ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

เปิดบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่สะดวกรวดเร็ว ด้วยทีมงานช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่จะไปบริการซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน วัด โรงเรียน ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยคิดอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 400 บาทต่อเครื่องเท่านั้น

การให้บริการ

หากลูกค้ายืนยันการซ่อมแล้วทางเราออกเดินทาง ไปแล้วยกเลิกการซ่อมในขณะที่ทางเราเดินทางไปถึงแล้วจะต้องเสียค่าเสียเวลาและการเดินทาง 400 บาท

พื้นที่ที่บริการ

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106 เริ่มต้นที่ 400บาท/เครื่อง (ปล. ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )

อัตราค่าบริการ becomz

ติดต่อ : TaNDesgin โทร. 095-219-0106 www.i-comz.com

บริการหลังการซ่อม โดย www.i-comz.com

ทุกงานซ่อมรับเราประกัน 1 สัปดาห์เต็ม หากปัญหาเดิมยังอยู่ เราจะไปบริการซ่อมให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยใบ้บริการกับทาง www.i-comz.com เรามีบริการซ่อมคอมออนไลน์ฟรีให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่า

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

"ปชป." เปิดคลิป ตบหน้า “เหวง-ธิดา” โชว์ภาพมัด “ตู่”ประกันตัวชายชุดดำ




วันนี้ (29 ก.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงพร้อมเปิดคลิปยืนยันมีชายชุดดำใช้อาวุธสงครามทำร้ายทหารในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง โดยแถลงว่า กลุ่มคนเสื้อแดงโดยเฉพาะนพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานนปช. ที่พากันออกมาปฏิเสธว่าไม่มีชายชุดดำอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ถ้าได้เห็นคลิปนี้คงเถียงไม่ออกว่ามีชายชุดดำหรือไม่ เพราะในคลิปเหตุการณ์บนรถไฟฟ้าบีทีเอส บนเวทีนปช. ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค มีผู้ปฎิบัติการซึ่งเป็นชายชุดดำที่พกอาวุธสงคราม ปืนเอ็ม 16 อยู่ร่วมกับแกนนำนปช. โดยชายดังกล่าวมีชื่อว่านายศรชัย ศรีดี เป็นทหารพรานค่ายปักธงชัย ซึ่งหลายคนคงพอจะคุ้นว่าใครเป็นคนเอาทหารจากค่ายที่แตกมาปฏิบัติการในครั้งนี้
สำหรับนายศรชัยเคยถูกจับตัวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ไปช่วยเหลือประกันตัว ดังนั้นขอให้เลิกเถียงว่ามีชายชุดดำได้แล้ว เพราะสิ่งที่มีอยู่แน่ ๆ ตามคลิปและภาพคือกองกำลังติดอาวุธที่ใช้อาวุธสงครามมาเข่นฆ่าทหารและทำร้ายประชาชน
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ตนอยากถามไปยังร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ หรือว่าทราบแล้วแต่แกล้งปกปิดความจริง แต่ถ้าไม่ทราบตนจะนำคลิปวีดีโอดังกล่าวและภาพนายจตุพร ไปประกันตัวนายศรชัย ไปมอบให้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีต่อไป ตนอยากให้ร.ต.อ.เฉลิม ใช้เวลาราชการให้เป็นประโยชน์ดีกว่าเอาเวลาไปตั้งข้อกล่าวหาเท็จกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และขอให้เลิกทำตามใบสั่งทางการเมืองได้แล้ว
Share:

โบ้ยเป็นเกมการเมือง "ธีระชน" โต้ไม่เชื่อเจอถุงทรายอุดท่อที่มีนบุรี


วันนี้ (29 ก.ย.)  นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์พบถุงทรายในท่อระบายน้ำอุดตันอยู่กว่า 100 ลูกที่เขตมีนบุรี ว่าในฐานะที่ตนเป็นนักวิชาการด้านวิศวกรรม มองว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่ถุงทรายจำนวนมากขนาดนั้นจะไหลลงท่อระบายน้ำ อีกทั้งขนาดและน้ำหนักของถุงทรายยิ่งเป็นไปไม่ได้ มีทางเดียวที่จะลงไปได้คือมีการเปิดฝาท่อระบายน้ำแล้วหย่อนลงไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตามกทม. ได้รับหนังสือรายงานผลการขุดลอกทำความสะอาดท่อละบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ จากกรมราชทัณฑ์ ลงวันที่ 7 ก.ย. ซึ่งระบุว่าได้ดำเนินการเสร็จแล้วระยะทางรวม 3,983 กิโลเมตร โดยมีการประสานงานกับชุมชน มีตัวแทนชุมชนร่วมตรวจสอบการทำงานตลอดเวลา เมื่อเสร็จงานแล้วก็มีตัวแทนชุมชนรับมอบงานจากกรมราชทัณฑ์ มีหลักฐานในการลงนามรับมอบอีกด้วย ดังนั้นหากมีการชำรุดเสียหายของฝาบ่อพักท่อ หรือมีการทำความสะอาดไม่เรียบร้อย ก็น่าจะมีการทักท้วงจากประชาชนมาตั้งแต่ต้น
นายธีระชน กล่าวต่อว่า หากประชาชนลองออกไปดูบริเวณท่อระบายน้ำที่อยู่หน้าบ้าน   แล้วลองเอาถุงทรายหรือถุงหนักวางไว้  จะทราบว่าไหลไปกับน้ำไม่ได้เลย ถ้าไม่เปิดฝาท่อก่อนแล้วหย่อนลงไป แค่เปิดฝาท่อให้ได้ก็ลำบากแล้วตนไม่ทราบว่าถุงทรายลงไปได้ยังไง และ  หากมีถุงทรายในท่อตั้งแต่เกิดน้ำท่วม กรมราชทัณฑ์ก็ต้องเห็นตั้งแต่แรกแล้ว ในหนังสือที่รายงานผลการทำงาน  ซึ่งตนมองว่า เรื่องนี้มันกลายเป็นประเด็นทางการเมืองแน่นอน

Share:

งงยูเอฟโอคู่เหมือนโผล่พร้อมกันเหนือท้องฟ้าสหรัฐ







ชาวอเมริกันสุดงง จานผียูเอฟโอรูปทรงลักษณะเหมือนกันทุกอย่าง โผล่ให้เห็นในกูเกิล สตรีท วิว และกูเกิล แม็พ ในเวลาเดียวกัน เหนือท้องฟ้ารัฐเท็กซัสและนิวเม็กซิโกในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีระยะทางห่างกันเกือบ 1,000 ไมล์
วันนี้ (30 ก.ย.) เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลี่เมล์ของอังกฤษ รายงานว่า เกิดเหตุอัศจรรย์ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันโจษขานกันในวงกว้าง เมื่อปรากฏสิ่งบินลึกลับ หรือ ยูเอฟโอ 2 ลำ รูปทรงลักษณะเหมือนกันทุกอย่าง โผล่ให้เห็นในกูเกิล สตรีท วิว และกูเกิล แม็พ ในเวลาเดียวกัน แต่ต่างสถานที่ ระยะทางห่างกันเกือบ 1,000 ไมล์ เมื่อวันศุกร์ (28 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น
โดยยูเอฟโอทรงกลมสีแดงลำแรก ลอยอยู่เหนือท้องฟ้าเมืองแจ๊คสันส์วิลล์ รัฐเท็กซัส ส่วนลำที่ 2 ลอยอยู่เหนือโรงแรมและบ่อนกาสิโนสกาย ซิตี้ ในเมืองอาโคมา พิวโบล ในรัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งสามารถเห็นได้ทุกคนที่ใช้แอพพลิเคชั่นกูเกิล สตรีท วิว.
Share:

"อนุสรณ์" ยกย่อง "ยงยุทธ" สละเก้าอี้ แขวะ "มาร์ค-ปชป." เอาอย่างอย่าดีแต่พูด


วันนี้ (29 ก.ย.) นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ประกาศลาออกจากทั้ง 2 ตำแหน่งว่า ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่องชมเชย เพราะเมื่อเห็นว่ายังมีข้อขัดแย้งทางกฎหมายจึงประกาศลาออก เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปอย่างราบรื่น ซึ่งในทางการเมืองบางครั้งก็ต้องพึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ถือเป็นการเล่นเพื่อทีม และปิดหนทางที่ฝ่ายค้านจะขยายผลโจมตีทางการเมือง
สำหรับการลาออกครั้งนี้ยืนยันว่า ไม่มีการกดดันจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  หรือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตลอดจนแกนนำพรรค หรือมวลชนของพรรคกลุ่มใด ๆ ให้ลาออก  แต่เป็นการลาออกด้วยสปิริตล้วน ๆ  และต้องให้ฉายานายยงยุทธ ตรงข้ามจากปีที่แล้วใหม่ว่า “ทักชิโด้โชว์เหนือ” ตั้งแต่การยื่น กกต.สอบคุณสมบัติความเป็นส.ส.ของตัวเอง ที่ฝ่ายค้านยังงง เปิดตำรารับไม่ทัน เป็นการสร้างมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองขึ้นมาใหม่ 
"ผมจึงอยากให้ฝ่ายค้านนำไปเป็นแบบอย่างด้วย เพราะมีคนถูก ปปช.ชี้มูลเหมือนกัน ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว ยิงคนตายยังทำหน้าที่ในสภาได้ ทั้งที่นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค มักอ้างเรื่องสปิริต จริยธรรม อ้างเรื่องความรับผิดชอบ ว่าความรับผิดชอบทางการเมืองสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย ผิดกับกรณีนายยงยุทธ ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตีความแล้วว่าความผิดดังกล่าวเข้าข่ายตามพ.ร.บ.ล้างมลทิน ปี 2550  และเห็นว่านายยงยุทธ เป็นผู้ที่มีความเหมาะสม ที่จะทำหน้าที่ต่อไปได้ แต่นายยงยุทธ ก็ได้แสดงสปิริตทางการเมืองด้วยการลาออก” นายอนุสรณ์กล่าว.
Share:

ฝนถล่มคันดินพังน้ำทะลักท่วมนิคมฯ ลาดกระบัง












ฝนถล่มหนัก คันดินนิคมลาดกระบังพังทลาย น้ำทะลักท่วมนิคมฯ เร่งระดมแก้ไขด่วน บริษัทยูนิลิเวอร์ไทยโฮลดิ้งส์ จำกัด ที่อยู่ใกล้คลองมากที่สุดระดมกระสอบทรายกั้นหน้าโรงงานไม่ให้น้ำทะลักเข้า
เมื่อช่วงเย็นวันนี้ ( 29 ก.ย.)   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฝนตกหนักในพื้นที่เขตลาดกระบัง ทำให้ระดับน้ำในคลองลำแตงโม ที่อยู่ติดนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังปริ่มคลองและไหลเชี่ยวกราก  ทำให้คันดินที่นิคมฯเพิ่งสร้างเสร็จสูง 2 เมตร  ยาวหลายกิโลเมตร ไม่สามารถทนแรงดันน้ำได้ เกิดพังทลายลงยาว 2 เมตร  ทำให้น้ำไหลบ่าเข้านิคมทันทีโดยท่วมถนนในนิคมฯสูงถึง 30 ซม. เจ้าหน้าที่นิคมฯระดมกำลังนำไม้มาปักกั้นแนวทลายของคันดินเพื่อระดมกระสอบทรายมาอุด
ขณะที่บริษัทยูนิลิเวอร์ไทยโฮลดิ้งส์ จำกัด  ที่อยู่ใกล้คลองมากที่สุดระดมกระสอบทรายกั้นหน้าโรงงานไม่ให้น้ำทะลักเข้า  ส่วนกทม.ได้นำบิ๊กแบ็กไปวางที่คลองบึงบัวที่จะไหลมาบรรจบกับคลองลำแตงโม เพื่อชะลอน้ำ  ทำให้ส่งผลกระทบต่อถนนริมคลองถูกน้ำในคลองบึงบัวเอ่อตลิ่งท่วมถนนราว 10 ซม. ชาวชุมชนริมคลองต่างออกมาเฝ้าดูระดับน้ำเริ่มผวากลัวปริมาณน้ำสูงขึ้นเข้าท่วมบ้าน
ด้านนายวิวัฒน์ ประเสริฐกรรณ์ หัวหน้าฝ่ายโยธา เขตลาดกระบัง กล่าวว่า  เขตฯจะช่วยเหลือตามที่นิคมฯร้องขอ แต่กรณีดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่อื่นในเขตลาดกระบัง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด
Share:

เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม


เมื่อเวลา09.00น.วันที่30ก.ย.นี้  สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ ได้ออกรายงานถึงสภาพการณ์ฝนตกหนักในสัปดาห์ทีค์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองสอง(สายไหม)ระดับน้ำ 1.78 เมตร สูงกว่าระดับตลิ่ง 0.20 เมตร  คลองประเวศน์ฯ(ลาดกระบัง)ระดับน้ำ0.67เมตร สูงกว่าระดับตลิ่ง0.02 เมตร ล้นตลิ่งและท่วมขังในที่ลุ่มต่ำ  ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสัก บริเวณ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ระดับน้ำ 8.08 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
Share:

"ยิ่งลักษณ์" ขู่ทิ้งเก้าอี้หากกดดันปรับครม. "เพื่อไทย"แฉปรับแน่ 10 เก้าอี้ "ภูมิธรรม" คั่ว มท.1


วันนี้ ( 29 ก.ย.)  มีรายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะยืนยันว่ายังไม่ปรับ ครม.แต่ภายในพรรคก็ยังมีกระแสออกมาอย่างต่อเนื่อง ว่ามีการเสนอให้ปรับใหญ่ถึง 10 ตำแหน่ง ทั้งโควตาของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล โดยผู้ที่มีชื่อว่าจะเข้ามาทำหน้าที่ รมว.มหาดไทย คือ นายภูมิธรรม เวชยชัย ผอ.พรรคเพื่อไทย ที่มีความสนิทสนมและเป็นที่ไว้วางใจจากพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา ส่วนตำแหน่งรองนายกฯมีชื่อนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทยเข้ามารับตำแหน่งแทน

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่มีชื่อติดโผ ครม.ยิ่งลักษณ์ 3 ได้แก่ นายวราเทพ รัตนากร น.ต.ศิธา ทิวารี คนสนิทคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีชื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ส่วนคนที่อาจจะหลุดจาก ครม.มีชื่อของนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.สำนักนายกฯ

ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นไปตามข้อเสนอเดิม คือ เก้าอี้ รมว.วัฒนธรรม นายสนธยา คุณปลื้ม จะเข้ามารับตำแหน่งแทนนางสุกุมลผู้เป็นภรรยา  ส่วน รมว.อุตสาหกรรม นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จะส่งนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เข้ามารับตำแหน่งแทน ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ และรมว.เกษตรฯ นายบรรหาร ศิลปอาชา จะส่งนายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯเข้ามารับตำแหน่งแทนนายธีระ วงศ์สมุทร และมีรายงานว่าเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมานายบรรหารได้เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณที่ประเทศจีนเพื่อเจรจาเรื่องปรับ ครม.

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่ต้องการปรับ ครม.ตามแรงกดดัน โดยในส่วนงานของรมว.มหาดไทย จะให้นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทยทำหน้าที่แทน โดยจะส่งคนที่ไว้วางใจไปดูแลอย่างใกล้ชิดอีกชั้นหนึ่ง ส่วนตำแหน่งรองนายกฯอาจให้ ร.ต.อ.เฉลิมทำหน้าที่แทน เพราะระยะหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น หลายครั้งที่ถูกพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ กดดัน น.ส.ยิ่งลักษณ์จะยื่นคำขาดด้วยการทิ้งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี.
Share:

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

ปตท.ตั้งโรงงานพลาสติกชีวภาพ หวังขึ้นแท่นผู้ผลิตใหญ่ที่สุดในโลก


เคยได้ชมภาพยนตร์หลายเรื่องที่เล่าเรื่องราวถึงโลกอนาคต ซึ่งเต็มไปด้วยซากสิ่งปรักหักพัง และกองขยะนานาชนิดหลายเรื่องราว พร้อมทั้งจินตนาการไปเองว่า หากเรามีชีวิตอยู่จนถึงสถานการณ์เช่นนั้นจริง ๆ แล้ว จะต้องเผชิญกับมลพิษมากน้อยเพียงใดหนอ และเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าเริ่มต้นลดปริมาณขยะเสียตั้งแต่วันนี้ อนาคตอันโหดร้ายนั้นมันจะยืดเวลาออกไปอีกนานพอให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้มาคิดสานต่อหาวิธีการอยู่กับโลกปัจจุบันอย่างมีความสุข เหมือนรุ่นปู่ย่าตายายของเราได้ไหมหนอ?
แต่ในที่สุด ก็มีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้ว่า ทุกสิ่งเป็นจริงได้ เมื่อได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะสื่อมวลชน ไปศึกษาลู่ทางการร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ในตัวเองตามธรรมชาติ!! ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล คอร์ปอเรชั่น หรือ เอ็มซีซี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ มิตซูบิชิ เคมิคอล โฮลดิ้งคอร์ปอเรชั่น ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น
ต้องยอมรับกันว่า ตลอดช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมานี้ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมรุดหน้าเจริญแทบขีดสุด แต่ทุกประเทศทั่วโลกกลับหันมาตื่นตัวกับกระแสการอนุรักษนิยม รักษ์โลกสีเขียว การรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงสภาพเดิมให้มากที่สุด การกลับคืนสู่สามัญ นั่นคงเพราะหลายฝ่ายเริ่มตระหนักถึงภัยพิบัติจากธรรมชาติที่เริ่มแผลงฤทธิ์รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นับเป็นการส่งสัญญาณจากโลกให้มนุษย์รู้ถึงผลลัพธ์ท้ายสุด หากยังคงไม่หยุดทำลายธรรมชาติ
แนวคิดของ ปตท. ในการทำธุรกิจพลาสติกชีวภาพนี้ คือ การผลิตสินค้าที่ยังจำเป็นต้องใช้ในชีวิตปัจจุบัน แต่ต้องให้บรรจุภัณฑ์เหล่านั้นย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง เหมือนใบตองห่อข้าว เมื่อกินข้าวเสร็จ ก็ทิ้งใบตองลงพื้นดินได้ มันจะย่อยสลายกลายเป็นอินทรีย์สาร เป็นปุ๋ยให้ประโยชน์กับพื้นดิน กับต้นไม้ต่อไปในเวลาไม่นานนัก
แต่เมื่อมนุษย์เราเปลี่ยนภาชนะจากใบตอง มาเป็นกล่องพลาสติก แก้วพลาสติก จาน ช้อน ส้อม หรือกระทั่งถุงใส่ของพลาสติก ที่ก่อนหน้านี้ เมื่อทิ้งลงสู่พื้นดินแล้ว จะไม่มีทางย่อยสลายได้แม้จะใช้เวลาทับถมนานกว่า 200 ปีก็ตาม ท่ามกลางการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยไม่สามารถย่อยสลายได้ หากเผาทิ้งก็เกิดเป็นมลพิษในอากาศ จนกระทั่งเกิดภาวะเรือนกระจก ภาวะโลกร้อน อากาศแปรปรวนอย่างทุกวันนี้ และที่ผ่านมาก็ทำได้เพียงวิธีเดียวคือ การขุดหลุมฝัง แม้จะเป็นวิธีการกำจัดขยะที่ดี แต่ก็ให้ความน่าสะพรึงกลัว ที่ใช้ขยะทับถมสร้างเป็นเกาะ เป็นแผ่นดินขนาดใหญ่ได้มากมายจริง ๆ แล้วจะปลูกต้นไม้ ดอกไม้ได้ไหมหนอ
หากเราหันมาใช้พลาสติกชีวภาพ เมื่อทิ้งลงถังขยะ บรรจุภัณฑ์เหล่านั้นก็จะปะปนหมักหมมกับขยะนานาชนิด จนเกิดเป็นจุลินทรีย์เติบโตขึ้น และจุลินทรีย์นี่เอง ที่จะกัดกินบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ แล้วถ่ายออกมาเป็นปุ๋ย ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้คุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน เหมือนใบตองได้แล้วเช่นกัน!!
ย้อนหลังไปต้นปี 54 ปตท.และเอ็มซีซี ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไอโอเคมฯ สัดส่วนฝ่ายละ 50% สร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ หรือพีบีเอส ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย มาบตาพุด จังหวัดระยอง มีกำลังการผลิตปีละ 20,000 ตัน ด้วยเงินลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3,000 ล้านบาท และใช้เทคโนโลยีของเอ็มซีซี จนล่าสุดนี้ กำลังเปิดประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงาน พร้อมทั้งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโรงงานได้ในเดือน พ.ย.นี้ ก่อนที่จะเปิดดำเนินกิจการในเชิงพาณิชย์ไตรมาสแรกปี 58 พร้อมกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เบื้องต้นประเมินว่า จะมีรายได้ปีละ 3,000 ล้านบาท จากยอดขายราคาตันละ 4,000-5,000 ดอลลาร์สหรัฐ
โรงงานแห่งนี้จะกลายเป็นโรงงานไอโอพลาสติกแห่งแรกของไทย ที่ผลิตพลาสติกประเภทพีบีเอสที่ใช้วัตถุดิบจากพืช เช่น อ้อย มาเป็นวัตถุดิบตั้งต้น และที่เหมือนถูกโชคสองชั้นนั่นคือ สามารถรับซื้อสินค้าทางการเกษตรของไทยได้มากขึ้น ช่วยประคองราคาให้สูงขึ้นได้ โดยไม่ต้องรอเข้าร่วมโครงการรับจำนำจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว อีกทั้งจะส่งผลให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตพลาสติกชีวภาพของเอเชียด้วย จากปัจจุบันที่ผู้ผลิตพีบีเอสกระจายตัวอยู่ในจีนและญี่ปุ่นเท่านั้น
“สุกฤตย์ สุรบถโสภณ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ปตท. ระบุว่า ปัจจุบันมีเพียงประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา เท่านั้นที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ค่อนข้างสูง ซึ่ง 80% ปตท.ก็จะผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศเป็นหลักก่อน เพราะยอมรับว่าพลาสติกชีวภาพยังเป็นเรื่องใหม่ สังคมไทยคงต้องใช้เวลาเรียนรู้ พร้อมกับการรณรงค์ควบคู่กันไป จึงต้องรอให้ถึงจุดหนึ่ง ที่คนหันมาใส่ใจธรรมชาติมากขึ้นก่อน
อย่างไรก็ดีเบื้องต้นโรงงานแห่งนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าราคาอ้อยให้ในประเทศได้มากกว่า 10 เท่า จากปัจจุบันที่ราคากิโลกรัมละ 10-20 บาท ให้เพิ่มเป็น 100 บาทได้ ลดปัญหาความผันผวนด้านราคาได้ชะงัด อีกทั้งไทยเองก็เป็นผู้ส่งออกน้ำตาลมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ระดับ 7 ล้านตัน ดังนั้นจึงมั่นใจว่าเมื่อต้องเดินเครื่องจักรโรงงานแล้ว จะไม่มีปัญหาการแย่งชิงอ้อย หรือน้ำตาลที่ใช้บริโภคในประเทศแน่นอน
นอกจากนั้น การที่พลาสติกพีบีเอสมีคุณสมบัติเด่นคล้ายคลึงกับพลาสติกพีอี หรือพลาสติกขาวใส (ขวดน้ำพลาสติกพีอี) แต่เด่นกว่าตรงที่ย่อยสลายได้ จึงมองว่าความต้องการใช้ปีละ 20,000 ตันจะเพิ่มเป็น 268,000 ตันในอีก 10 ปีข้างหน้า โดย ปตท.เตรียมที่สร้างโรงงานเพื่อผลิตพลาสติกย่อยสลายได้อีกชนิดคือ โพลิแลกติกแอซิด (พีแอลเอ) ที่แข็งแรงและใส โดยหลังจากที่ได้ไปถือหุ้นในบริษัทเนเจอร์เวิร์ค จำกัด สหรัฐอเมริกา ผ่านบริษัท พีทีทีโกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) มีขนาดกำลังผลิตปีละ 140,000 ตัน แต่ปัจจุบันเดินการผลิตเพียง 90,000 ตัน และจะผลิตได้เต็มที่เร็ว ๆ นี้ หลังจากพบว่าความต้องการใช้ในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 20-30% จนทำให้โรงงานที่อเมริกาผลิตไม่ทัน จึงต้องเตรียมแผนสร้างโรงงานขึ้น
ซึ่งขณะนี้กำลังเจรจากับพันธมิตรเนเจอร์เวิร์คให้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชียเช่นกัน ด้วยเงินลงทุน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดมาเลเซียกำลังจะเสนอตัวดึง เนเจอร์เวิร์คเข้าไปตั้งโรงงานผลิตที่มาเลเซียด้วย แต่มั่นใจว่าพันธมิตรจะสนใจลงทุนกับไทยมากกว่า และคาดว่าจะเร่งให้แล้วเสร็จภายใจ 3 ปี เมื่อเปิดเดินเครื่องจะมีรายได้ปีละ 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากราคาขายตันละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ และจะทำให้ไทยขึ้นแท่นเป็นแหล่งผลิตไบโอพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีวัตถุดิบพลาสติกชีวภาพทดแทนพลาสติกที่ผลิตจากสารตั้งต้นปิโตรเลียมเกือบทุกชนิดได้ อีกทั้งยังมีแผนที่จะผลิตพลาสติกชีวภาพอีกตัว คือเอนเนอร์ยีพลาสติก หรือพลาสติกชนิด กรีน เอบีเอส
ขณะที่ “ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ช่วงแรกนี้การดำเนินการต่าง ๆ อาจจะยากลำบาก เพราะนอกจากราคาสูงแล้ว ยังต้องสร้างความรู้ความเข้าใจด้วย เนื่องจากหลายคนยังคิดว่าใช้แล้วจะย่อยสลายคามือเลยหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่ แต่จะย่อยสลายเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมภายใน 1 ปี เหมือนเย็บแผลด้วยไหมละลาย ที่จะค่อย ๆ ละลายหายไปเองในช่วงเวลาหนึ่ง พร้อมทั้งมั่นใจว่าการดำเนินนโยบายทางธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างภาระกับสังคม ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว โดย ปตท. ได้เริ่มที่ แก้วบรรจุกาแฟของร้านอเมซอน
ส่วนราคาพลาสติกที่ย่อยสลายง่ายระยะแรก ๆ จะมีราคาแพง โดยพลาสติกชีวภาพจะมีราคาสูงถึงตันละ 2,000-3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่างจากราคาพลาสติกทั่วไป ดังนั้นถ้าจะเทียบกัน ก็เหมือนการเปลี่ยนมาใช้ทีวีจอแบน ที่ราคาจะแพงช่วงเปิดตลาดใหม่ ๆ แต่ขณะนี้ราคาถูกลงมาอยู่ที่ 2,000 บาทเศษ ก็ซื้อได้แล้ว ดังนั้นถ้าจะให้พลาสติกชีวภาพมีราคาถูกลง รัฐบาลต้องสนับสนุนในอุตสาหกรรมนี้ให้ชัดเจน รวมถึงทำให้ผู้บริโภคหันมายอมรับให้มากขึ้น เมื่อมีคนบริโภคมากขึ้น ราคาก็จะค่อย ๆ ถูกลง.
ณัฐธินี มณีวรรณ
Share:

หุ้นไทยภาคเช้าปิดบวก 5.09 จุด


เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ผู้สื่อข่าวบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ว่า ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นได้ทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็ยืนในแดนบวกได้ต่อเนื่อง ตามแรงเข้าซื้อกลับ แต่โดยภาพรวมดัชนียังปรับเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก เนื่องจากมีปัจจัยลบจากต่างประเทศเข้ามากดดัน หลังนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตหนี้สาธารณะที่มีต่อเศรษฐกิจในยุโรป รวมถึงการที่บริษัทจัดอันดับสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือ เอสแอนด์พี ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ลงมาอยู่ที่ระดับ 7.5% เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจของประเทศจีนกำลังชะลอตัวลง  ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,289.39 จุด เพิ่มขึ้น 5.09 จุด หรือ 0.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16,484.49 ล้านบาท
Share:

ขยายโครงการบ้านหลังแรก คิดดอกเบี้ย0%



นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธอส. มีมติให้ขยายเวลาโครงการบ้านหลังแรกออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมที่จะครบกำหนดสิ้นเดือน ก.ย.นี้ เป็นเดือน มี.ค. 56 ส่วนเงื่อนไขอื่น ๆ
นั้นยังคงเดิมคือปล่อยสินเชื่อบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% นาน 3 ปี ราคาบ้านไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยจะเสนอให้กระทรวงการคลังนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติ คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นอีก 4,000-5,000 ล้านบาท จากโครงการรวมทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท

“โครงการบ้านหลังแรกนี้ใช้เงื่อนไขเดิมคือ ราคาบ้าน 1-3 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัย ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อบ้านที่มีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 10% หรือสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี”

นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนั้น มีผู้ขอสินเชื่อแรกเข้ามา 9,000 ล้านบาท และอนุมัติไปแล้ว 6,000 ล้านบาท ส่วนยอดที่ 2 เมื่อรวมกับวงเงิน 20,000 ล้านบาทที่ได้มาเพิ่มนั้นได้อนุมัติไปแล้ว 10,000 ล้านบาท คาดว่าภายใน 1-2 เดือน ผู้ยื่นขอกู้จะได้สินเชื่อเกือบหมด ซึ่ง ธอส. ได้ยื่นขอเงินกองกลางจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปอีก 10,000  ล้านบาท แต่คาดว่าน่าจะหมดแล้ว

อย่างไรก็ตามกรณีการชะลอการเรียกเก็บอัตราค่านำส่ง 0.47% ของฐานเงินฝากของธนาคารเฉพาะกิจนั้น ส่งผลให้เงินที่ธนาคารเตรียมตั้งสำรองไว้เดือนละ 300 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 1,800 ล้านบาทคืนกลับมาเป็นกำไรในช่วงสิ้นปีนี้ โดยช่วง 8 เดือนที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 4,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินดังกล่าว คาดว่าสินปีนี้จะมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 54 ที่มีกำไรสุทธิ 6,990 ล้านบาท แม้ว่าที่ผ่านมา ธอส. จะออกมาตรการงดจ่ายดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 120,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 70,000 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยจะลดลงไป 1,500 ล้านบาทก็ตาม

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ ได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ศึกษาเกี่ยวกับโครงการบ้านหลังแรก โดยให้กรมธนารักษ์เข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อขยายสิทธิไปถึงกลุ่มผู้ที่เช่าที่ดินราชพัสดุทั้งปริมณฑลและในเขต กทม. เพื่อให้สิทธิในการนำสัญญาเช่า มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในการขอสินเชื่อในโครงการดังกล่าว แต่วงเงินอาจเพียง 300,000-500,000 บาท น้อยกว่าการนำหลักทรัพย์ค้ำประกันของผู้กู้มายื่นเอง

สำหรับรายละเอียดคืนภาษีบ้านหลังแรกนั้น ราคาบ้านต้องไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยผู้ซื้อสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อบ้านไปคำนวณหักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 100,000 บาท ในเวลา 5 ปี ส่วนราคาบ้าน 1 ล้านบาท จะได้ปีละไม่เกิน 20,000 บาท นาน 5 ปี รวมเป็น 100,000 บาท ซึ่งหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 10% ของค่าใช้จ่ายจริง โดยหลักเกณฑ์ของโครงการ เช่น ผู้มีเงินเดือน 20,000 บาทขึ้นไป, เป็นบ้านใหม่ หรือคอนโดมิเนียมใหม่ ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ไม่นับรวมที่อยู่อาศัยสร้างเอง หรือบ้านมือสอง โดยให้นำค่าใช้จ่ายที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ มาหักโดยตรงจากเงินที่ต้องเสียภาษี เป็นการหักหลังจากที่คำนวณภาษีเสร็จแล้วเวลา 5 ปี ตกปีละไม่เกิน 100,000 บาท

นายวิรุฬ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 55 ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยมาก่อน และต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี.
Share:

นายกฯประชุมเวิร์คชอปอาเซียน24ต.ค.


วันนี้ (24 ก.ย.) ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่องการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คชอป) เรื่องแผนเตรียมความพร้อมการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 58 ในวันที่ 24 ต.ค.นี้ หลังจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา
นายกฯได้สั่งให้หน่วยงานราชการทั้งหมด กลับไปจัดทำรายละเอียดของแผนงานให้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องความได้เปรียบและเสียเปรียบของไทย รวมถึงความคิดเห็นของภาคเอกชน ล่าสุดแต่ละหน่วยงานได้สรุปแผนงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าหลังการหารือครั้งดังกล่าวเสร็จสิ้น จะสามารถจัดทำเป็นแผนปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานเพื่อให้ใช้งานได้ทันที
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นห่วงเรื่องการเปิดเสรีภาคบริการในอาเซียนเป็นอย่างมาก เพราะทุกประเทศยังดำเนินการล่าช้ากว่าแผนประมาณ 2 ปี โดยปัจจุบันเปิดธุรกิจบริการได้เพียง 80 สาขา จากเป้าหมาย 128 สาขาเท่านั้น หลังจากติดปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอนของกฎหมายของแต่ละประเทศ ที่ต้องผ่านความเห็นจากรัฐสภา แต่ก็เชื่อว่าภายในเร็วๆนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้เสร็จ จากนั้นจึงเปิดให้ธุรกิจบริการสามารถประกอบธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนได้ตามเป้าหมาย 128 สาขาภายในปี 58 นี้..
Share:

ม็อบต้านหนังหมิ่นศาสดาบุกสถานทูตมะกัน-กูเกิ้ล











ม็อบต้านหนังหมิ่นศาสดาร่อนหนังสือทูตมะกัน แต่ไร้คนรับ ก่อนเปลี่ยนใจบุกกูเกิ้ลกดดันให้ถอดหนังออกจากระบบ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.ย. กลุ่มชาวไทยมุสลิม ในนามกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ จำนวน 300 คน เดินทางมารวมตัวชุมนุมกันบริเวณหน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อขอให้เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ออกมารับหนังสือแถลงการณ์ประณามประท้วงภาพยนตร์ เรื่อง “Innocence of Muslims” ที่มีเนื้อหาหมิ่นศาสนา พร้อมทั้งขอให้ออกมายืนยันว่าทางการสหรัฐฯไม่ได้ให้การสนับสนุนผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว โดยมี พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.นำเจ้าหน้าที่ ปจ. จำนวน 2 กองร้อย คอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสถานทูตฯ ไม่ได้ส่งตัวแทนออกมารับหนังสือแต่อย่างใด ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจึงใช้กำลังผลักดันแนวตำรวจ และพับคำแถลงการณ์เป็นจรวดกระดาษ ก่อนปาเข้าไปในรั้วสถานทูตฯ เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แทน ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนมีอารมณ์โกรธที่ไม่ยอมออกมารับหนังสือ จึงได้ปาขวดน้ำเข้าไปแทน แต่ทางแกนนำได้ห้ามปรามไว้และนำคุมตัวออกไปจากพื้นที่โดยทางแกนนำกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติยืนยันว่าการชุมนุมต้องเป็นไปด้วยความสงบ
ด้าน พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า เบื้องต้นได้เตรียมกำลังตำรวจ ปจ.ไว้จำนวน 2 กองร้อย หรือ 300 นาย เพื่อดูแลความปลอดภัย ซึ่งจากการข่าวยังไม่มีสิ่งบอกเหตุความรุนแรง และหากผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังจุดใด ก็พร้อมส่งกำลังตามประกบตลอด ส่วนการจราจรบนถนนวิทยุ ด้านหน้าสถานทูตฯ การจราจรค่อนข้างชะลอตัว เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่บนพื้นผิวจราจรบางส่วน
ต่อมาเวลา 12.00 น. กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ประมาณ 300 คนได้เดินขบวนจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มาที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นที่ทำการของบริษัท Google ประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้บริษัทดังกล่าวระงับการเผยแพร่ภาพยนต์ เรื่อง “Innocence of Muslims” ทางเว็บไซด์ youtube ซึ่งGoogle เป็นผู้ดูแล โดยแกนนำกลุ่มมุสลิมอ้างว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อให้ทำการระงับสัญญาณและบล็อคเว็บไซด์ภาพยนตร์หมิ่นศาสนา และทางศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้วว่า ห้ามมีการเผยแพร่หนังดังกล่าว
หากบริษัท Google ประเทศไทย ยังไม่ทำการใด ๆ ที่จะหยุดยั้ง ถือว่าละเมิดคำสั่งศาลและมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 คือผู้ใดกระทำนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่างทั้งหมด หรือบางส่วน หรือของมูลทางคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นฯ มีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วน Google มีความผิดชัดเจนในมาตรา 15 คือผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้กระทำผิดตาม มาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำผิดตามมาตรา 14
เบื้องต้นทางตัวแทนของ Google ประเทศไทยได้เดินทางมารับหนังสือ จากกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้ โดยแจ้งว่าต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้ทางสำนักงานใหญ่ทราบก่อน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ พร้อมประกาศให้เวลา ทาง Google ประเทศไทยให้บล็อคเว็บไซด์ภาพยนตร์หมิ่นศาสนาภายในเที่ยงคืนวันนี้ หากไม่ปฏิบัติตามจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมจะประกอบพิธีละหมาดที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนจะแยกย้ายกันในเวลา 13.30 น.
Share:

อาการน้องกระแต ยังทรงตัว


จากกรณีที่ "เดลินิวส์" เสนอข่าวเตือนภัยสังคม น.ส.อาทิตยา เอี่ยมใหญ่ หรือน้องกระแต พริตตี้สาววัย 33 ปี ช็อกหมดสติ สมองขาดออกซิเจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา หลังเข้ารับการทำศัลยกรรมฉีดฟิลเลอร์เข้าสะโพกกับหมอเถื่อน ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว จนภายหลังนายธนัช ณัชวีระกุล อายุ 24 ปี อดีตผู้ช่วยแพทย์ที่รู้จักกันในวงการเสริมความงามว่า "หมอป๊อป" เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ฉีดสารฟิลเลอร์ให้กับพริตตี้สาว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ท้องที่เกิดเหตุ ก่อนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ก่อนจะเข้ามาเยี่ยมน้องกระแตครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา และเดินทางเข้ามาเยี่ยมอีกครั้งเมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) แต่นางระเบียบ ผินกลับ แม่ขอน้องกระแต ปฏิเสธให้เข้าพบ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (27 ก.ย.) นพ.สุวินัย บุษราคัมวงษ์ ผอ.โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 และแพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยถึงอาการของน้องกระแตว่า อาการคนไข้ในวันนี้ยังทรงตัว ยังไม่รู้สึกตัว หายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเช่นเดิม ม่านตายังขยายไม่ตอบสนอง ทดลองกระตุ้นแล้วคนไข้ขยับเล็กน้อยเหมือนเดิมไม่ต่างจากวันก่อน แต่ความดันโลหิตเริ่มปกติแล้ว เมื่อคืนไม่มีอาการความดันตกลงไปเหมือนคืนก่อนๆแต่อย่างใด ส่วนระดับน้ำตาลในเลือดนั้นดีขึ้นกว่าวันก่อนมาก เพราะก่อนหน้าที่มีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลสูงมาก อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นวันนี้ จะทดลองให้อาหารทางสายยางดูอีกครั้งว่าคนไข้จะสามารถย่อยได้หรือไม่ หลังจากครั้งก่อนร่างกายไม่ตอบสนองไม่สามารถย่อยอาหารได้เองจนทำให้โปรตีนลดต่ำลง ต้องฉีดโปรตีนชนิดน้ำเข้าทางเส้นเลือดแทน จากนั้นอีก 2-3 วันจะตรวจดูระดับโปรตีนในร่างกายดูอีกครั้งว่าดีขึ้นหรือไม่
ส่วนบรรยากาศบริเวณหน้าห้องไอซียู โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 นั้น นายละเมียด เขตขันฑ์ กับนางระเบียบ ผินกลับ พ่อ-แม่น้องกระแต เฝ้าอาการอยู่หน้าห้องไอซียู อยู่ตลอดเวลาเช่นเดิม
Share:

ป.ป.ส.ตรวจการสกัดกั้นยาเสพติดทางบกและทางน้ำ







ป.ป.ส.เชื่อเครื่องกีดขวางลวดหนามหีบเพลงตะเข็บชายแดนได้ผล หวังร่วมมือ 4 ประเทศลาดตะเวนแม่น้ำโขงป้องกันยาเสพติด
เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (26 ก.ย.) นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและราบปรามยาเสพติด ( ป.ป.ส.) พร้อมคณะผู้บริหารป.ป.ส.นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูงานการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ จุดแรกการสกัดกั้นทางบกเป็นการวางแนวลวดหนามพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ที่ชายแดนบริเวณท่าข้ามสบสาย ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งมีการวางแนวลวดหนามเป็นทางยาว
พ.อ.กิดากร จันทรา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมืองพร้อมกำลังที่รับผิดชอบพื้นที่ได้ชี้แจงว่า การวางเครื่องกีดขวางลวดหนาม (หีบเพลงแบบใบมีด) เป็นไปตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลและศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) จุดดังกล่าวตรงข้ามฝั่งสหภาพเมียนมาร์ เป็นบ้านสบสาย เมืองพง จ.ท่าขี้เหล็ก ในเขตรับผิดชอบของหน่วยตามแนวชายแดน ระยะทาง 342 กิโลเมตร ตั้งแต่ซ้ายสุดบริเวณดอยสามเส้า รอยต่อระหว่างอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กับอ.แม่จัน จ.เชียงราย จนถึงขวาสุดดอยห้วยน้ำลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา มีช่องทางและท่าข้ามยาเสพติดและสื่งผิดกฏหมายต่างๆ สามารถลักลอบผ่านเข้ามายังประเทศไทยได้ จำนวน 164 ช่องทาง ซึ่งทางฝ่ายไทยได้วางมาตรการใช้เครื่องกีดขวางลวดหนามหีบเพลงเป็นมาตรการเสริมในการสกัดกั้น ซึ่งได้เริ่มการดำเนินงานตั้งแต่ 21 ธ.ค. 54 ถึงปัจจุบัน สรุปจำนวนทั้งสิ้น 100 จุด คิดเป็นระยะทาง 15,281 เมตร ใช้ลวดหนาม 2,876 ขด และยังมีแผนที่จะวางเพิ่มเติมอีกในอ.แม่สาย จำนวน 3 จุด และอ.แม่ฟ้าหลวง 2 จุด คิดเป็นระยะทางรวม 1,700 เมตร
จากมาตรการดังกล่าวทำให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมายต่างๆ ทำการลักลอบเข้ามาได้ยากขึ้น และนอกจากนี้ยังมีการวางกำลังทหารตามช่องโหว่เนื่องจากยังมีผู้ที่พยายามหาช่องทางอื่นๆ ที่ผ่านมามีสถิติการจับกุมเพิ่มมากขึ้นอันเป็นผลมาจากมาตรการวางลวดหนาม
หลังจากการตรวจเยี่ยมมาตรการการวางลวดหนามตามแนวชายแดนแล้ว ทางรองเลขาธิการป.ป.ส.และคณะได้ลงเรือตรวจการตามแนวลำแม่โขงจากบริเวณบ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน เพื่อตรวจความพร้อมตามมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวแม่น้ำโขงในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกัน 3 ประเทศซึ่งมีไทย ลาว พม่า หลังจากการประชุมอาเซียนเมื่อต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมามีมติร่วมกัน 4 ประเทศจัดกำลังลาดตระเวนในแม่น้ำโขงเพื่อป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมาย เบื้องต้นกำหนดให้จัดกำลังแต่ละประเทศทำงานร่วมกันในการออกตรวจตามเส้นทางแม่น้ำตั้งแต่ประเทศจีนจนถึงเขตแดนไทย
ด้านนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต รองเลขาธิการป.ป.ส. กล่าวว่า แต่เดิมบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำยังมีปัญหาการลักลอบปลูกฝิ่นเพื่อนำไปผลิตเฮโลอีนแต่หลังจากทางไทยโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้นำแนวทางการแก้ปัญหาความยากจน โดยแนะนำให้หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างพอเพียง และมาตรการการสกัดกั้นยาเสพติดทั้งทางบกและทางน้ำตามแผนที่ร่วมมือกันทั้ง 4 ประเทศ คือไทย จีน พม่า และลาว ดำเนินการอยู่เชื่อว่าจะป้องกันการลักลอบการขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้จากการประสานงานระหว่างประเทศโดยเฉพาะพม่าที่มีชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม ทางการพม่าได้ดำเนินการให้ลดปัญหายาเสพติดได้ผลเป็นอย่างมาก แต่ยังมีชนกลุ่มน้อยจำนวนหนึ่งที่ยังค้าและผลิตเพื่อแลกอาวุธและรถยนต์ที่มีระบบพิกัดดาวเทียม หรือ จีพีอาร์เอส และเรดาร์เพื่อนำไปแยกชิ้นส่วนใช้ประโยชน์ในการก่อความไม่สงบ..
Share:

เหี้ยม!รัวฆ่าดับเสี่ยเกาะสมุยขณะยืนฉี่


เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 27 ก.ย. พ.ต.ท.จารุ เพชรปาน พงส.(สบ3) สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งมีผู้ยิงเสียชีวิตบริเวณลานจอดรถของ ร้านอาหารตะเกียง หมู่ 5  ริมถนนสายหาดเฉวง-บ้านเชิงมนต์ ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.สำราญ มาเจริญ ผกก.สภ.บ่อผุด แพทย์เวร รพ.เกาะสมุย และอาสาสมัครกู้ภัยกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย
ที่เกิดเหตุพบศพนายเฉลิมวงค์ หรือปู พงศ์ฉบับนภา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/139 หมู่ 3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ณษ-66 กรุงเทพมหานคร สภาพสวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ มีแผลถูกยิงเข้าตามร่างกาย 5 นัด ห่างไปประมาณ 10 เมตร ในป่าหญ้าพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 11 นัด สร้อยข้อมือหนัก 10 บาท จึงรวบรวมเก็บเป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นผู้จัดการทั่วไปของนิกกี้บีช  รีสอร์ท และสถานบันเทิง ชื่อดังในพื้นที่ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพาแฟนสาวมานั่งกินอาหารกันที่ร้านดังกล่าว หลังอิ่มได้เดินกลับไปที่รถโดยให้แฟนสาวนั่งรอ ส่วนตัวเองชักปืมขนาด 9 มม. และ .38 จากเอวมาวางไว้ที่เบาะ ก่อนจะขอตัวไปปัสสาวะห่างไป 10 เมตร ระหว่างนั้นมีมือปืนซึ่งซุ่มรออยู่โผล่มากระหน่ำยิงใส่ไม่ยั่ง แม้ผู้ตายจะพยายามวิ่งกลับมาหยิบปืนสู้ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวล้มลงเสียก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องกับนักเลงบางกลุ่มในพื้นที่เกี่ยวกับผลประโยชน์บางอย่าง จนต้องระมัดระวังตัวพกปืนติดตัวถึง 2 กระบอก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งหาเบาะแสเพื่อติดตามจับกุมมือปืนรายนี้ต่อไป.
Share:

คุก6เดือน"ตู่"หมิ่น"มาร์ค"สั่งฆ่าประชาชน






"จตุพร"เจอคุก 6 เดือน ปรับครึ่งแสน โทษจำรอ 2 ปี คดี "ตู่" หมิ่น "มาร์ค" สั่งฆ่าประชาชน ชี้มีเจตนายั่วยุปลุกปั่น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีที่นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา โดยโจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2553 ระบุความผิดสรุปว่า
 
เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2553-15 ก.พ.2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยได้กล่่าวปราศรัยหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ด้วยเครื่องกระจายเสียงต่อหน้าประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง และประชาชนที่รับฟังและชมโทรทัศน์ช่องพีเพิล แชนแนล ที่มีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ  ทำนองว่า โจทก์เป็นนายกรัฐมนตรีที่สั่งฆ่าประชาชนและหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร และข้อความอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ
 
การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชังว่าโจทก์เป็นคนมีจิตใจโหดเหี้ยม สั่งฆ่าประชาชน หนีทหาร เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328,326,332 ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ
 
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า ที่จำเลยปราศรัยว่า โจทก์หลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารนั้น ยังไม่มีความชัดเจน ขัดแย้งกันในบางส่วน จึงถือว่าจำเลยติชมด้วยความสุจริตเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะโจทก์เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลสาธารณะ ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ตามความเหมาะสม

ส่วนที่จำเลยปราศรัยว่า โจทก์เป็นนายกรัฐมนตรีที่สั่งปราบปรามและเข่นฆ่าประชาชน เห็นว่า จำเลยมีเจตนาเพื่อยั่วยุปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ได้ติชมด้วยความสุจริตใจ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง เห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง มาตรา 328 จึงพิพากษาให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเวลา 7 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2555 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายจตุพร ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี ฐานหมิ่นประมาทนาย อภิสิทธิ์ ทำนองว่า นายอภิสิทธิ์ ทำตัวเสมอพระเจ้าแผ่นดิน ในการเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานมาแล้วด้วย.
Share:

แถลงผลชันสูตร3โครงกระดูกไร่หมอสุพัฒน์


เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้(27ก.ย.) ที่ รพ.ตำรวจ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ แถลงผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ และเอกลักษณ์บุคคล เปรียบเทียบโครงกระดูก 3 โครงที่พบในไร่สับปะรด ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ  นพ.สบ.5  กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว  รพ.ตำรวจ  เลขที่ 225 หมู่ 2 ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี กับ นายสามารถ นุ่มจุ้ย  และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยา ชาว จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำกว่า  3 ปี และมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าไม้รวก จ.เพชรบุรี ตามที่เป็นข่าว
โดย พล.ต.ท.จงเจตน์ เปิดเผยว่า จากการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ โครงกระดูกดังกล่าว พบว่า โครงกระดูกที่ 1 เป็นเพศชาย อายุ 17-18 ปี เสียชีวิตมาแล้วกว่า 1 ปี ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ไม่สามารถระบุได้ และจากการเปรียบเทียบดีเอ็นเอ ไม่ตรงกับผู้สูญหาย ทั้งสอง ส่วนโครงกระดูกที่ 2 และ 3 ยังทำการตรวจดีเอ็นเอ ไม่แล้วเสร็จ แต่จากการตรวจกายภาพเบื้องต้นพบว่า โครงกระดูกที่ 2 เป็นเพศชายอายุ 40-50 ปี สูง ตรวจพิสูจน์ สูง 169-174 ซม. เสียชีวิตมามากกว่า 1 ปี สาเหตุการเสียชีวิต ถูกกระสุนปืนทำลายสมอง ส่วนโครงกระดูกที่ 3 ยังไม่สามารถระบุเพศได้ แต่จากการตรวจสอบฟัน พบว่ามีอายุ 17-19 ปี เสียชีวิตมากว่า 1 ปี สาเหตุการเสียชีวิต ถูกกระสุนทำลายสมอง โดยทั้งสองโครงกระดูก คาดว่าจะตรวจเสร็จภายในคืนนี้ หากแล้วเสร็จจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการตรวจพิสูจน์  ยืนยันว่ามีความแม่นยำถึง 99.99 เปอร์เซนต์
Share:

นักวิชาการ ชี้กรุงเทพ เสี่ยงน้ำท่วมคาดพายุเข้า ต.ค. พ.ย. จับตามรสุมทะเลจีนใต้ก่อตัวเป็นพายุท่วมเหมือนปี 38


วันนี้ (27 ก.ย.) ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดเสวนา"กรุงเทพฯ2555 ท่วม/ไม่ท่วม(นักข่าว)เอาอยู่ไหม" โดยนายเสรี ศุภราทิตย์  ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต นายธนวัฒน์ จารุพงศ์สกุล หน่วยศึกษาภัยพิบัติและข้อสนเทศเชิงพื้นที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ร่วมสนทนา
นายธนวัฒน์ กล่าวว่าเหตุการณ์ถ้าจะท่วมปีนี้มาจากฟ้า รูปแบบการท่วมต่างจากปีที่แล้ว แต่การป้องกันภาครัฐมองเหมือนเดิมคือป้องกันน้ำล้นฝั่งล้นตลิ่งจึงทำให้การทำงานไม่เข้าเป้า พี้กของปีนี้เหตุการณ์ต้องลุ้นเดือนตุลาคม ฝนตกสุโขทัย มาถึงกรุงเทพฯ จะมาเจอน้ำทะเลหนุน ในช่วงเดือนตุลาคมเป็นช่วงที่กรุงเทพ มีความเสี่ยงโดนน้ำท่วมมากที่สุดในอดีตที่ผ่านมาร่องมรสุมเดือนกันยายน แช่อยู่ทั้งเดือนน่าแปลกมาก ไม่เคยเจอร่องต่อเนื่องเป็นเดือนและท่วมจากเหนือตอนล่างถึงภาคตะวันออก หากมีพายุเฉียดเข้ามาภาคกลาง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนขุนด่าน รับไม่อยู่ ปีนี้อาจจะเจอเหตุการณ์เหมือนปี 49 ที่พระนครศรีอยุธยา ท่วมหนักจากปล่อยน้ำเขื่อนป่าสักฯน่าสังเกตว่าสภาพอากาศแบบนี้ เดือนต.ค. และพ.ย.จะเกิดพายุก่อตัวได้จากอุณหภูมิน้ำทะเล 26 องศา รวมทั้งมีลมพัดสอบ และความชื้นไอน้ำในอากาศสูงมาก ลักษณะแบบนี้เคยเกิดเกิดพายุเกย์ เข้าจ.ชุมพรมาแล้ว กังวลว่าปีนี้จะเกิดอีก เข้าใจว่าศักยภาพของประเทศไทยในการพยากรณ์สภาพอากาศต่ำมากมีเครื่องมือพยากรณ์อากาศมีอย่างหยาบๆใช้วางแผนเพาะปลูกเป็นหลักและในอดีตพิบัติภัยกับประเทศไทยเกิดขนาดเล็ก แต่ในอุทกภัยปี 54 กลายเป็นอันดับ 1 ของโลกเรื่องภัยน้ำท่วมเกิดความเสียหาย กลไกของรัฐไม่มีรูปแบบในการตั้งรับภัยพิบัติขนาดใหญ่ ต้องมาคิดกันใหม่ว่าประชาชนจะเตรียมรับมืออย่างไรเพราะ ประเทศไทยไม่ปลอดภัยอีกแล้ว
นายธนวัฒน์ กล่าวถึงความเสี่ยงน้ำท่วมกรุงเทพฯว่าต้องตามดูร่องมรสุม หากร่องหมดเมื่อไหร่โอกาสเกิดพายุสูงมากในช่วงสองเดือนหน้า ต้องดูสิถิติเก่า ปี 2533 มีพายุ 3 ตัว ปี38 ลักษณะเดียวกันเจอ2 ลูกเดือนตุลาคมทั้งนั้น จุดก่อพายุในทะจีนใต้ทั้งนั้น อุณภูมิน้ำทะเลเหมาะสม ความชื้นมาก เป็นปีแบบนี้เรากลัวมาก ซึ่งปี 2549 เกิดพายุ 2 ลูก เกิดกรณีแบบนี้เราตามร่องพาดอยูู่ คาดว่าร่องหมดวันที่ 30 กันายนถึง 1 ตุลาคม
นายศศิน กล่าวว่าวัฒนธรรมข่าวมันท่วมมากกว่าน้ำท่วมปีนี้ นักข่าวต้องลงแช่น้ำครึ่งตัวเพื่อรายงานข่าว ทั้งที่ปีนี้มีระดับฝนปกติ มันควรจะเป็นปีที่เกิดน้ำท่วมปกติ คือว่าน้ำจะมาทางเหนือมีฝนตกมา พื้นที่ราบน้ำท่วมถึงดินทุกเม็ดเกิดจากตะกอนน้ำพามา หากไม่มีที่กั้นน้ำเข้าไปท่วมพื้นที่เกษตรเพื่อไว้ทำนาได้ปุ๋ยสะสมที่ดีด้วย แต่ปีนี้ไปทำข่าวติดภาพน้ำท่วมจากปี 54 ทำให้คนตื่นตระหนก ความรู้ระหว่างผู้คนกับประสบการณ์ธรรมชาติเปลี่ยนไป เพราะเสพข่าว คนช็อกกับข่าวไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร ประชาชนมีความรู้พื้นที่ฐานต่ำไป อีกอันการเมือง แทรก จะมีกี่คนจะรู้หรือไม่ว่ายังมี กยน.หรือ กบอ.สบอช.คืออะไร โฆษก กบอ.เป็นใคร สื่อไปตามนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทย์ ใจร้อนโผงผาง ด้านมรว.สุขุมพันธุ์ พูดช้าและพูดไม่ชัด  ทำให้ประชาชนสับสนไปกันใหญ่ และนักการเมืองไทยคิดอะไรไม่เป็นพอน้ำ ท่วมสุโขทัย ก็รีบบอกต้องสร้างแก่งเสือเต้น ทั้งที่ตรงจะสร้างเขื่อนไม่มีน้ำเลย  ไกลจากที่ท่วมมาก
นายเสรี กล่าวความจริง กยน.มีอยู่แต่ถูกแขวน ถ้าไม่เหตุการณ์รุนแรงหนักก็ไม่มาคุยกัน ความจริงถ้ารัฐมีหน่วยงานที่ชัดเจน ตกลงใครเป็นผู้รายงาน ใครเป็นผู้สื่อสารความเสี่ยงไปให้ประชาชน ความผิดพลาดปีที่แล้ว ภัยพิบัติสำคัญที่สุดประชาชนต้องช่วยตัวเองก่อน และก่อนจะช่วยตัวเองต้องได้รับข้อมูลข่าวสารถูกต้องก่อน แต่งบประมาณรัฐไปหนักในการใช้หลังภัยพิบัติปีละ 2-3 หมื่นล้าน รู้สึกตัวว่าการสื่อสารความเสี่ยงไม่เกิดต่อประชาชน น้ำมาถึงเมื่อไหร่ ประชาชนจะอยู่อย่างไร ประเด็นเหล่านี้ต้องรู้บทเรียนที่ผ่านมาด้วย เพราะนักการเมืองไม่เข้าใจเป็นประเด็นจึงพูดผิดทำให้คนเข้าใจผิด ออกมาพูดโอกาศน้ำท่วมกรุงเทพ 1 เปอร์เซนต์ ทั้งที่น้ำท่วมมันเกิดทุกปีเป็นปกติ ต้องยอมรับความจริงภัยพิบัติเป็นเรื่องไม่แน่นอน จะให้ฟันธงท่วมไม่ท่วม ไม่มีทางจะไปเชื่อได้พยากรณ์ผิดพลาดหมดแม้แต่ให้แม่นยำคือพยากรณ์ล่วงหน้าได้ 1-3 วัน สำหรับกรุงเทพฯถ้าเราดูข้อมูลในอดีต ประกอบกับข้อมูลวิทยาศาตร์ แน่นอนไม่เป็นแบบปีที่แล้ว เพราะปริมาณน้ำเหนือน้อยมากแทบจะไม่มีน้ำแล้ว สุดท้ายอาจจะท่วมน้ำฝน มีย่อมจากทะเลจีนใต้ อาจพัฒนาเป็นพายุได้ แต่การจะทำนายว่าจะท่วมหรือไม่ท่วม ไม่มีใครบอกได้ เพราะปี 2526 เคยโดนพายุทำให้กรุงเทพฯท่วมถึงสนามกีฬาแห่งชาติท่วมสูง 1.50 เมตรเคยเกิดขึ้นแล้ว กรุงเทพฯเฝ้าระวังติดตามใกล้ชิด เรื่องของพายุเกิดขึ้น ขณะนี้มีย่อมในทะเลจีนใต้ ก่อตัวเป็นโซนร้อน มีโอกาสเข้าภาคเหนือ มีความเสี่ยง เข้ามา ฝนอาจตก 300 มิลลิเมตร กทม.ต้องออกมาบอกล่วงหน้าสื่อให้ประชาชนทราบ ไม่ใช้บอกแต่ว่าอุโมงค์รับได้หรือไม่ได้ คนไม่สนใจมันเป็นอุโมงค์ยักษ์มันเป็นการเมืองไปแล้ว
น.ส.สุภิญญา กล่าวว่ากสทช.ได้ออกกฏระเบียบให้ทุกสถานีโทรทัศน์ วิทยุ มีช่องทางเตือนภัยต่อประชาชน รวมทั้งหารือเรื่องจรรยาบรรณในการายงายข่าวภัยพิบัติ ทำไมบางช่องดราม่าเยอะคงไม่ผิดกฎหมายแต่ต้องขอความร่วมมือไม่ควรสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนโดยเฉพาะพิบัติภัยทางธรรมชาติ ใช้วิธีการพูดคุยกันและกำลังเดินสายคุยกับทุกช่อง ออกประกาศกฎเกฑณ์ของ กสทช.ขอร่วมมือผู้ประกอบการทุกราย สื่อหลัก สื่อดาวเทียม ต้องให้เกิดความชัดเจนให้สื่อปฏิบัติได้จริง กำหนดคำว่าภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการตื่นตระหนกตกใจ. 
Share:

“เดลินิวส์” มอบสร้อยคอทองคำให้ “ฮีโร่พาราลิมปิก”





“ฮีโร่พาราลิมปิก” เข้าขอบคุณ “เดลินิวส์” ที่สนับสนุนนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยด้วยดีตลอดมา “ผู้บริหารสีบานเย็น” มอบสร้อยคอทองคำเป็นของที่ระลึก พร้อมฝากเป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ ที่ยังไม่ได้รับโอกาสจากสังคม “ประวัติ วะโฮรัมย์” หวังทวงแชมป์วีลแชร์เรซซิ่ง 5,000 เมตร ใน “พาราลิมปิกเกมส์ 2016” ลั่น นำทัพทีมผลัด 4 คูณ 400 เมตร ล้ม “มังกร” จีน ให้ได้
  เมื่อวันที่ 27 ก.ย. คณะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย นำโดย ประวัติ วะโฮรัมย์, สายชล คนเจน และ โสภา อินทเสน ได้เดินทางมาแสดงความขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่นำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวของนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 14 ที่กรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ ซึ่งคว้ามาได้ 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ที่สำนักงานใหญ่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมี นายปารเมศ เหตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตฯ และ ดร.พิสิฐ เหตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดฯ พร้อมคณะผู้สื่อข่าวกีฬาเดลินิวส์ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
  ในการนี้ ผู้บริหารของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้มอบของที่ระลึกและสร้อยคอทองคำให้กับนักกีฬาทั้ง 3 คนๆ ละ 1 เส้น พร้อมกับฝากให้เหล่านักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ที่เปรียบเสมือน “ฮีโร่” ของคนทั้งประเทศ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ไปยังคนไทยได้รับรู้ว่าในสังคมทุกวันนี้ยังมีกลุ่มคนพิการที่ไม่ได้ออกมาแสดงตัวต่อสังคมอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังไม่เอื้ออำนวยต่อคนพิการนั่นเอง
  ทางด้าน ประวัติ วะโฮรัมย์ กล่าวว่า ตนจะฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อกลับไปทวงเหรียญทอง วีลแชร์เรซซิ่ง 5,000 เมตร ในการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล ในอีก 4 ปีข้างหน้ากลับคืนมาให้ได้ แต่ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากคู่แข่งมีความแข็งแกร่งและพัฒนาฝีมือมากตามไปด้วย ส่วนประเภททีมผลัด 4 คูณ 400 เมตรชายนั้น ก็จะต้องมีการวางแผนและวางกลยุทธ์กันใหม่หมดเพื่อไปล้มนักกีฬาจีน ซึ่งเป็นเจ้าของเหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ 2 สมัยซ้อนให้ได้
  ขณะที่ สายชล คนเจน กล่าวว่า หากจะไปคว้าเหรียญทองในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งหน้าให้ได้เราก็ต้องเริ่มวางแผนและฝึกซ้อมกันตั้งแต่วันนี้ ซึ่งตนยังมีความมุ่งมั่นและจะพยายามทำให้ได้ โดยเงินรางวัลที่ได้รับมานั้นอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการเก็บตัวฝึกซ้อมในช่วง 4 ปีนี้ โดยมีเป้าหมายคว้าเหรียญทองให้ได้นั่นเอง.
Share:

“แดงปทุม” ป่วนไม่เลิกนำทัพบุกปชป.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (27 ก.ย.) ที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์  นายวุฒิพงศ์  กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ พร้อมพวกประมาณ 20 คน นำรถยนต์กระบะที่มีสัญลักษณ์คนเสื้อแดง ติดเครื่องกระจายเสียง เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อยื่นหนังสือถึง  ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้ตรวจสอบคุณธรรมและจริยธรรมของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และให้หยุดกล่าวหาใส่ร้ายคนที่ตายไปแล้ว โดยนายวุฒิพงศ์ ได้พาพวกเข้ามารอยื่นหนังสือที่หน้าลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม พร้อมกับเปิดเทปสั่งฆ่าประชาชน โดยอ้างว่าเป็นคำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ทั้งนี้นายแทนคุณ จิตต์อิสระ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน ได้เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือดังกล่าว โดยก่อนรับหนังสือมีการโต้เถียงกันนานถึง 10 นาที แต่ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด จนกระทั่งเวลา 12.30 น. นายวุฒิพงศ์ได้พาพรรคพวกเดินทางออกจากพรรคประชาธิปัตย์กลับไป.
Share:

แถลงผลชันสูตร3โครงกระดูกไร่หมอสุพัฒน์


เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้(27ก.ย.) ที่ รพ.ตำรวจ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ แถลงผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ และเอกลักษณ์บุคคล เปรียบเทียบโครงกระดูก 3 โครงที่พบในไร่สับปะรด ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ  นพ.สบ.5  กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว  รพ.ตำรวจ  เลขที่ 225 หมู่ 2 ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี กับ นายสามารถ นุ่มจุ้ย  และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยา ชาว จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำกว่า  3 ปี และมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าไม้รวก จ.เพชรบุรี ตามที่เป็นข่าว
โดย พล.ต.ท.จงเจตน์ เปิดเผยว่า จากการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ โครงกระดูกดังกล่าว พบว่า โครงกระดูกที่ 1 เป็นเพศชาย อายุ 17-18 ปี เสียชีวิตมาแล้วกว่า 1 ปี ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ไม่สามารถระบุได้ และจากการเปรียบเทียบดีเอ็นเอ ไม่ตรงกับผู้สูญหาย ทั้งสอง ส่วนโครงกระดูกที่ 2 และ 3 ยังทำการตรวจดีเอ็นเอ ไม่แล้วเสร็จ แต่จากการตรวจกายภาพเบื้องต้นพบว่า โครงกระดูกที่ 2 เป็นเพศชายอายุ 40-50 ปี สูง ตรวจพิสูจน์ สูง 169-174 ซม. เสียชีวิตมามากกว่า 1 ปี สาเหตุการเสียชีวิต ถูกกระสุนปืนทำลายสมอง ส่วนโครงกระดูกที่ 3 ยังไม่สามารถระบุเพศได้ แต่จากการตรวจสอบฟัน พบว่ามีอายุ 17-19 ปี เสียชีวิตมากว่า 1 ปี สาเหตุการเสียชีวิต ถูกกระสุนทำลายสมอง โดยทั้งสองโครงกระดูก คาดว่าจะตรวจเสร็จภายในคืนนี้ หากแล้วเสร็จจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการตรวจพิสูจน์  ยืนยันว่ามีความแม่นยำถึง 99.99 เปอร์เซนต์
Share:

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

ข้อเสนอเพื่อการพัฒนาชาติ : ยุทธศาสตร์ด้านสังคม






จากงานแถลงยุทธศาสตร์ชาติของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ นศ.วปอ.รุ่น 54 ณ สโมสรทหารบก (วิภาวดี) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  ซึ่งประเด็นสำคัญที่คณะนศ.วปอ.54 นำเสนอเป็นการทำยุทธศาสตร์ชาติปี  2556-2560 เพื่อเป็นการวางรากฐานให้กับประเทศนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยเสนอ 4 ยุทธศาสตร์ได้แก่ 
1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชาติสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค โดยใช้ความได้เปรียบจากตำแหน่งที่ตั้งของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ รอบทิศ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกด้านทั้งระบบราง ทางน้ำ ทางอากาศ และทางท่อ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อระดมจากทั้งในและต่างประเทศ
2.ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชาติ และการจัดตั้งคณะกรรมการระดับการปฏิรูปการศึกษาให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งการพัฒนาครูปรับการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษาระบบการรับนักเรียนเข้าระดับอุดมศึกษา ส่งเสริมให้มีศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นต้น
3. ยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาครัฐและเอกชนมีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
4. ยุทธศาสตร์การยุติสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่ นศ.วปอ. เสนอไปนั้น มีปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ไม่อาจละเลยได้ คือ คุณภาพของคน ซึ่งเป็นผู้ที่รับผลของการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ที่เสนอและเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนให้ยุทธศาสตร์แห่งชาติ เป็นความจริงขึ้นมาได้
แต่อย่างไรก็ดี เมื่อกล่าวถึงคุณภาพของคนไทยแล้ว คงไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า สังคมไทยเองก็ยังมีความกังวล และมีข้อกังขาต่อคุณภาพของคนไทยอยู่ไม่น้อย เห็นได้จากรายงานต่าง ๆ ของผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งในส่วนที่พวกเรารับรู้จากสภาพสังคมที่เป็นอยู่ก็ตาม ยิ่งเมื่อรัฐบาลทุ่มเททรัพยากรและความพยายามทั้งมวล เพื่อแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญหน้าและการเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ.2558 ย่อมนำความกังวลในเรื่องคุณภาพของคนไทยอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้ว่าประเทศไทยจะพยายามอย่างยิ่งที่จะปฏิรูปการศึกษามาตั้งแต่ ปี2542 ที่มีความพยายามปรับปรุงการศึกษาทั้งระบบ แต่ทว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งยุบเลิก แบ่งแยก และจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรต่าง ๆ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งมีการทุ่มเทงบประมาณอย่างมหาศาลไปเพื่อการศึกษา ซึ่งล้วนเป็นความพยายามที่จะสร้างคุณภาพการศึกษา แต่ก็ยังไม่ทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น หากจะปล่อยให้กระบวนการของการปฏิรูปการศึกษาพัฒนาไปอย่างช้า ๆ เช่นนี้ การศึกษาก็อาจจะไม่สามารถพัฒนาคุณภาพคนให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกอย่างรวดเร็วและรุนแรงได้ เราจึงขอเสนอข้อเสนอเพื่อเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา 5 ประเด็น เพื่อเสริมเติมเต็มให้กับความพยายามของรัฐบาลที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน  โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
1.  เร่งปรับปรุงคุณภาพการศึกษา โดยให้ความสำคัญการพัฒนาหลักสูตร และปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนที่เน้นส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนด้วยตนเองเป็นหลัก โดยครูมีบทบาทกระตุ้นส่งเสริมตามหลักการให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมากกว่าการบอกความรู้ ซึ่งอาจต้องทบทวนเนื้อหาสาระที่จำเป็นจริงๆ และเพื่อให้ได้การศึกษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสูง ต้องมีการปรับระบบการวัดผลประเมินผลใหม่โดยใช้ระบบการวัดผลประเมินผลกลางที่เป็นมาตรฐานกลางของประเทศ ปรับระบบการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย โดยใช้คะแนน O – NET ภาคปลาย ม.5 รวมกับคะแนนสอบปลายภาคของ ม.6 ในการพิจารณาของมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันก็ควรส่งเสริมการวิจัยของสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ของประเทศ  รวมทั้งปรับแก้โครงสร้างองค์กรที่ยังไม่ลงตัวให้สอดคล้องกับภารกิจที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการทบทวนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เพียงพอ เป็นต้น
2.  เร่งรัดการพัฒนาครู โดยต้องให้ครูปรับวิธีสอนของตนเองที่เน้นคุณภาพมากขึ้นตามหลักครูดีของกระทรวงศึกษาธิการ คือ สอนเป็น เห็นผล คนยอมรับ ซึ่งผลงานของครูควรสัมพันธ์กับความมั่นคงในอาชีพ และครูต้องได้รับการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้ “บัตรเครดิตเพื่อการพัฒนาตนเอง” ที่ครูจะใช้สำหรับขอเข้ารับการอบรมตามมาตรฐานการทำงานของครู 3 ด้าน คือ มาตรฐานความรู้และประสบการณ์ มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตน ภายในระยะเวลาที่กำหนด  นอกจากนี้ต้องเปิดโอกาสให้คนเก่งเข้ามาเป็นครู โดยมีระบบการคัดเลือกที่เหมาะสม รวมทั้งการพัฒนาให้คนพร้อมจะเป็นครู โดยใช้ระบบที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ เป็นผู้กำหนดนโยบายและมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงศึกษาธิการ
3.  เร่งฟื้นฟูบทบาทของสังคม โดยเฉพาะบทบาทของพ่อแม่ที่ต้องช่วยดูแลเอาใจใส่การศึกษาของบุตรหลานคู่ขนานไปกับโรงเรียน และต้องเพิ่มบทบาทของสื่อมวลชนในการสร้างค่านิยมที่ถูกต้องของการเรียนรู้ โดยเฉพาะบทบาทในการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ขณะเดียวกันหน่วยงานต่าง ๆ ก็ควรได้รับการกระตุ้นส่งเสริมให้จัดการศึกษาในรูปแบบต่างๆ แก่ประชาชน โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  นอกจากนี้ ควรส่งเสริมให้มีการจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษาทางเลือกให้มากขึ้น เพื่อเสนอทางเลือกทางการศึกษาที่เหมาะสมกับสภาพและความต้องการของผู้เรียนที่หลากหลาย
4.  เร่งระดมสรรพกำลังพร้อมกัน โดยเสนอให้มีคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด หรือสภาการศึกษาจังหวัด ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการประสานการจัดการศึกษาในจังหวัด โดยเฉพาะแผนการพัฒนาคุณภาพคนแต่ละช่วงวัย และแต่ละประเภท รวมทั้งมีบทบาทในการระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา การส่งเสริมให้มีศูนย์การเรียนรู้ที่หลากหลาย และปรับปรุงค่าใช้จ่ายรายหัว โดยยึดหลักความเป็นธรรมมากกว่าเท่าเทียม และลดภาระของผู้ปกครอง อย่างแท้จริง และการจัดให้มีกองทุนส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาของภาคส่วนต่างๆ
5.  เร่งประกันอนาคตของผู้เรียน โดยจัดให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และสถานประกอบการโดยผ่านสมาคมวิชาชีพในการผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับตำแหน่งงาน และรองรับระบบคุณวุฒิวิชาชีพที่จะให้ค่าตอบแทนตามความสามารถมากกว่าวุฒิการศึกษา รวมทั้ง การสนับสนุนให้ผู้จบการศึกษาเข้าถึงกองทุนตั้งตัวได้ของรัฐบาลอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ต้องเพิ่มมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กออกจากระบบการศึกษากลางคัน โดยเฉพาะช่วงรอยต่อ ม.3 ถึง ม.4 ที่เด็กต้องมีที่เรียนต่อทั้งสายสามัญและสายอาชีวศึกษา โดยเฉพาะการเพิ่มเงินอุดหนุนพิเศษให้แก่ผู้เรียนสายอาชีวศึกษาในสาขาที่ขาดแคลน
ทั้งนี้ ข้อเสนอเพื่อการเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาที่เสนอมานี้ ต้องการให้เป็นข้อเสนอเพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล และขอให้ยกระดับการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารก็ตาม
คณะนักศึกษา วปอ.54 
Share:

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106

Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Followers

Blog Archive