ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

เปิดบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่สะดวกรวดเร็ว ด้วยทีมงานช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่จะไปบริการซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน วัด โรงเรียน ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยคิดอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 400 บาทต่อเครื่องเท่านั้น

การให้บริการ

หากลูกค้ายืนยันการซ่อมแล้วทางเราออกเดินทาง ไปแล้วยกเลิกการซ่อมในขณะที่ทางเราเดินทางไปถึงแล้วจะต้องเสียค่าเสียเวลาและการเดินทาง 400 บาท

พื้นที่ที่บริการ

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106 เริ่มต้นที่ 400บาท/เครื่อง (ปล. ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )

อัตราค่าบริการ becomz

ติดต่อ : TaNDesgin โทร. 095-219-0106 www.i-comz.com

บริการหลังการซ่อม โดย www.i-comz.com

ทุกงานซ่อมรับเราประกัน 1 สัปดาห์เต็ม หากปัญหาเดิมยังอยู่ เราจะไปบริการซ่อมให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยใบ้บริการกับทาง www.i-comz.com เรามีบริการซ่อมคอมออนไลน์ฟรีให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่า

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รวบ 2 ผัวเมียเวียดนามลอบขนงาช้างผ่านไทยไปเขมร






"ศุลกากร" จับ 2 ผัวเมียชาวเวียดนามลักลอบขน "งาช้าง" จากเอธิโอเปีย มูลค่า 16 ล้าน ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เผยเตรียมส่งต่อไปกัมพูชา
วันที่ 30 ส.ค. ที่กรมศุลกากร นายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดี รักษาการอธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วยนายเสริมยศ สมมั่น รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 2 สามีชาวเวียดนาม คือ นายพาม งอก ทวน (Mr.Pham Ngoc Tuan) อายุ 41 ปี และนางพาม ติ คิม ชิ (Mrs.Pham Thi Kim Chi) อายุ 41 ปี พร้อมของกลางกระเป๋าเดินทาง 4 ใบ ภายในบรรจุงาช้าง ลูกปัดที่ทำด้วยงาช้าง และเศษวัสดุเป็นงาช้าง รวม 27 รายการ น้ำหนักรวม 105 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 16 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา

นายยุทธนา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบมาว่าจะมีขบวนการลักลอบนำงาช้างผ่านประเทศไทย ซึ่งงาช้างอยู่ในบัญชี 1 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) จึงเฝ้าติดตาม กระทั่งเวลา 15.30 น. วันที่ 29 ส.ค. เจ้าหน้าที่ฝ่ายศุลกากรฝ่ายปราบปราม (ฝปป.)ส่วนควบคุมทางศุลกากร (สคศ.)และสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สผภ.)ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่บริเวณจุดตรวจเครื่องเอ็กซเรย์พบกระเป๋าต้องสงสัยจำนวน 4 ใบ ซึ่งภายในคาดว่าจะบรรจุซากสัตว์ป่าประเภทงาช้าง

จากการตรวจสอบพบว่า กระเป๋าดังกล่าวมาจากเมืองลูอันดา ประเทศแองโกลา ด้วยสายการบินเอธิโอเปีย เที่ยวบิน อีที 480 ลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อจะส่งต่อไปยังเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา โดยกระเป๋าทั้ง 4 ใบ เป็นของ นายพาม งอก ทวน และนางพาม ติ คิม ชิ ซึ่งถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐสังคมเวียดนาม เจ้าหน้าที่จึงติดตามตัวทั้งสอง พร้อมนำกระเป๋าทั้งหมดมาตรวจค้น ซึ่งจากการตรวจค้นภายในกระเป๋าเดินทางทั้ง 4 ใบอย่างละเอียด พบงาช้าง ลูกปัดทำด้วยงาช้าง และเศษวัสดุที่เป็นงาช้าง รวม 27 รายการ น้ำหนักรวม 105 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 16 ล้านบาท  เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวไว้ พร้อมยึดงาช้าง ลูกปัดและเศษวัสดุงาช้างไว้เป็นของกลาง
   
สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า เพิ่งกระทำความผิดเป็นครั้งแรก โดยรับจ้างขนงาช้างในราคาเที่ยวละประมาณ 50,000 บาทไทย มีค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พักให้ต่างหาก เพื่อส่งผ่านไปยังประเทศกัมพูชา โดยจะนำไปทำเป็นเครื่องประดับหรือนำไปเป็นส่วนผสมของยา ทั้งนี้งาช้างที่นำไปส่งจะสามารถขายคิดเป็นเงินไทย ได้กิโลกรัมละ 150,000 – 300,000 บาท
 
ด้านนายเสริมยศ กล่าวว่า กรณีการลักลอบค้างาช้างที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ หรือ การนำออกนอกประเทศนั้น ถือเป็นความผิดกฎหมายไซเตส (CITES) ซึ่งในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับการสั่งการจากนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้เข้มงวดในการตรวจตรา ห้ามค้า ห้ามล่าสัตว์ป่า รวมถึงสัตว์ที่อยู่ในบัญชีไซเตสด้วย
   
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา นำเข้า หรือ นำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือ ผู้ที่อธิบดีได้รับมอบหมาย ตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ.2469 โทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.สุวรรณภูมิ ดำเนินคดีต่อไป ส่วนงาช้างของกลางนั้น จะส่งด่านตรวจสัตว์ป่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินการต่อไป
Share:

โจรใต้ซุ่มยิงตำรวจเจ็บ1นาย

วันนี้(30..) เวลา 19.45 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่จุดตรวจ ฝ่าย หรือ จุดตรวจร่วมตำรวจ ทหารและ อส.ในตลาดบ้านกรงปินัง หมู่ 7  ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา เป็นเหตุให้ส.ต.ต.ซูไฮมี กะโด อายุ 28 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.กรงปินัง ที่เข้าเวรถูกกระสุนปืนถากราวนมขวาได้รับบาดเจ็บ ร.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ขาวนวล พงส.(สบ.1) สภ.กรงปินัง รับแจ้งเหตุรุดไปสอบสวน แล้วนำตัวส.ต.ต.ซูไฮมี ส่งโรงพยาบาลกรงปินัง จ.ยะลา
ส่วนคนร้ายเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นแนวร่วมอาร์เคเค.ในพื้นที่ พยายามก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์รายวันให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
Share:

"เพื่อไทย" แขวะ "ปชป." ถึงยุคตกต่ำที่สุด แนะเร่งปฏิรูปพรรค

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ ( 31 ส.ค.)  ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศปรับปรุงโครงสร้างพรรคว่า ความพยายามดังกล่าวน่าจะมาจากกรณีที่สื่อระดับโลกวิเคราะห์จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์อย่างรุนแรง และเสียหายในหลายประเด็น แต่คงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการจัดระเบียบพรรคใหม่ เพราะวันนี้กระบวนการทำงานค่อนข้างเลอะเทอะ หัวหน้าไปทาง ลูกพรรคไปทาง สิ่งแรกที่ต้องทบทวนอย่างเร่งด่วนคือจุดยืนของพรรค ระบบรัฐสภาที่เคยบอกว่าเชื่อมั่น แต่การกระทำกลับสวนทาง ทำตัวเป็นเผด็จการเสียงข้างน้อยป่วนสภา ในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรื และรมว.กลาโหม ชวนคนมาแก้ปัญหาประเทศ แต่นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับชวนคนมาสร้างปัญหาเพิ่มให้กับประเทศ เดินหน้ารวบรวมม็อบ เล่นการเมืองข้างถนน ประสานทั้งกองทัพประชาชน กองทัพธรรม พันธมิตรฯ เด็กอาชีวะ และยังจุดไฟหลังม็อบสวนยาง แต่ที่ในที่สุดก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร
 
“วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าอยู่ในยุคที่ตกต่ำที่สุดแล้ว เพื่อไทยอยากเห็นแนวทางใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนด้วยวิธีที่สร้างสรรค์ มากกว่ามุ่งเล่นการเมือง 2 ระบบ คือระบบรัฐสภา และระบบฟุตบาธ อย่างการอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็พยายามยื้อ ตีรวน ใช้แท็คติกประท้วงซ้อนประท้วง ใช้เวลามาเป็นสัปดาห์จนทำให้ระบบรัฐสภาเสียหาย จึงขอเอาใจช่วยให้ประชาธิปัตย์ปรับปรุงโครงสร้างพรรคให้สำเร็จ เพื่อทำตัวให้เป็นที่หวังได้ และไม่ทำให้ระบบรัฐสภาเสียหายไปมากกว่านี้”
นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต่อเวทีปฏิรูปการเมืองว่า ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันเสียงแข็งว่าไม่เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมือง โดยพยายามสร้างเงื่อนไขให้ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ตอนหลังก็ทำเป็นลดเงื่อนไขให้ชะลอการพิจารณาแทน แต่ตนเชื่อว่าแม้รัฐบาลจะทำตามเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์กำหนด แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าจะเข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูปการเมือง แถมยังไปจัดเวทีเสวนาปฏิรูประเทศแข่งกับรัฐบาลอีก อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยยังหวังลึก ๆ ว่าด้วยกระแสสังคม และความเห็นของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง พรรคประชาธิปัตย์จะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และส่งตัวแทนเข้าร่วมในเวทีครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่อยากจะเห็นประเทศปรองดองอย่างแท้จริง ประชาชนยังรอให้โอกาส และให้อภัยได้เสมอ ถ้าอยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ก็มาคุยกันดีกว่า ไม่มีปาหี่อะไรในเวทีนี้
Share:

รัสเซียจวกสหรัฐ "หาข้ออ้าง" โจมตีซีเรีย


รัสเซียออกโรงประณามสหรัฐอย่างรุนแรงว่า "รับไม่ได้" หลังวอชิงตันเผยรายงานข่าวกรองของตัวเองว่า รัฐบาลซีเรียเป็นฝ่ายใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชนกว่า 1,400 ศพ และส่ง "สัญญาณ" ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่องการโจมตีทางทหาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 31 ส.ค. นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชวิช โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงว่า สหรัฐไม่แสดงหลักฐานที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนต่อประชาคมโลกว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย คือผู้บงการให้มีการใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชน 1,429 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 426 ศพ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ดังนั้น ถ้อยคำปากเปล่าถือว่าไม่มีน้ำหนักพอและฟังไม่ขึ้น ผลการตรวจสอบจากสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เท่านั้นที่เชื่อถือได้และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่สุด
นอกจากนี้ แม้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ ยืนยันว่าจะไม่มีการส่งกำลังทหารเข้าไปในซีเรีย แต่การเผยถึงการพิจารณาเรื่องการใช้ปฏิบัติการโจมตีใน "วงแคบ" ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีในวงจำกัดหรือมีข้อกำหนดมากแค่ไหน รวมถึงแม้สหรัฐจะยืนยันว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะไม่ "ซ้ำรอย" ภารกิจในอิรักเมื่อ 10 ปีก่อน  มอสโกประเมินแล้วเห็นว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และมีแต่จะทำให้กระบวนการสร้างสันติภาพด้วยวิธีทางการทูตต้องหยุดชะงัก
ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายบัน คี-มูน เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า คณะผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเคมีของยูเอ็นเสร็จสิ้นภารกิจในซีเรียแล้ว แต่ผลการวิเคราะห์อย่างเป็นทางการอาจต้องรอนานถึง 2 สัปดาห์ เนื่องจากต้องกระจายส่งตัวอย่างไปตามห้องทดลองหลายแห่งในยุโรป ทางยูเอ็นจึงขอ "ความร่วมมือ" จากทุกฝ่าย โดยเฉพาะสหรัฐ รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน ซึ่งเป็น 5 ประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) บันยืนยันด้วยว่า ระหว่างนี้จะไม่มีการรายงาน "ผลเบื้องต้น" ใดๆทั้งสิ้น
รายงานล่าสุดระบุว่า ทีมงานของยูเอ็นส่วนหนึ่งเดินทางออกจากซีเรียไปแล้วตั้งแต่วันศุกร์ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะเดินทางกลับในช่วงเช้า ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ที่ 31 ส.ค. นี้
Share:

น้อยใจสาวแต่งงานหนุ่มอื่น ลูกจ้างสถานีวิจัยโดดตึกดับ









หลังพากันไปดื่มเหล้ากับพรรคพวก ก่อนตัดพ้อเรื่องส่งเสียหญิงสาวจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่กลับไปแต่งงานกับหนุ่มอื่น กลับเข้าที่พักเจออีกทีตกตึกดับแล้ว ตำรวจไม่ตัดประเด็นเมาพลัดตกเอง
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ร.ต.ท.ธนภัทร กำลังแรง พนักงานสอบสวน สน.บางเขน  รับแจ้งเหตุมีผู้ผลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในโรงแรม "รีคอฟ"  (RECOFTC) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก. พ.ต.ต.พงศ์สุรวัฒน์ วงษ์สารัมย์ สว.สส.  และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู   บริเวณด้านหลังโรงแรม พบศพนายสิรภพ แซ่ลี หรือจ่าล่า อายุ 34 ปี ลูกจ้างทั่วไป สถานีวิจัยเพชรบูรณ์ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด กะโหลกศีรษะแตกมีเลือดและมันสมองไหลทะลักออกมา  ตรวจสอบภายในห้องพักเลขที่ 2606 ชั้น 6 เจ้าหน้าที่พบเก้าอี้ไม้วางชิดอยู่กับระเบียง 1 ตัว โดยมีกางเกงชั้นในตากพาดไว้อยู่ ภายในห้องพักไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หรือรื้อค้นทรัพย์สิน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบเพื่อนที่ทำงานของผู้ตายนอนหลับพักผ่อนอยู่ 2 คน จึงเชิญตัวมาสอบสวน
เบื้องต้น นายประภพ จงอยู่วัฒนาเลิศ อายุ 29 ปี ให้การว่า  มีตำแหน่งเป็นผู้ปฎิบัติงานการเกษตร สถานีวิจัยเพชรบูรณ์มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ และเป็นหัวหน้าผู้ตาย โดยผู้ตายและเพื่อนอีกคน ได้มาร่วมงานสัมมนาที่กทม. ตั้งแต่วันที่ 29-31 ส.ค. และเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. โดยจะมีกำหนดเดินทางกลับ จ.เพชรบูรณ์ ภายในวันนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมาตนและผู้ตาย พร้อมเพื่อนที่พักอยู่ด้วยกัน ได้ไปนั่งดื่มเหล้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี  ผู้ตายมีอาการเมามากกว่าปกติ และพูดตัดพ้อถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่ผู้ตายได้ส่งเสียเลี้ยงดูมาตั้งแต่ชั้นป.4 จนตอนนี้เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกทม.  แต่กลับกำลังจะไปแต่งงานกับหนุ่มคนอื่นในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ทำให้ผู้ตายเสียใจมาก
นายประภพ ให้การต่ว่า  ต่อมาพวกตนเดินทางกลับเข้ามาที่ห้องพัก  จากนั้นผู้ตายพยายามโทรฯ ไปหาหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีผู้รับสาย ด้วยความเพลียตนจึงขอตัวเข้าไปนอนก่อน เมื่อตื่นขึ้นมาอีกที ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเคาะประตูมาสอบถามถึงเรื่องที่ผู้ตายตกลงไปข้างล่างแล้ว  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า ผู้ตายอาจจะน้อยใจที่หญิงสาวซึ่งส่งเสียเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ที่กำลังจะแต่งงานกับชายอื่น จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย หรือไม่ผู้ตายอาจจะมานั่งอมทุกข์คิดมากอยู่ขอบระเบียง  แต่ด้วยความมึนเมาจึงพลัดตกลงมา ซึ่งตำรวจจะสอบสวนสาเหตุให้แน่ชัดอีกครั้ง
Share:

ซ้ำซาก "โรฮิงญา" แหกห้องขังหนี



เหตุซ้ำรอย ผู้ต้องขังชาวโรฮิงญา 20 คน แหกห้องขังตม.พระนครศรีอยุธยา หลบหนีกลางดึก เจ้าหน้าที่ตามหาจ้าละหวั่น ยังไร้วี่แวว
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องขังชาวโรฮิงญาที่ถูกส่งตัวจากจังหวัดกาญจนบุรี 20 คน  ได้งัดเหล็กเพดานห้องกักตัวเพื่อรอส่งกลับ ภายในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วหลบหนีไป จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณโครงเหล็กด้านบน  ซึ่งสร้างเป็นห้องขังนักโทษ มีรอยตัดเป็นช่องขนาดความกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร พอที่คนจะสามารถลอดออกไปได้   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ระดมกำลังออกติดตามกลุ่มชาวโรฮิงญา แต่ยังไม่มีวี่แวว
 ด.ต.วิทยา เสถียรรูป  อดีตตำรวจนอกราชการ ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังหาปลาอยู่ในแม่น้ำบริเวณหลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  ได้เห็นกลุ่มชายจำนวน 4-5 คน  เดินอยู่บริเวณหลังห้องคุมขัง ลักษณะท่าทีมีพิรุธ  แต่ก็ไม่ได้เอะใจว่ากลุ่มชายเหล่านั้นเป็นผู้กักขังที่หลบหนี กระทั่งช่วงเช้าจึงได้รับทราบข่าวมาว่ามีกลุ่มชาวโรฮิงญาหลบหนี  จึงได้เข้ามาให้การกับ พ.ต.ท. สัญญา  หาญวณิชานนท์ สว.ตม.พระนครศรีอยุธยา
ต่อมาเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้นรับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เมื่อเวลาประมาณตี 2 ได้พบเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ 10-20 คน เดินทางไปขึ้นรถแท็กซี่บริเวณถนนสายเอเชีย หน้าศูนย์การค้าอยุธยาพาร์ค โดยใช้แท็กซี่ 3 คัน มุ่งหน้าเข้ากทม.  จึงประสานตำรวจในพื้นที่ต่างๆ เพื่อติดตามกุมตัวชาวโรฮิงญาที่หลบหนีกลับมาต่อไป.
Share:

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

‘นุ้ย-สุจิรา’ ผวาโดนโจรก่อเหตุซ้ำสอง โร่ขอตู้แดงหวั่นเจอหนสาม




‘นุ้ย-สุจิรา’ ซวยซ้ำ โจรกรุงย่องยกเค้าถึงในบ้าน กวาดร่วมสี่หมื่น เจ้าตัวครวญขอติดตู้แดง บอกถือเป็นภัยร้าย คาดควงมีดกรีดมุ้งลวดห้องครัว ก่อนมุดลอดเหล็กดัดเข้าไปไล่รื้อ ตำรวจโชคชัย เต้นหลังโดนหยามหน้าคำรบสอง
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. พ.ต.ท.ศาสตร์ศักดิ์ ชัยประเสริฐ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย รับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์ในบ้านเลขที่ 60/9 หมู่บ้านเสนานิเวศน์ ถนนเสนานิคม แขวงและเขตลาดพร้าว ของนักแสดงและพิธีกรชื่อดัง นุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์ อายุ 31 ปี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ปลูกอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 80 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด เจ้าหน้าที่พบร่องรอยของคนร้ายปีนข้ามกำแพงมาจากบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน จากนั้นใช้ของมีดคมกรีดมุ้งลวดหน้าต่างห้องครัวด้านหลัง ก่อนมุดลอดเหล็กดัดเข้ามาไล่รื้อค้นหาทรัพย์สิน จากนั้นแอบเปิดประตูหลังหลบหนีไป
จากการสอบสวน นุ้ย-สุจิรา ให้การว่า ปกติบ้านเกิดเหตุจะอยู่ด้วยกันเกือบทั้งครอบครัว ก่อนเกิดเหตุตนก็พักผ่อนอยู่ในบ้าน คาดว่าคนร้ายน่าจะแอบเข้ามาช่วงประมาณตี 2 สำหรับทรัพย์สินที่หายไปประกอบด้วยเงินสด 3,000 บาท ไอแพดและบัตรเอทีเอ็ม รวมมูลค่าประมาณ 40,000 บาท ก่อนที่คนในบ้านจะตื่นขึ้นมาเห็นรอยเท้าของคนร้ายบริเวณห้องครัวในตอนเช้า
“ถือเป็นครั้งแรกที่เจอขโมยเข้ามาถึงในบ้าน โดยก่อนหน้านี้นุ้ยเคยถูกคนร้ายลอบทุบกระจกรถเบนซ์มาแล้วเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ครั้งนั้นยังไม่น่ากลัว เพราะเหตุเกิดนอกรั้วบ้าน ผิดกับครั้งนี้ที่เกิดขึ้นในบ้าน ทั้งที่มีคนอยู่ด้วย ยอมรับช่วงเกิดเหตุไม่มีใครได้ยินเสียงผิดปกติเลย แถมคนร้ายยังรอบคอบมากแอบย่องเข้ามาปิดประตูกรงหมาด้วย จากนี้คงต้องขอให้คุณตำรวจช่วยมาติดตู้แดงหน้าบ้านด้วย แม้ในอนาคตนุ้ยจะต้องย้ายออกไปหลังแต่งงานก็ตาม แต่ก็ต้องทำเพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน ไม่ให้มีครั้งที่สามอีก” อดีตนางสาวไทยปี 2544 กล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจเก็บหาลายนิ้วมือแฝงไว้ พร้อมประสานขอภาพวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ เป็นชายวัยรุ่นสูงประมาณ 165-170 เซนติเมตร ผมรองทรงสั้น สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการสืบสวนแกะรอยติดตามโจรเมืองกรุงรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. รับผิดชอบงานด้านสืบสวน เปิดเผยว่า คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้มีดกรีดประตูมุ้งลวดเข้าทางห้องครัว ระหว่างที่คนในบ้านนอนอยู่ พ่อของดาราสาวนอนอยู่ชั้นล่างของบ้าน โดยคนร้ายเข้าไปทางห้องรับแขกแล้วเอาทรัพย์สินไป ทั้งนี้หากมีคนที่รู้จักกับคนร้ายได้เห็นภาพที่เผยแพร่ออกไปตามสื่อ คาดว่าจะติดตามตัวได้ไม่ยาก.
Share:

พระฉาวจับ "เจ้าขาว" ฟาดบันได ทนไม่ไหวขอลาสึกแล้ว

จากกรณีมีคนนำคลิปพระรูปหนึ่งของวัดหน้าพระธาตุ ต.หน้าพระธาตุ อ.พานทอง จ.ชลบุรี ที่กำลังจับสุนัขฟาดกับพื้นบันไดอย่างทารุณจนกลายเป็นที่พูดถึงในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสมกับความเป็นพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งต่อมา พระรูปดังกล่าวได้ออกมาระบุว่า สาเหตุที่ทำเพราะหมาไปขี้ เยี่ยว แถมกัดอาสนะ เลยบันดาลโทสะ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก โดยจะใช้ไม้ตีแทน ก่อนจะโดนปรับเป็นเงิน 1,000 บาท และไม่เข้าขั้นปาราชิก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่วัดเนินหลังเต่า  ต.บ้านเซิด  อ.พนัสนิคม  จ.ชลบุรี  พระชลธารมุนี เจ้าคณะอำเภอพนัสนิคม ได้เรียกประชุมพระสงฆ์ในเขตพื้นที่เพื่อปรึกษาหารือถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งในการประชุม พระครูกิตติสุตาภิราม เจ้าอาวาสวัดหน้าพระธาตุ ได้เข้าร่วมประชุมด้วย  พร้อมกล่าวกับที่ประชุมว่า ขณะนี้พระภิกษุที่อยู่ในคลิปได้ขอลาสิกขาไปแล้ว  เมื่อ 21.00 น. วันที่ 1 ส.ค. โดยให้เหตุผลว่าทนแรงกดดันไม่ไหวและสงสารเจ้าอาวาสที่ต้องมาเดือดร้อน เพราะการกระทำของตนเอง  รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าแม้จะลาสิกขาไปแล้วก็จะไม่ทารุณสัตว์อีก
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใจบุญได้นำเจ้าขาว สุนัขที่ถูกจับฟาดไปรักษายัง รพ.สัตว์ ในกรุงเทพฯ แล้ว รวมถึงสุนัขที่มีอาการใกล้เคียงกันอีก 3 ตัวด้วย เนื่องจากทั้งหมดมีอาการกระดูกหัก  ซึมเศร้า  หวาดระแวง  อาจต้องใช้เวลาในการรักษากว่า 1 เดือน.     
Share:

อุทาหรณ์! ปล่อยลูกเล่นลำพัง แทบช็อกเจอนอนสลบท้ายรถ คนพี่ดับ-น้องร่อแร่

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.  ร.ต.ท.อรรถกานต์ จูมพลา ร้อยเวร สน.ธรรมศาลา ได้รับแจ้งจาก รพ.ธนบุรี 2 ถนนบรมราชชนนี ว่ามีเด็กเข้ามารักษาตัวแล้วเสียชีวิต จึงรุดไปตรวจสอบ พบนายไก่ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี และน.ส.เก้ง (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี พ่อและแม่ กำลังยืนร่ำไห้มองดูร่างไร้วิญญาณของ ด.ช.กวาง (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ อย่างน่าหดหู่
จาการสอบสวน นายไก่ ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนมีอาชีพขับรถแท็กซี่ประจำอยู่ที่ขนส่งสายใต้ใหม่ ส่วนภรรยา ทำงานเป็นพนักงานบัญชีที่บริษัทย่านตลิ่งชัน และมีลูกชาย 2 คน โดยผู้ตายเป็นคนโตอายุ 4 ขวบ ศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ส่วนคนเล็กอายุ 3 ขวบ อยู่ชั้นเตรียมอนุบาลโรงเรียนเดียวกัน โดยปกติจะไปรับลูกที่โรงเรียนเป็นประจำและดูแลจนถึงช่วงเย็น จากนั้นพอภรรยากลับมาถึงบ้านตอน 6 โมงเย็น ตนค่อยออกไปขับรถ แต่วันนี้โรงเรียนแจ้งว่าต้องพาเด็กโตไปทำกิจกรรมนอกโรงเรียน ส่วนเด็กเล็กนั้นให้กลับบ้านได้ตั้งแต่ช่วงเที่ยง ตนจึงไปรับลูกกลับมา กระทั่งถึงบ้านได้อาบน้ำให้ลูกจนแล้วเสร็จ ก่อนจะปล่อยให้ไปเล่นภายในบ้านตามประสา ส่วนตนก็นอนพักเอาแรง  
ต่อมา หลังภรรยากลับมาถึงบ้านก็ไม่เจอผู้ตายแล้ว พยายามเรียกตนให้ตื่นมาช่วยค้นหาก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจเอากุญแจรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน พน 2558 กรุงเทพมหานคร ของตัวเอง มาลองไขที่ท้ายรถดู ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจแทบสลาย เมื่อพบว่าทั้งพี่ทั้งน้องนอนสลบแน่นิ่งอยู่ สภาพเหงื่อชุ่มกาย จึงรีบนำทั้งคู่ส่ง รพ. สุดท้ายไม่ทันการณ์ น้องกวาง ขาดอากาศหายใจนานเกินไปจนเสียชีวิต ส่วนลูกคนเล็กยังอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่ห้องฉุกเฉิน
 “เชื่อว่าพี่กับน้องน่าจะมาวิ่งเล่นแถวๆรถ จากนั้นคนพี่คงไปเปิดฝากระโปรงท้ายจากด้านในรถ และชักชวนน้องให้เข้าไปเล่นในฝากระโปรง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้ทั้งคู่ดึงฝาท้ายลงมาปิดจนลงล็อกและเปิดออกมาไม่ได้ กระทั่งขาดอากาศหายใจเสียชีวิตดังกล่าว ไม่คาดคิดว่าความประมาทเพียงชั่วขณะจะทำให้เสียใจไปตลอดชีวิตเช่นนี้” พ่อหนูน้อย กล่าวทั้งน้ำตา.
Share:

หนุ่ม ธกส.ศรีประจันต์ ซิ่งบีเอ็มติดแก๊ส ชนต้นไม้ไฟคลอกสยองคารถ











หนุ่ม ธกส.ศรีประจันต์ ขับบีเอ็มติดแก๊สจะกลับบ้านพัก รถเสียหลักชนต้นไม้ไฟคลอกดับสยองคาพวงมาลัย ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเข้าช่วยแต่ไม่ทัน
เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 3 ส.ค. 56 ร.ต.ท.จีรศักดิ์  ดวงใจดี ร้อยเวร สภ.ศรีประจันต์  จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนต้นไม้ไฟลุกไหม้ มีคนเสียชีวิตติดภายในรถที่ริมถนนสาย สามชุก-สุพรรณบุรี บริเวณโค้งวังกานต์ หมู่  2 ต.วังน้ำซับ ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ไพฑูรย์ อยู่พะเนียด ผกก.พ.ต.ท.กระเษียร สุดตา  หน.พงส.รถดับเพลิงจากเทศบาลศรีประจันต์ รถตัดถ่าง อบจ.สุพรรณบุรี แพทย์เวร รพ.ศรีประจันต์ และมูลนิธิเสมอกัน พบรถเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว สีดำทะเบียน กค 164 สุพรรณบุรี เสียหลักชนต้นไม้ข้างทางสภาพหน้ารถพังยุบและมีไฟลุกไหม้ทั้งคันเจ้าหน้าที่จึงรีบฉีดน้ำสกัดใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเพลงจึงสงบภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิตคาเบาะนั่งคนขับจึงใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างออกมาตรวจพิสูจน์ ทราบชื่อคือนายเทวกฤต พลเสน อายุ 31 ปีอยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 3 ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ สภาพถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโก

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายเทวกฤต เป็นพนักงานขายสินค้าประเภทปุ๋ยยา อยู่ที่สหกรณ์ศรีประจันต์  ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กม.ขณะเกิดเหตุได้ขับรถยนต์เก๋งกลับบ้านเพียงลำพังถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งรถเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางอย่างแรงร่างนายเทวกฤต ถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่ในรถ  ชาวบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุพยายามเข้ามาช่วยดึงร่างออกจากซากรถแต่ไม่สามารถช่วยได้ และทันใดนั้นได้เกิดไฟลุกไหม้ที่ห้องเครื่องแล้วลุกลามเข้าห้องโดยสารอย่างรวดเร็วทำให้ไฟไหม้คลอกร่างนายเทวกฤต เสียชีวิตสยองคารถจากการตรวจสอบพบว่ารถคันเกิดเหตุได้ติดตั้งแก๊สแอลพีจี แต่โชคดีที่ไม่ระเบิด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
Share:

บาร์ซาอุ่นดุถลุงซานโตสไม่เลี้ยง




"บาร์ซา" โครตดุไล่ถลุง "ซานโตส" ไม่ไว้หน้า 8-0 ศึก โจน กัมเปร์ โทรฟี ที่สังเวียน คัมป์ นู
      ศึก ลูกหนังรายการพิเศษ โจน กัมเปร์ โทรฟี ที่สนาม คัมป์ นู เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน โชว์ฟอร์มดุ เมื่อไล่ถล่ม ซานโตส จากบราซิล ไม่เลี้ยง 8-0 โดย  "เจ้าบุญทุ่ม" ออกนำไปก่อนถึง 4-0 ในครึ่งแรกจาก ลิโอเนล เมสซี นาทีที่ 8, เลโอ (ทำเข้าประตูตัวเอง) นาทีที่ 12, อเล็กซิส ซานเชซ นาทีที่ 22 และเปโดร โรดริเกซ นาทีที่ 29 ส่วนครึ่งหลังยังเป็น บาร์ซา ที่เล่นได้เหนือกว่ามาก และมาบวกเพิ่มอีก 4 ตุงจาก เชส ฟาเบรกาส นาทีที่ 53 และ68, อาเดรียโน คอร์เรีย นาทีที่ 75 และปิดท้ายด้วย ฌอง มารี ดอนโก นาทีที่ 83.
Share:

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106

Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Followers

Blog Archive