่การตกแต่งลูกบอลให้สวยงามตามจินตนาการ ซึ่งทั้งสองสาวก็ทำอย่างคล่องแคล่วกันมากขึ้น ดังนั้นทั้งเนยและป๊อปปี้เลยใช้เวลาไม่นานก็ได้ “เค้ก ป๊อป” ออกมาอีกคนละหนึ่งอัน

สาวเนย เปิดใจให้ฟังว่า “วันนี้สนุกมากเลยค่ะ เราเคยเห็นแต่ยังไม่เคยทำ พอมาทำก็รู้สึกว่าของจริงยากมาก ต้องใช้ความประณีตและใจเย็นมากค่ะ ถามว่าขั้นตอนไหนยากที่สุดสำหรับเนย เนยว่าเป็นตอนที่เอาช็อกโกแลตมาชุบเค้ก เพราะหนูก็พังไปอันนึงแล้ว (หัวเราะ) เลยรู้ว่าขั้นตอนนี้ต้องเร็วมากค่ะ คือตอนแรกอยากทำรูปไมค์นะ แต่พอเริ่มปั้นก็รู้ว่าทำไม่ได้แน่ค่ะ เลยพักไว้ก่อน ซึ่งงานนี้ก็ถือว่าเป็นความแปลกใหม่และสามารถสร้างไอเดียที่ดีค่ะ”
  
ด้าน ป๊อปปี้ เสริมว่า “ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะปั้นดินน้ำมันเล่นที่บ้านยังปั้นเป็นรูปไม่ได้เลย (ยิ้ม) พอมาปั้นเป็นของกินน่ารักก็เลยยิ่งยากค่ะ ซึ่งป๊อปปี้ว่ามันยากทุกขั้นตอนเลยนะ เพราะมันต้องใช้สมาธิมากเลย ก็ถือว่าเป็นการฝึกสมาธิของเราด้วยค่ะ”.
อ้อมเอลฟ์
Share:

"ณเดชน์" ปัดควง "ญาญ่า" ผูกดวงโต้ฟันค่าตัวโฆษณาปีนี้ 80 ล้าน


แฟนคลับยังไม่เลิกลุ้นตั้งแต่จับคู่กันดังในละคร สำหรับพระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ กับนางเอกสาว ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์  ยิ่งตอนนี้ละคร “ธรณีนี่นี้ใครครอง” ออนแอร์แล้วเคมียังโดนใจคนดูยิ่งเชียร์ให้เป็นแฟนกัน ไหนจะมีคนตาดีเห็นหนุ่มณเดชน์ควง ญาญ่า ไปผูกดวงคู่รักที่วัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร ล่าสุดเจอตัวหนุ่มณเดชน์ในงานแถลงข่าว “ทรูมูฟ เอช ชวนคนไทยทั้งประเทศเปลี่ยนเป็น 3 จีพลัส โทรฯชัด เน็ตแรงทั่วไทย” ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เลยต้องถามถึงเรื่องนี้ พร้อมเรื่องข่าวว่าปีนี้ฟันค่าโฆษณาไปถึง 80 ล้านบาท เจ้าตัวเลยชี้แจงทุกเรื่องให้ฟัง

ณเดชน์ เผยว่า “จริง ๆ ผมเคยไปวัดท่าไม้กับน้องญาญ่า แต่ไม่ได้นัดกันไปเพื่อผูกดวง ตอนนั้นที่ไปก็มีพี่ป๋อพี่เอ๋ไป เราก็นัดกันไปนมัสการพระอาจารย์ครับ ผมเองก็ทำงานหนักพอว่างก็ไปกับคุณแม่ และไปกับญาญ่าและคุณแม่ของญาญ่าด้วยครับ ไม่ได้ไปทำพิธีผูกดวงครับ” มีความเชื่อเรื่องการผูกดวงหรือเปล่า? “ไม่ค่อยนะครับ ไม่ค่อยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตเท่าไหร่” ตอนไปไปด้วยกันหรือว่าแยกกันไป? “จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย เราเป็นเพื่อนกันไปด้วยกันก็ไม่เสียหายครับ มีผู้ใหญ่ไปด้วย และเราก็ไม่ได้ไปทำอะไรเสียหายที่วัดครับ เราไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไปเข้าวัดทำบุญครับ” รู้สึกยังไงบ้างที่มีคนเชียร์อยากให้ผูกดวงกัน? “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนนี้ก็เป็นพี่น้องกันครับ ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องอนาคตอะไร ผมว่าบางคนก็รู้สึกอิน บางคนก็เฉย ๆ บางคนก็บอกว่าเล่นกันน่ารักดี เข้ากันได้ดี ตรงนี้ผมว่าแล้วแต่ความคิดของแต่ละคนมากกว่าครับ” มีคนเชียร์เยอะ ๆ แบบนี้มีเผลอใจบ้างมั้ย? “น้องเขาก็น่ารักดี แต่คงไม่จีบหรอก ผมถือว่าเป็นน้องที่น่ารักคนหนึ่งครับ” แต่ก็มีข่าวว่าตอนนี้กำลังคุยกับสาวนอกวงการอยู่? “ไม่มีครับ มีแต่เพื่อน ๆ กันคุยกันครับ แต่ไม่ได้จีบ และที่มีข่าวว่ามีสาว ๆ มาขอเบอร์ผม ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาผม (หัวเราะ) เขาก็คงเกร็งและผมก็คงเกร็งไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ตอนนี้โสดครับ ขอเรียนจบก่อนครับ อีก 2 ปี ตอนนี้ปี 3 แล้วครับ” กลัวเรตติ้งตกหรือเปล่า? “ไม่เกี่ยวครับ มันอยู่ที่หลาย ๆ อย่างด้วย เรื่องของเวลาและคนอื่นที่มองเราด้วย รออีกสักพักพร้อมเมื่อไหร่จะบอกครับ ที่ไม่มีแฟนพี่เอ-ศุภชัย ไม่ได้สั่งห้ามครับ พี่เอบอกว่าเราทำงานมาเหนื่อยแล้วความรักแบบเพื่อนหรือแฟนบางทีมันก็จำเป็น มันเป็นการช่วยพูดให้กำลังใจกัน แต่ตอนนี้ถามว่าจะคบใครแบบจริงจัง คงยังครับ ผมเป็นคนค่อนข้างสันโดษเหมือนกันครับ ในบางครั้งเราทำงานเสร็จแล้วก็อยากอยู่คนเดียวบ้าง อีก 2 ปีเรียนจบค่อยว่ากันใหม่ ส่วนกับญาญ่าจะมีพัฒนาหรือเปล่าไม่รู้เหมือนกันเรื่องของเวลาครับ”

ดูเหมือนปีนี้งานโฆษณาเยอะอีกแล้ว? “ก็ไม่ค่อยเยอะนะครับ เป็นสินค้าเดิม ๆ ที่ต่อสัญญาครับ” โดนจัดอันดับให้เป็นนักแสดงชายที่มีรายได้สูงสุด 70-80 ล้านบาท? “โห ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ไม่ถึงจำนวนนี้แน่นอนครับ ถามสรรพากรได้เลย ผมรู้สึกเฉย ๆ กับข่าวนี้นะครับ ก็อยากได้ขนาดนั้นครับ (หัวเราะ) จะเห็นว่าผมทำงานหนัก แต่รายได้ไม่เยอะขนาดนั้นครับ ถือเป็นโชคดีของผมเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ที่ยังทำงานได้อยู่ ต้องขอบคุณลูกค้าและเอเจนซี่ทุกคนที่ให้โอกาสเราครับ”.
Share:

อุทธรณ์ยืนปรับหนุ่มเก็บขยะ2แสน ตั้งแผงขายซีดี


ที่ห้องพิจารณา 915 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันนี้( 10 ก.ค.)  ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีดำ อ.3060/52 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา อายุ  26  ปี ลูกจ้างประจำงานเก็บขยะมูลฝอย  เขตสะพานสูง  กทม.เป็นจำเลยในความผิดฐานมีแผ่นซีดีเพลง,ภาพยนตร์เพื่อเสนอจำหน่ายโดยไม่ ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551  มาตรา 38 วรรค 1
กรณีเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2551 จำเลยตั้งแผงจำหน่ายซีดีเพลง 13 แผ่น  แผ่นวีซีดีภาพยนตร์ 83 แผ่น มีลูกค้า 2 คนกำลังดูสินค้าอยู่  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก มาขอตรวจดูใบอนุญาตจำหน่ายซีดี ตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ แต่จำเลยไม่มี เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงควบคุมตัวดำเนินคดี จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับ เงินจำนวน  2 แสนบาท และลดอัตราส่วนโทษให้ คงปรับจำเลย 133,400 บาท  หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนไม่เกิน 1 ปี
ต่อมากรมคุ้มครองสิทธิ์ กระทรวงยุติธรรม ได้ช่วยเหลือประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี  โดยจำเลยยื่นอุทธรณ์  อ้างว่า  พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551   ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เรื่องความเสมอภาค
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า จำเลยไม่เคยยกมาตราใดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ  ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่างไร  ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลสืบพยานเกี่ยวกับของกลางในคดีตามบันทึกจับกุม ว่า เป็นของกลางที่ตรงกับของจำเลยหรือไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้มีการต่อสู้และศาลชั้นต้นได้มีคำวินิจฉัย ซึ่งตามบันทึกจับกุม จำเลยได้ลงลายมือชื่อรับไว้  และภายหลังจับกุม จำเลยได้ให้บุคคลใกล้ชิดตรวจดูของกลางก็มีการเซ็นชื่อรับไว้เช่นกัน ขณะที่ ในการสืบพยานจำเลยก็ไม่ได้นำพยานซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดมาเบิกความต่อสู้ ประเด็นดังกล่าว  ศาลเชื่อว่าของกลางตามบันทึกจับกุมเป็นของจำเลยจริง ศาลอุทธรณ์จึงไม่วินิจฉัยเพื่อสืบพยานใหม่ 
สำหรับที่จำเลยอุทธรณ์ต่อสู้ว่า ไม่ใช่ผู้ประกอบการ ตามความหมายของพ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฯ แต่เป็นเพียงผู้เสนอขาย จึงไม่ต้องรับโทษตามมาตรา38 วรรค1 นั้น ศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สภาพของกลางแผ่นซีดีเพลง วีซีดีภาพยนตร์ มีแผ่นปกระบุรายละเอียดชื่อภาพยนตร์ ชื่อนักแสดงไว้ชัดเจน และแผ่นพลาสติกใสห่อหุ้มแผ่นซีดี และวีซีดีในสภาพเรียบร้อย ไม่น่าเชื่อว่าเป็นแผ่นซีดีที่เก็บได้จากกองขยะ แต่เป็นแผ่นที่ได้มาจากแหล่งผลิตแล้วจำเลยนำมาวางจำหน่าย ซึ่งตามบันทึกการจับกุมก็มีการทดลองเปิดแผ่นดู พบว่าสามารถรับชมรับฟังได้  แม้จะวางปนเปกับสินค้าอื่นๆ แต่ก็ฟังได้ว่าเป็นจำเลยเป็นผู้จำหน่าย ผู้ประกอบการ ตามความหมายในมาตรา38วรรค1 ที่จำเลยต่อสู้ว่าโทษปรับสูงเกินไป เห็นว่า มาตรา 79 ของกฎหมายนี้ มีโทษปรับตั้งแต่ 2 แสนบาท ถึง1ล้านบาท โดยศาลชั้นต้นลงโทษปรับ 2 แสนบาท และลดอัตราส่วนโทษให้ก็นับว่าลงโทษสถานเบาที่สุดแล้ว ศาลอุทธรณ์ไม่อาจลงโทษเป็นอย่างอื่นได้ อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำพิพากษา นายสุรัตน์ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์สวมกุญแจมือ จนนางส้มโอภรรยาต้องเบือนหน้า ส่วนลูกสาวคนโตก็ได้แต่กอดน้องคนเล็กไว้แล้วบอกว่าจะไปรอพ่อข้างล่าง(ห้อง ควบคุมตัว)
ด้านนางส้มโอ  มณีนพรัตน์สุดา ภรรยา กล่าวว่า ทุกวันนี้สามีเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว เงินเดือน 9,900 บาทไม่พอใช้จ่าย  ตนเองก็ถักสร้อยขาย อยากให้หน่วยงานราชการมาช่วย เพราะชาตินี้ ตนไม่เคยจับเงินแสน ไม่รู้จะหาเงินจากไหน  กระทรวงยุติธรรมได้ช่วยเหลือประกันตัวให้เฉพาะศาลชั้นต้น แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนประกันตัวสามีเลย.
Share:

เลขาธิการ ปปง.ร่วมประชุมสืบสวนทางการเงินโลก


วันนี้ ( 10 ก.ค.) พ.ต.อ.ดร. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ระหว่างวันที่ 10-13 ก.ค.นี้จะเป็นตัวแทนประเทศไทยในฐานะหัวหน้าหน่วยสืบสวนทางการเงิน ร่วมประชุมใหญ่ประจำปีกลุ่ม Egmont  ครั้งที่ 20 ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ในเรื่องการสนับสนุนเนปาลและบังคลาเทศในการเข้าเป็นสมาชิก และการเข้าร่วมพิจารณาตัดสินตัวอย่างคดีดีเด่น ​กลุ่ม Egmont ​เป็นกลุ่ม​ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้าน​การสืบสวนทาง​การ​เงิน) ของประ​เทศต่าง ๆ มีจุดประสงค์​ใน​การ​แลก​เปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้าน​การป้องกัน​และปราบปราม​ การฟอก​เงิน  ​และ​การต่อต้าน​การสนับสนุนทาง​การ​เงิน​แก่​การก่อ​การร้าย ​โดยปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนกว่า 130 ประ​เทศ
สำนักงานป้องกัน​และปราบปราม​การฟอก​เงิน (ปปง.)  ​ได้​เข้า​เป็นสมาชิกกลุ่ม Egmont ​ตั้งแต่เดือนมิ.ย.44 ​ใน​การประชุมประจำปีครั้งที่  9 ณ กรุง​เฮก ประ​เทศ​เน​เธอร์​แลนด์ ระหว่างวันที่ 13-15 มิ.ย.44 ​ซึ่ง​การ​เข้า​เป็นสมาชิกดังกล่าว​เป็นประ​โยชน์​ใน​การ​แลก​เปลี่ยนข้อมูล ข่าวกรอง​ในด้าน​การฟอก​เงิน​และ​การสนับสนุนทาง​การ​เงิน​แก่​การก่อ​การ ร้ายจากประ​เทศต่าง ๆ รวม​ทั้ง​เพิ่มบทบาทของ​ไทย​ใน​เวที​ความร่วมมือระหว่างประ​เทศอีกด้วย.
Share:

ฉาวอีก คลิปนร. หวิดวางมวย ครู




วันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บนเว็ปไซด์ยูทูป ได้มีการเผยแพร่คลิปนักเรียนจะต่อยครู โดยใช้ชื่อคลิปนี้ว่า ชาวร็อคโมโหโดนครูด่าวางมวย ซึ่งภายในคลิปฉาวดังกล่าว มีใจความประมาณว่า นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีปากเสียงอย่างรุนแรงกับอาจารย์ชายคนหนึ่งในห้องเรียนอย่างรุนแรง ก่อนที่นักเรียนชายจะลุกขึ้นมาผลักอกอาจารย์ชายคนดังกล่าวจนเซหงายหลังไป ก่อนที่กลุ่มเพื่อนนักเรียนหญิงจะเข้าไปห้าม พร้อมทั้งพานักเรียนคนก่อเหตุดังกล่าวออกจากนอกห้องเรียนไป ท่ามกลางสายตานักเรียนร่วมชั้นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการเข้าไปตรวจสอบเฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่า เสือกสมาคม ซึ่งได้นำลิ้งคลิปฉาวดังกล่าวจากเวปไซด์ชื่อดังแห่งหนึ่ง มาโพสต่อไว้บนเฟสบุ๊ค เสือกสมาคม ก็มีได้มีกระแสจากผู้ที่ใช้เฟสบุ๊คจำนวนมากเข้ามาวิพากษ์วิจารย์กันอย่างถึง พริกถึงขิง อย่างไรก็ตามการแสดงความคิดเหตุกับคลิปฉาวดังกล่าวก็แบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายนักเรียน กับ ครู
Share:

รวบโจรงัดแงะห้อง-สารภาพงัดวันละ 3 ห้อง


วันนี้ (10 ก.ค.) พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี แถลงข่าวจับกุม นายธีรยุทธ หรือเด๋ง โกศลสิทธิ์ อายุ 29 ปี และนายโทน ฤกษ์กรี อายุ 38 ปี พร้อมของกลางพระเครื่องกว่า 30 องค์ โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง ซีพียูคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือ 6 เครื่อง กล้องถ่ายรูป 1 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 6 เรือน กระปุกออมสิน 3 กระปุก และอุปกรณ์งัดแงะจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ตามอพาร์ทเมนท์ในพื้นที่ สน.มีนบุรี หลายครั้ง โดยเฉพาะในอาคาร 2 ดีดีแมนชั่น ซอยสีหบุรานุกิจ แขวงและเขตมีนบุรี จึงให้ฝ่ายสืบสวนซุ่มตรวจอยู่ที่ตึกดังกล่าว กระทั่งช่วงสายวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบนายธีรยุทธเดินออกมาจากตึกดังกล่าวเพียงคนเดียว พร้อมกับถือของกลางเป็นกระปุกออมสิน 3 กระปุก พระพุทธรูป และซีพียูคอมพิวเตอร์ไว้ในมือ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบก็พบว่าเป็นของทั้งหมดเป็นของที่เพิ่งถูกขโมยมาจาก ห้องพักในอาคารดังกล่าว จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
หลังสอบสวนทราบว่า นายธีรยุทธนำของกลางไปขายให้กับนายภักตร์ ขอสงวนนามสกุล จึงนำกำลังไปตรวจค้นที่ห้องพักของนายภักตร์ ย่านลำผักชี ก็พบของกลางที่เหลืออยู่ภายในห้องอีกจำนวนมากเลยตรวจยึดไว้ แต่นายภักตร์ไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งออกหมายจับต่อไป และหากใครสงสัยว่าเป็นของตัวเองที่ถูกขโมยมาสามารถมาขอดูของกลางได้ที่ สน.มีนบุรี
จากการสอบสวนนายธีรยุทธ ให้การรับสารภาพว่า เข้าไปงัดห้องพักภายในอาคารดังกล่าวจริง โดยทำมาแล้วหลายครั้ง หลังได้ของมาแล้วก็จะนำไปขายให้กับนายภักตร์ ได้เงินมาก็เอาไปซื้อยามาเสพ ส่วนใหญ่จะเลือกงัดตามอพาร์ทเมนท์ในพื้นที่ บก.น.3 มากกว่าหมู่บ้านใหญ่เพราะคนจะไม่สงสัย และจะเลือกพาร์ทเม้นท์ที่ไม่มียาม งัดได้ประมาณ 3 ห้องต่อวัน โดยใช้คีมงัดกุญแจให้หลุดออกแล้วงัดลูกบิดอีกทีใช้เวลาไม่นานก็สามารถเปิด ห้องได้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัตินายธีรยุทธพบว่า เมื่อปี 2547 เคยก่อเหตุลักทรัพย์ในท้องที่ สน.มีนบุรี ปี 2549 ถูกจับคดียาเสพติดที่ สน.ร่วมเกล้า และสน.คันนายาว ปี 2552 ถูกจับคดีเสพยาเสพติด สน.ฉลองกรุง และปี 2553 ก่อเหตุลักทรัพย์ท้องที่ สน.จระเข้น้อย กระทั่งล่าสุดมาถูกตำรวจ สน.มีนบุรี จับกุมอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายธีรยุทธ ลักทรัพย์ในเคหสถาน ส่วนนายโทนตรวจปัสสาวะแล้วพบเป็นฉี่ม่วง จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดีต่อไป
Share:

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 082-663-3157

Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Followers

Blog Archive