ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

เปิดบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่สะดวกรวดเร็ว ด้วยทีมงานช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่จะไปบริการซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน วัด โรงเรียน ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยคิดอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 400 บาทต่อเครื่องเท่านั้น

การให้บริการ

หากลูกค้ายืนยันการซ่อมแล้วทางเราออกเดินทาง ไปแล้วยกเลิกการซ่อมในขณะที่ทางเราเดินทางไปถึงแล้วจะต้องเสียค่าเสียเวลาและการเดินทาง 400 บาท

พื้นที่ที่บริการ

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106 เริ่มต้นที่ 400บาท/เครื่อง (ปล. ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )

อัตราค่าบริการ becomz

ติดต่อ : TaNDesgin โทร. 095-219-0106 www.i-comz.com

บริการหลังการซ่อม โดย www.i-comz.com

ทุกงานซ่อมรับเราประกัน 1 สัปดาห์เต็ม หากปัญหาเดิมยังอยู่ เราจะไปบริการซ่อมให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยใบ้บริการกับทาง www.i-comz.com เรามีบริการซ่อมคอมออนไลน์ฟรีให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่า

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สืบ 9 จับเด็กแว้นตระเวนลักทรัพย์



เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 28 ต.ค. พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผกก.สส.บก.น.9 กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น วันที่ 28 ต.ค.ได้นำกำลังประกอบด้วยพ.ต.ท.วิเชียร  เพชรเสนา สว.สส. ร.ต.อ.ทศพร รุ่งเรืองศุภรัตน์ รอง สว.เข้าจับกุม นายสุธี หรือกัน พลูนิน อายุ 18 ปี นายชุติพัทธ์ หรือจ๊อบ เฟื่องสินธุ์ อายุ 18 ปี นายศรนารายณ์ หรือซัน นาชัยรัตน์ อายุ 18 ปี   นายจิรวัฒน์ หรือเต๋า มณีสัย อายุ 19 ปี  พร้อมของกลางรถ จยย. ยี่ห้อยามาฮ่า สีแดงดำ ทะเบียน สทพ-116 กทม. รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ-น้ำตาล ทะเบียน สฉต-513 กทม. และชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ (โครงรถ,เครื่องยนต์,ชุดเสื้อฝา,ชุดสี,ล้อด้านหน้า,ชุดไมล์วัด ความเร็ว,ถังน้ำมัน,กรองอากาศ,เบาะ) ของรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นมีโอ หมายเลขทะเบียน วงฉ-589 กทม.
พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ กล่าวว่าชุดจับกุมสืบสวนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ภายในปั้มน้ำมันคาลเท็กซ์ ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงและเขตบางแค หลังทราบว่ามีกลุ่มวันรุ่นมักจะใช้สถานที่บริเวณดังกล่าวเป็นจุดนัดพบ ต่อมาพบกลุ่มผู้ต้องหาขับขี่รถ จยย.ของกลาง เข้ามาในปั๊ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ และมีถุงกระสอบปุ๋ยวางอยู่ที่พักเท้า  จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ระหว่างนั้นนายจิรวัฒน์ อาศัยความมืดเดินเลี่ยงหลบหนีไป จากการตรวจค้น พบอะไหล่รถส่วนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระสอบปุ๋ย  จึงนำตัว นายสุธี นายชุติพัทธ์ นายศรนารายณ์ มาสอบสวนโดยทั้งหมดสารภาพว่า  ได้ร่วมกันกับเพื่อนเข้าไปลักรถ จยย. ยามาฮ่า มีโอ สีแดง ในซอยเอกชัย 66/7 แขวงและเขตบางบอน  ก่อนที่จะนำไปแยกชิ้นส่วนที่บ้านของนายจิรวัฒน์ อยู่ในซอยหมู่บ้านร่วมเกื้อ แขวงและเขตทวีวัฒนา  โดยมีชิ้นส่วนรถส่วนหนึ่งเก็บไว้ในบ้านของนายจิรวัฒน์ ส่วนโครงรถได้โยนทิ้งในป่าใกล้บ้านของนายจิรวัฒน์  จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปยังจุดที่โยนโครงรถทิ้ง ปรากฏว่าพบโครงรถอยู่ในป่าหญ้าบริเวณดังกล่าวจริง  ก่อนนำกำลังไปจับกุมตัวนายจิรวัฒน์ ที่บ้านหลังดังกล่าว พร้อมกับพบชิ้นส่วนรถที่เหลือ
“จากการตรวจสอบประวัติ   นายศรนารายณ์ และนายสุธี  เคยมีประวัติถูกจับกุมข้อหาร่วมกันลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ เมื่อปี 2553 และเพิ่งพ้น มาเมื่อเดือน มิ.ย. ก่อนจะมาก่อเหตุในครั้งนี้ สำหรับชิ้นส่วนที่ชำแหละได้จะนำไปแต่งเติมดัดแปลงกับรถคันอื่น อีกส่วนหนึ่งก็จะนำไปขายนำเงินมาใช้จ่าย”  ผกก.สส.บก.น.9 กล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจรก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  
Share:

ตร.ตั้งด่านเข้มรอบสนามม้านางเลิ้ง


เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณสนามม้านางเลิ้งว่า ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมชุมนุมอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและ ปจ.บก.น.1 ได้ตั้งจุดตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายรถยนต์และรถจยย.ทุกคันที่สัญจรผ่าน รวมทั้งประชาชนที่เดินบนทางเท้าตามเส้นทางที่จะมุ่งหน้ามายังสนามม้านางเลิ้ง จำนวน 2 จุดด้วยกัน โดยจุดแรกอยู่บนถนนนครสวรรค์ บริเวณด้านหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขานางเลิ้ง ส่วนอีกจุดคือบริเวณแยกพาณิชยการ ถนนพิษณุโลกตัดถนนพระรามที่ 5 ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่พบอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายต่อย่างใด โดยในเวลา 13.00 น.ทางเจ้าหน้าที่จะเพิ่มจุดตรวจอีก 1 จุดบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมิชชั่น ถนนพิษณุโลก นอกจากนี้ยังมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจจราจร และตำรวจจราจรของสน.นางเลิ้ง มาคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยรอบสนามม้าอีกด้วย.
Share:

รวบแล้ว1โจ๋โหดมีดฟันคอ อ.ศิลปะตายสยอง


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน นำกำลังเข้าจับกุมนายโจ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดฟันคอนายธนิต โพธิ์กลาง อายุ 29 ปี อาจารย์สอนศิลปะโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ จนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม เหตุเกิดบริเวณริมถนนบรมราชชนนี ใกล้ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาปิ่นเกล้า แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย ช่วงกลางดึกวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมได้บริเวณกลางซอยโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ
จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนและกลุ่มเพื่อนได้ชักชวนกันไปดื่มสุราจนเมา และไปมีเรื่องกับวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งย่านปิ่นเกล้า ก่อนจะแยกย้ายกันไป ขณะที่ขี่รถ จยย.ผ่านจุดเกิดเหตุถูกผู้ตายตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ด้วยความที่ยังไม่หายโมโหจากที่ไปมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่น จึงวิ่งลงไปใช้มีดที่พกมาฟันไปที่คอผู้ตายก่อนจะหลบหนีไป จนกระทั่งมาจับกุมตัวได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะได้เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป.
Share:

หึงโหดชัก9มม.กระหน่ำเมียดับสยองต่อหน้าญาติ


เมื่อวันที่ 28 ต.ค. พ.ต.ท.อำพร สายมะณี รอง ผกก.สส. สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า เวลา 23.00 น. วันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 199 หมู่ 8 บ้านท่ากลาง ต.เจ้าท่า จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วันชัย รณชาติชัย ผกก. แพทย์เวรโรงพยาบาลกมลาไสย และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างกาฬสินธุ์ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ทรงไทย 2 ชั้น ที่ห้องนั่งเล่นชั้นบนพบศพนางประภากร อิ่มสมบูรณ์ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน มีอาชีพเป็นหมอยาแผนโบราณพื้นบ้านและเป็นสมาชิกเหล่ากาชาดอำเภอกมลาไสย สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีน้ำเงินคาดขาว กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่หน้าอกทะลุหลัง รวม 4 นัด

ตรวจสอบในจุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนมือปืนที่ก่อเหตุคือนายโกศล อิ่มสมบูรณ์ สามีนางประภากร โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปพร้อมกับอาวุธปืน เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด แต่ขณะนี้ยังไม่พบตัว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางประภากร และนายโกศลได้เดินทางไปรับญาติ 2 คน เพื่อให้มาช่วยเฝ้าบ้าน เนื่องจากทั้งคู่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันในเช้าวันนี้( 28 ต.ค.) หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งหมดได้นั่งดูโทรทัศน์กัน แต่ระหว่างนั้นลูกชายของนายโกศลที่เกิดจากภรรยาเก่าได้โทรศัพท์เข้ามาฝากซื้อของกับนางประภากร จู่ ๆ นายโกศลได้ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนจากนั้นก็เดินกลับมาพร้อมชักปืนกระหน่ำยิงภรรยา 4 นัดซ้อนจนเสียชีวิตคาที่ แล้ววิ่งหลบหนีไป ต่อหน้าต่อตาญาติอีก 2 คน
Share:

สั่งสอบตร.พระโขนงคดีฆ่าโหดพนง.จดมิเตอร์ไฟฟ้า


จากกรณีนายสุรินทร์ โพธิ์ทอง อายุ 50 ปี และนางสมใจ โพธิ์ทอง อายุ 43 ปี พร้อมญาติจำนวนหนึ่งแบกโลงศพนายดวงเด่น โพธิ์ทอง อายุ 22 ปี พนักงานจดมิเตอร์ไฟฟ้า ลูกชาย ไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังจากที่นายดวงเด่นถูกการ์ดร้านแกะดำคาราโอเกะ ย่านซอยสุภาพงศ์ซอย 3 ท้องที่ สน.พระโขนง รุมทำร้ายและใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต เหตุเกิดช่วงกลางดึกวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทางญาติผู้ตายระบุว่าคดีไม่มีความคืบหน้านั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ทอง รอง ผบก.น.5 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง กรณีที่ญาติผู้ตายกล่าวหาตำรวจ สน.พระโขนง โดยหากพบว่ามีตำรวจนายใดไปเข้าข้างร้านคาราโอเกะ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะลงโทษตามระเบียบอย่างแน่นอน

ด้าน พ.ต.ท.รุ่งชาติ รุ่งทอง รอง ผกก.สส.สน.พระโขนง กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ทันที 2 คน เป็น รปภ.ของร้าน พร้อมกับนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพระโขนงเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ยังหลบหนี คือ นายดนัย ทองดี อายุ 25 ปี รปภ.ของร้านเช่นกัน ซึ่งได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้วในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยคาดว่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้ แต่รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงคนร้ายจะไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน.

Share:

ภาพวงจรปิดมัด2โจรมุดร้านโคขุนเปิ้ล-นาคร


 เมื่อเวลา 22.00น. วันที่ 28 ต.ค. เปิ้ล-นาคร  ศิลาชัย อายุ 47 ปี นักแสดงชื่อดัง และเจ้าของร้านอาหารโคขุน คุณทอง สาขาศรีวรา พร้อมด้วยนายภาคิน อดิจรไชย อายุ 55 ปี เจ้าของร้านอาหารบ้านดินเผา เลขที่ 1329/16 ถนนศรีวรา แขวงและเขตวังทองหลาง เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชาติชาย เขจรชัย พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ขอให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายที่บุกเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในร้านอาหารทั้งสองแห่งเมื่อวันที่ 19 และ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา
 
เปิ้ล เปิดเผยด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเซ็งๆ ว่า ช่วงสายของวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา พนักงานของร้านแจ้งว่าทรัพย์สินภายในห้องแคชเชียร์หายไปหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท จึงให้ทางผู้จัดการไปแจ้งความกับตำรวจให้มาช่วยตรวจสอบ แต่ก็ไม่พบร่องรอยการงัดแงะ กระทั่งรุ่งขึ้นมาทราบจากคุณภาคิน เปิดร้านอาหารอยู่ติดกันว่ามีคนร้ายแอบเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในห้องแคชเชียร์เช่นกัน แต่ทางร้านคุณภาคินติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ จึงสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน เป็นชาย 2 คน รูปร่างสันทัน คนแรกไว้ผมยาว
 
ส่วนอีกคนศีรษะล้าน ใช้วิธีค่อย ๆ มุดตัวเข้าไปในช่องรับส่งเงินหน้าห้องแคชเชียร์ ก่อนกวาดทรัพย์สินกว่า 1 แสนบาทหลบหนีออกไปทางประตูด้านหลังร้าน และใช้เวลาก่อเหตุเพียง 10 นาที จึงคาดว่าคนร้ายที่เข้าไปขโมยของภายในร้านของตนเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกันและใช้วิธีมุดเข้าไปทางช่องรับส่งเงินเหมือนกันคุณภาคินและตนเอง จึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมคนร้าย
 
ด้าน ร.ต.อ.ชาติชาย กล่าวว่า ได้ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกับประสานทางกองพิสูจน์หลักฐานให้เข้าไปเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายแล้ว คาดว่าน่าจะเคยมีประวัติก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เจข้าหน้าที่จะได้สอบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.
Share:

ตร.บางเขนจับปืนเถื่อน เจอนักข่าวผีเบ่งใส่

วันที่ 28 ต.ค. พ.ต.ท.เสน่ห์ มณีฉาย พ.ต.ต.ประภาส แก้วฉีด สว.สส.สน.บางเขน และ ร.ต.อ.พงศ์สุรวัฒน์ วงษ์สารัมย์ รอง สว.สส.สน.บางเขน พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุม นายชาตรี หรือปุ้ม สร้างเขตต์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/100 ซอยพหลโยธิน 54/1 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองยาว ไม่มีทะเบียน บรรจุกระสุนเบอร์ 12 ไว้ในรังเพลิงจำนวน 4 นัด และยังพบกระสุนขนาดเดียวกันอีก 4 นัด โดยจับกุมได้ที่บ้านพักของนายชาตรีตามที่อยู่ในบัตรประชาชน
สอบสวนนายชาตรี ให้การรับสารภาพว่า ปืนดังกล่าวเป็นของนายเปา ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง นำมาจำนำไว้ในราคา 1 หมื่นบาท และไม่เคยใช้ก่อเหตุที่ใด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจับกุมได้มีชายคนหนึ่งเดินทางมาที่ สน.บางเขน แสดงตัวเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง และเป็นญาติกับนายชาตรี ขอให้ชุดจับกุมปล่อยตัวนายชาตรี โดยอ้างว่ารู้จักกับนายตำรวจระดับผู้บัญชาการ และพยายามโทรศัพท์ให้คนช่วยเคลียร์คดีให้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมและได้นำตัวนายชาตรีส่งเข้าห้องขังเพื่อให้พนักงานสอบสวน สน.บางเขนดำเนินคดีทันที
Share:

จับผัวเมียตุ๋น70เหยื่อ เที่ยวเกาหลี-ญี่ปุ่่นราคาถูก


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ชำนาญเดช แตงจุ้ย ผกก.1 บก.ปคบ.ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายเชาว์ โล่เพชรรัตน์ อายุ 27 ปี และ น.ส.ชัญญา ยุพลัคฆ์ อายุ 28 ปี สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาร่วมกันโฆษณาอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง ตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลังทั้งคู่ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายประมาณ 70 คน เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคบ.ว่า ถูกบริษัท โกลบอล เอเชีย ทราเวลลิ่ง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 678 ถนนตากสิน ซอย 5 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. หลอกลวงว่าสามารถจัดทัวร์ไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยจำหน่ายตั๋วเครื่องบินในราคาถูกกว่าบริษัททั่วไป พร้อมที่พัก และอาหาร ซึ่งจะต้องโอนเงินเข้าบัญผู้ต้องหาก่อนเดินทางประมาณ 1 เดือน โดยมีกำหนดเดินทางในวันที่ 22 -26 ต.ค.ที่ผ่านมา
ต่อมาวันที่ 17 ต.ค. ทางบริษัทได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า ขอเลื่อนการเดินทางไปเป็นเดือนหน้า โดยอ้างว่ามีปัญหากับตัวแทนสายการบิน ระหว่างนั้นผู้เสียหายอีกหลายรายได้ทราบข้อมูลว่า ทางบริษัทดังกล่าวมีพฤติกรรมฉ้อโกงในลักษณะนี้กับผู้เสียหายมาแล้วหลายราย จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความดังกล่าว 
จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้เจตนาโกงเงินแต่อย่างใด ที่ทำไปนั้นเนื่องจากถูกบริษัทแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา โกงเงินค่าตั๋วเครื่องบินที่ตนสั่งซื้ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งได้สั่งซื้อตั๋วเครื่องบินจากบริษัทดังกล่าวมาเป็นเวลา 1 ปีกว่า โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่มาครั้งนี้ที่เกิดปัญหาทางบริษัทไม่สามารถออกตั๋วได้เนื่องจากถูกระงับโดยไม่ทราบสาเหตุ และเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พัทยาไว้แล้ว ขณะเดียวกันก็พยายามหาเงินคืนให้กับผู้เสียหาย แต่ก็ไม่ทัน จึงเกิดปัญหาขึ้น
           
ด้าน พล.ต.ต.นิพนธ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความสียหายประมาณ 20 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเพื่อเร่งติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่หลือมาดำเนินคดีต่อไป
Share:

ผบ.ตร.ตรวจเยี่ยมการชุมนุมสั่งคุมเข้มป้องกันมือที่3ป่วน


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาลหรือ ศปก.น. จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลควบคุมฝูงชน ภายในทำเนียบรัฐบาล
 
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ได้กำชับให้ผู้ปฏิบัติงานยึดหลักการปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมสำรองกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากตำรวจภูธรภาค 1,2 และ 7 ไว้พร้อมสนับสนุน โดยภาพรวมถือว่าสถานการณ์ทั่วไปไม่น่าเป็นห่วง สงบเรียบร้อยดี
ขณะที่พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.)ในฐานะโฆษกศปก.น. กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับสั่งการ 5 ข้อคือให้กำลังพลดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนป้องกันมือที่ 3 ก่อกวน และให้ดูแลกำลังพลทั้งหลักและสำรองที่มาปฏิบัติหน้าที่ให้มีขวัญกำลังใจ กำชับให้ดูแลสถานที่ราชการสำคัญ รวมทั้งควบคุมให้สถานการณ์อยู่ในความสงบเรียบร้อยและสุดท้ายยังได้กล่าวชมเชยผู้บัญชาการตำรวจนครบาลที่ควบคุมการปฏิบัติด้วยตนเอง ทั้งนี้แนะให้ประชาชนหากไม่จำเป็นให้หลีกเลี่ยงเส้นทางรอบสนามม้านางเลิ้งในช่วง 17.00-19.00 น. เนื่องจากเป็นเวลาการเลิกชุมนุมที่คาดว่าการจราจรจะมีผลกระทบ.
Share:

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106

Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Followers

Blog Archive