ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

เปิดบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่สะดวกรวดเร็ว ด้วยทีมงานช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่จะไปบริการซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน วัด โรงเรียน ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยคิดอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 400 บาทต่อเครื่องเท่านั้น

การให้บริการ

หากลูกค้ายืนยันการซ่อมแล้วทางเราออกเดินทาง ไปแล้วยกเลิกการซ่อมในขณะที่ทางเราเดินทางไปถึงแล้วจะต้องเสียค่าเสียเวลาและการเดินทาง 400 บาท

พื้นที่ที่บริการ

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106 เริ่มต้นที่ 400บาท/เครื่อง (ปล. ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )

อัตราค่าบริการ becomz

ติดต่อ : TaNDesgin โทร. 095-219-0106 www.i-comz.com

บริการหลังการซ่อม โดย www.i-comz.com

ทุกงานซ่อมรับเราประกัน 1 สัปดาห์เต็ม หากปัญหาเดิมยังอยู่ เราจะไปบริการซ่อมให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยใบ้บริการกับทาง www.i-comz.com เรามีบริการซ่อมคอมออนไลน์ฟรีให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่า

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ฮือฮาพบเหรียญกษาปณ์สมัย ร.5 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา












วันนี้ (4 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณโครงการก่อสร้างพนังป้องกันน้ำท่วมปากน้ำโพ ใกล้กับตลาดสดเทศบาลนครนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีชาวบ้านพบเหรียญกษาปณ์ สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นจำนวนมาก จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณดังกล่าว พบกลุ่มชายฉกรรณ์วัยกลางคน 4 ราย และหญิงอีก 1 ราย กำลังช่วยกันค้นหาอะไรบางอย่างตามซอกหินและพื้นทรายริมแม่น้ำ ข้างปากปล่องท่อดูทราย โดยมีเรือดูดทรายขนาดเล็กของกรมเจ้าท่าฯ จอดอยู่ใกล้กัน

เมื่อเข้าไปตรวจสอบอย่างใกล้ชิด พบว่า สิ่งที่กลุ่มคนกำลังค้นหาอยู่นั้น คือ เหรียญกษาปณ์ชนิดต่างๆ สมัยรัชกาลที่ 5 ที่ผุดออกมาจากท่อเครื่องสูบทราย ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่า มีทั้ง เหรียญจุฬาลงกรณ์ ป.5 เหรียญพระจุลจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม ร.5 ขนาดเท่าเหรียญ 10 บาท และเหรียญสตางค์มีรูตรงกลาง สีทองแดงและทองเหลือง ในสภาพสมบูรณ์ รวมกันมากกว่า 100 เหรียญ โดยมีบางส่วนถูกขายให้กับพ่อค้ารับซื้อของเก่าโบราณนำไปเก็บสะสมบ้างแล้ว ในราคาสูง ถึงเหรียญละ 1,000 บาท

จากการสอบถามอย่างละเอียด นายซัง (ขอสงวนชื่อนามสกุลจริง) อายุ 38 ปี เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บุตรชายตนได้ไปเล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณดังกล่าว แล้วพบเหรียญคลายเหรียญสตางค์จำนวนหลายเหรียญ ตกอยู่ที่หน้าปากท่อของเรือสูบทราย จึงรีบนำกลับมาให้ตนดูที่บ้าน ซึ่งตอนแรกตนก็ไม่ทราบว่าคือเหรียญอะไร แต่จากการนำไปให้ผู้นิยมเก็บสะสมของเก่าตรวจสอบ จึงทำให้ทราบว่า เหรียญที่บุตรของตนพบ เป็นเหรียญสตางค์แบบโบราณ สมัยรัชการที่ 5 เนื่องจากผู้นิยมของเก่าคนนั้นชี้ให้ดูว่า ด้านหน้าบางเหรียญ มีรูปนูนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ส่วนด้านหลัง มีรูปตราครุฑนูนเด่นชัด นอกจากนี้ ยังมีข้อความภาษาไทยแบบโบราณ ระบุตัวเลขปี พ.ศ.1249 และข้อความมูลค่า ระบุ 1 เซียว รวมอยู่ด้วย

ต่อมา ตนได้สอบถามบุตรชายถึงจุดที่พบ แล้วจึงรีบไปชวนเพื่อนบ้านพากันไปค้นหา เพราะเชื่อว่ายังมีอีกจำนวนหลายเหรียญที่ตกอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งปรากฏว่า พบเหรียญดังกล่าวตกอยู่ในบริเวณที่พบตอนแรกอีกเป็นจำนวนมากจริง โดยคาดว่า น่าจะผุดขึ้นมาจากใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ออกมาทางท่อเครื่องดูดทรายของกรมเจ้าท่า ที่กำลังมีการสูบทรายขึ้นมากองบนดินริมตลิ่ง และน่าจะยังมีหลงเหลืออีกจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีชาวบ้านค้นพบเหรียญกษาปณ์สมัยรัชกาลที่ 5 ปรากฏว่า เกิดข่าวแพร่สะพัดออกไปจนมีพ่อค้านักสะสมของโบราณก่า เดินทางมาดู เพื่อติดต่อขอซื้อเหรียญ อีกจำนวนหลายราย แต่ต้องผิดหวังไปตามๆ กัน เพราะนักสะสมที่รับซื้อก่อนหน้านี้ ได้จองเอาไว้หมดแล้ว

ทั้งนี้ จากการไปสอบถามข้อมูลกับพ่อค้ารับซื้อของเก่าโบราณ ที่จะมารับซื้อเหรียญนั้น ทราบว่า เหรียญกษาปณ์สมัย ร.5 ที่ชาวบ้านพบเป็นของเก่าแท้ เพราะเมื่อสมัยก่อนเกือบราว 200 ปี ที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ เป็นตลาดท่าน้ำของคนไทยและจีน ที่มีการค้าขาย วัว ควาย หมู และปลา ซึ่งในส่วนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั้น จะเห็นได้จากประวัติ ที่เคยเสร็จประพาสต้น โดยเรือเดินทางมาที่ปากน้ำโพ เสด็จไปที่วัดเขื่อนแดง .เมืองนครสวรรค์ ด้วย จึงไม่แปลกใจ ที่จะมาพบเหรียญเก่าๆ อย่างนี้ เนื่องจากเชื่อว่า พ่อค้าที่ทำการค้าขายอยู่ที่ตลาดท่าน้ำ คงมีการพลาดพลั้งทำเหรียญร่วงหล่นลงไปในแม่น้ำบ้าง
Share:

คนเนืองแน่นงานแสดงมุทิตาสักการะหลวงพ่อคูณ








ประชาชนทั้งชาวไทยและลาวแห่ร่วมงานแสดงมุทิตาจิตสักการะหลวงพ่อคูณจนเนืองแน่น คาดถึง 30,000 คน โดยมีแจกเหรียญวัตถุมงคลรุ่น "คูณ ดีจริงจริง" และรุ่นโชคดีให้ผู้มาร่วมงาน
วันนี้ ( 4 ต.ค.)  เมื่อเวลา 07.00 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บนศาลาการเปรียญและภายในบริเวณวัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เกจิชื่อดังวัดบ้านไร่ ได้ออกมาให้การต้อนรับญาติธรรมพี่น้องชาวลาว จาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จากเวียงจันทน์ เดินทางด้วยรถบัส 12 คัน มานอนค้างแรมเพื่อรอกราบนมัสการหลวงพ่อคูณ จำนวนกว่า 800 คน ร่วมกับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งบนศาลาและรอบบริเวณวัดรวมแล้วกว่า 30,000 คน ในการนี้ ทางคณะกรรมการวัดบ้านไร่ ได้จัดให้มีพิธีการตักบาตรด้วยข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ที่มารอรับบิณฑบาตรอบศาลาการเปรียญ จากนั้น ก็ได้เริ่มพิธีแสดงมุทิตาสักการะ หลวงพ่อคูณ โดยมี พระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมี นายสกลสฤษฎ์ บุญประดิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส และเป็นตัวแทนพี่น้องชาวโคราชและพี่น้องศิษยานุศิษย์ทั่วทั้งประเทศ

โดยประธานฯ ได้นำกล่าวสดุดีสักการะหลวงพ่อคูณ และเข้ามอบถวายแจกันดอกไม้สักการะหลวงพ่อคูณ จากนั้น หลวงพ่อคูณ ก็ได้มอบชุดผ้าไตรให้กับพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ และก็ได้บริจาคเงินเพื่อเป็นกองทุนในการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่โรงพยาบาลมหาราช เมืองนครราชสีมา จำนวนเงิน 5,000,000 บาท และบริจาคเป็นเงินกองทุนในการก่อสร้างวิหารและเมรุ วัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2 ) ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อีกจำนวน 3,000,000 บาท รวม 8,000,000 บาท แทนการใส่บาตรพระสงฆ์ด้วยเงินสดรูปละ 1,000 บาท ต่อมาได้มีการตัดเค้กขนาดยักษ์ นำหนัก 500 ปอนด์ โดยคุณมนตรี จงวิเศษ ตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าตลาดย่าโมเมืองโคราช กลุ่มบ้านใหม่สามัคคี ทำถวายและแจกจ่ายให้กับประชาชน จากนั้นหลวงพ่อคูณก็ได้ปลุกเสกข้าวสารและสิ่งของเครื่องใช้สำหรับแจกให้คนยากจนผู้ยากไร้ และมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน พร้อมแจกเหรียญวัตถุมงคล รุ่น คง คูณ ดีจริงจริง จำนวน 24,466 เหรียญ และรุ่นโชคดีอีก 6,000 เหรียญ โดยมีประชาชนเข้าแถวรอรับกันยาวเหยียด
Share:

สน.โคกคราม จับแท็กซี่โรคจิต






วันนี้  3 ต.ค. พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.โคกคราม ร.ต.อ.วสันต์  ธวัชชัยวิรุตษ์ สส.สว.สน.โคกคราม ร.ต.อ.เฉลิมพล วงษ์ชัยสุวรรณ รอง สว.สส.สน.โคกคราม พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.โคกคราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายสมภพ รณรงค์ อายุ 41 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 9/24 หมู่ 4 ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ พร้องของกลางประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจำนวน 2 เครื่อง ธนบัตรปลอมมูลค่ารวม1,090 บาทโทรศัพท์มือถือจำนวน 12 เครื่อง กล้องดิจิตอลจำนวน 1 ตัว มีดพับปลายแหลมจำนวน 1 เล่ม ปืนปลอมจำนวน 1 กระบอก อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอีกจำนวนหลายรายการ เสื้อผ้าชุดชั้นในของผู้หญิงจำนวนมาก และรถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลติส แท็กซี่สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทศ 8200 กทม. โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ ซอยนวมินทร์ 82 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.

พ.ต.อ.สมชาย  กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้รับแจ้งจากนายธีติ ศานติวงษ์การ อายุ 28ปี ว่าเมื่อวันที่ 18 ส.ค. เวลาประมาณ 21.30น. ที่ผ่านมาตนเองและครอบครัวได้เตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศก่อนจะเรียกแท็กซี่สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทศ 8200 กทม. ว่าจ้างให้มารับภายในซ.รามอินทรา 40 แยก 33 เพื่อไปส่งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนนวลจันทร์ เมื่อถึงร้านดังกล่าวตนเองได้ขนกระเป๋าของตนขึ้นรถเพื่อนที่จอดรออยู่ก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้าน เมื่อตนเองกลับมาที่รถของเพื่อนพบว่ากระเป๋าตนเองได้หายไปจึงขอดูกล้องวงจรปิดทางร้านดูก็พบว่าคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวได้เดินที่บริเวณรถของเพื่อนตนเอง ก่อนหยิบกระเป๋นเดินทางภายในรถของเพื่อนตนเองและขับรถแท็กซี่ออกไปอย่างรวดเร็ว จึงรีบเดินทางมาแจ้งความ และต่อมาเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้รับแจ้งจากน.ส.อมรรัตน์ บุญใจใหญ่ อายุ 28 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 32/37 ซ.นวมินทร์135(หมู่บ้านราณี )แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.ว่ามีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านเลขที่ดังกล่าวแล้วหลบหนีไป หลังจากนั้นคนร้ายได้นำเอทีเอ็มของตน ไปกดที่ตู้เอทีเอ็ม ใกล้ร้านสะดวกซื้อภายในซ.นวมินทร์ 74 เจ้าหน้าที่จึงทำการหาข่าวจากกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็ม  ก่อนจะนำภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดมาให้ผู้เสียหายดูก่อนจนพบว่าเป็นนายสมภพ ที่เคยพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านราณี ซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ ต่อมานายสมภพยังได้โทรเข้ามาที่เบอร์มือถือส่วนตัวของน.ส.อมรรัตน์ โดยขู่กรรโชคว่าถ้าไม่โอนเงินจำนวน 3,000บาทให้ จะประจานว่าผู้เสียหายถูกนายสมภพข่มขืน จนผู้เสียหายเกิดความกลัวจึงได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวให้ไปก่อนจะเข้าแจ้งความ จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่บริเวณสถานที่ดังกล่าว พร้อมกับนำตัวไปขยายผลค้นบ้านพักเลขที่ 30/21-24 ห้องที่ 006 ชั้น 2 ซ.นวมินทร์ 80 ถนนนวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. โดยพบของกลางเป็นจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงทำการยึดมาตรวจสอบที่สน.โคกคราม

ด้านนายสมภพ ให้การภาคเสธ โดยรับว่าได้เข้าไปขโมยของในบ้านของน.ส.อมรรัตน์จริง และได้ขโมยของนายนิธิ มาจากในรถของผู้เสียหาย ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ นั้นเป็นของตนเองทั้งหมด ส่วนเสื้อผ้าและชุดชั้นในของผู้หญิงจำนวนมากเป็นของแฟนเก่าและแฟนใหม่ของตน แต่ยังซักตากเก็บไว้ดูเท่านั้น และไม่เคยลงมือชิงทรัพย์ผู้โดยสารแต่อย่างใด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจากคำให้การของนายสมภพแต่อย่างใด เพราะสืบทราบว่านายสมภพได้พักอาศัยอยู่บ้านคนเดียว จึงคาดว่าผู้เสียหายน่าจะตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์พร้อมกับขโมยชุดชั้นในของผู้หญิงติดมือมาด้วย และยังพบบัตรประชาชนและบัตรเอทีเอ็มของผู้อื่นอีกจำนวนหนึ่ง และจะได้ขยายผลหาเจ้าของที่แท้จริง ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป.
Share:

“ผบ.ตร” มอบนโยบายผบช.-ผบก. ขู่ 3 เดือนงานไม่คืบโดนเด้ง


                   เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้(3ต.ค.)ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดสัมมนามอบนโยบายการบริหารราชการตำรวจประจำปี 2556 โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร.เข้าร่วมประชุมพร้อมมอบนโยบายในแต่ละด้าน และมีข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ขึ้นไปกว่า 347 นาย เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้
                  โดย พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวมอบนโยบายว่า นโยบายที่จะเน้นในการทำงานมีอยู่ 3 ภารกิจหลักตามนโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วย การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรื่องปัญหายาเสพติด รวมถึงการเตรียมตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ขณะเดียวกันทางนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการใช้กฎหมายที่เคร่งครัด เพื่อเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน ซึ่งตนจะนำผลสำรวจของสวนดุสิตโพลที่ฝากถึง ผบ.ตร. คนใหม่ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เรื่องความซื่อสัตย์ของเจ้าหน้าที่ และการเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน มาปฏิบัติ นอกจากนี้ แนวทางการดำเนินการจะยึดเจตนารมณ์ 3 ข้อ คือ 1.ปกป้อง เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.การทำงานด้วยหลักธรรมาภิบาล พร้อมการเตรียมตัวเข้าสู่การเป็นประชาอาเซียน 3.พัฒนาตำรวจให้เป็นอาชีพ ทำงานเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน  ทั้งนี้ ปัญหาที่ประสบพบเจอขณะนี้เป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อสังคม เช่น อาชญากรรมเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว หรือเรื่องการเปิดสถานบริการเกินเวลา ปัญหาการค้าประเวณีเด็ก ปัญหาการแข่งขันรถบนท้องถนนในตามชานเมือง รวมถึงเรื่องการชุมนุมประท้วงขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ด้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เองก็มีปัญหาเรื่องระบบการรับแจ้งเหตุร้องเรียนที่ล่าช้า และในบางหน่วย หรือบางสถานีตำรวจขาดการบูรณาการ ซึ่งตรงนี้ต้องมีการทบทวนใหม่
               “ปัญหาอาชญกรรมและโครงสร้างตำรวจต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ โดยเริ่มจากผมจะขับเคลื่อนด้วยตัวเอง เพราะผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้ใต้บังคับบัญชา โดยผู้บังคับบัญชาต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลสำเร็จและความล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ทุกอย่างจะเคลื่อนโดยผู้นำหน่วยตามลำดับ ซึ่งต้องแก้บริหารจัดการกับปัญหาท่ามกลางความขาดแคลนให้ได้ ไม่ใช่หัวหน้าหน่วยทั้ง ผบช.หรือ ผบก.มาบอกว่า ไม่มีงบประมาณและขาดอุปกรณ์นั้น ผมอยากจะเรียนว่าที่ได้รับการแต่งตั้งมานั้น เขามอบหมายให้เข้าไปแก้ปัญหาเหล่านั้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หากการขับเคลื่อนแผนงานไม่ดีขึ้น หรือการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคใต้ไม่ดีขึ้น ผมต้องรับผิดชอบคนแรก” ผบ.ตร.กล่าว
                 พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้ตั้งระบบศูนย์ปฏิบัติการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ที่ชั้น 20 เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ และใช้ประโยชน์ด้านความรวดเร็วและครอบคลุมของข้อมูล เนื่องจากระบบมีความสำคัญ ทุกหน่วยจะต้องมีระบบดังกล่าว จะทำงานแบบเป็นตำรวจตัวคนเดียวสบายๆ ไม่ได้แล้ว ขณะเดียวกันต้องมีการพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพมีความรู้ความสามรถ ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกน้องในหน่วยต้องไปเผชิญสถานการณ์คนเดียว โดยผู้บังคับบัญชาต้องเป็นผู้นำ หรือเป็นเหมือนผู้บริหารและครูด้วย แม้แต่ในโรงพักต้องมีครูทำหน้าที่จ๊อบเทรนนิ่ง เช่น ฝึกการบริหารจราจร ฝึกยุทธวิธี
              “ที่สำคัญคือการพัฒนาโรงพัก เพราะทุกวันนี้พบโรงพักหลายแห่งสกปรกรกรุงรัง และห้องประชุมบางครั้งก็ไม่เคยใช้ ฉะนั้นจะต้องมีการดูแลส่วนนี้ด้วย การบริหารประชาชนในโรงพักต้องดี หัวหน้าโรงพักใช่ว่าตื่นมาเดินไปโรงพัก ส่วนตอนเย็นก็ไปตีกอล์ฟอย่างนี้ไม่ได้ โรงพักจะเคลื่อนได้ ถ้ามีการรับแจ้งความที่ดี หรือมีการบริการ ณ จุดเดียว และต่อไปโรงพักต้องมีห้องปฏิบัติการ มีการบริการประชาชนต้องเร็ว ภายใต้ความคิดที่ว่า จะต้องได้คะแนนบวก 1 เสมอในการปฏิบัติงาน เพื่อแย่งชิงมวลชน ไม่ใช่พอปฏิบัติงานกลับเป็นติดลบไปหมด” ผบ.ตร.ชี้แจงนโยบาย
               พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ส่วนด้านบริหารคดีนั้น ในคดีใหญ่ๆ อยากจะให้ผู้บัญชาการลงไปนั่งหัวโต๊ะประชุมคดีกับผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้เคลื่อนไปอย่างมีระบบ และหากเกิดเหตุการณ์สำคัญให้รายงานทันที ตนจะใช้ความเร็วลงพื้นที่ นอกจากนี้ในการควบคุมฝูงชนนั้น ต้องมีการฝึกเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายกำลังพล หรือการตั้งผู้บังคับบัญชาเหตุการณ์ สำหรับสวัสดิการกำลังพลนั้นตนให้ความสำคัญมาก โดยผู้บังคับบัญชาต้องลงไปดูแลทั้งหมด เดินดูชีวิตครอบครัวตำรวจ สร้างอาชีพให้ตำรวจเป็น ต้องใส่ใจเรื่องขวัญกำลังใจแก่ลูกน้อง เพื่อให้ลูกน้องทำงานได้เบี้ยเลี้ยง ที่พักและอาหาร
                “หลังจากผู้บังคับบัญชามีโอกาสทำงานแล้ว 3 เดือน  หากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ผมขอใช้อำนาจหิ้วตัวเลย ถ้าผมสั่งแล้วไม่มีการขับเคลื่อนก็ต้องพลีชีพกันบ้างแล้ว ผมเป็น ผบ.ตร.ต้องทำเต็มที่ ผู้บังคับการ ผู้บัญชาการก็ต้องทำเต็มที่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวทิ้งท้าย
               ด้าน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ รอง ผบ.ตร.ดูแลงานด้านการปราบปราม (ปป.) กล่าวว่า ในเรื่องด้านการปราบปรามนั้น ตนจะดูแลพื้นที่ บช.น. , บช.ก. ด้วยตัวเอง โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (สบ10) พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นผู้ช่วยทำงาน ขณะที่พื้นที่ บช.ภ.1 , 2 และ 7 นั้นให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ดูแล โดยมี พล.ต.ท.จรัมพร และ พล.ต.ท.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นผู้ช่วย ส่วนพื้นที่ บช.ภ.5 และ 6 จะมีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ดูแล และมี พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นผู้ช่วย สำหรับพื้นที่ บช.ภ.3 และ 4 จะมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ดูแล และมี พล.ต.ท.เอกรัตน์ และ พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นผู้ช่วย ขณะที่พื้นที่ บช.ภ.8 และ 9 มี พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ10) ดูแลโดยมี พล.ต.ท.จักรทิพย์ เป็นผู้ช่วย นอกจากนี้ ยังมีอาชญากรรมพิเศษด้านต่างๆ ที่แบ่งงานให้ไปรับผิดชอบ
                พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวอีกว่า ด้านการปราบปรามอาชญากรรมจะนำการใช้มาตรการทางภาษีและฟอกเงินมาใช้ โดยเน้นการปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุก ส่งเสริมให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารของตำรวจอย่างต่อเนื่อง โดยดึงประชาชนเป็นศูนย์กลางและมาเข้ามามีส่วนร่วม เมื่อเทียบปริมาณของตำรวจญี่ปุ่นกับตำรวจไทย พบว่ามีจำนวนเท่าๆ กัน แต่ญี่ปุ่นได้ดึงประชาชนเข้ามาร่วมเป็นตำรวจ แม้แต่เด็กคนหนึ่งก็สามารถเป็นหูเป็นตาให้ตำรวจได้
                "เราไม่สามารถทำให้อาชญากรรมเป็นศูนย์ได้ แต่เราลดความหวาดกลัวอาชญากรรมได้ ซึ่งการวัดความพึงพอใจจะเป็นเครื่องชี้วัดการทำงานกับประชาชน โดยงานปราบปรามอาชญากรรมนั้น ต้องสร้างทีมงานวิเคราะห์อาชญากรรมทุกระดับ เน้นการจัดระเบียบสังคมเข้มงวดกวดขันในทุกพื้นที่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องที่กระทบกับเยาวชนของชาติ ผมขอฝากเรื่องนโยบายรัฐบาลเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งตำรวจต้องทำให้ได้ แลขอเน้นย้ำการทำเซฟตี้โซน เรื่องการปราบปรามอาชญากรรมต้องมองประชากรอาเซียน ไม่ใช่เพียงคนในประเทศเท่านั้น  อีกเรื่องที่เน้นคือการค้ามนุษย์ เรื่องนี้ทาง ผบก.ภ.จว.ต่างๆ ต้องสอดส่องและกวดขันอย่าเข้มงวด" รอง ผบ.ตร.กล่าว
                   ขณะที่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ดูแลงานด้านกฎหมายและคดี (กม.) กล่าวว่า ขอบเขตงานของตนมีงานของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร) นต. , งานพิทักษ์เด็กและครอบครัว โดยตนจะดำเนินการเร่งด่วน อย่างการปรับตำแหน่งพนักงานสอบสวน การปรับเงินเพิ่มของพนักงานสอบสวน ซึ่งกำหนดตำแหน่งให้พนักงานสอบสวนสามารถขึ้นถึงนายพลได้ นอกจากนี้ แนวทางปฏิบัติจะเน้นย้ำเข้มงวดกวดขันเรื่องการสอบสวนผู้บังคับบัญชา โดยต้องเอาใจใส่ สร้างความโปร่งใสในการสอบสวน จะโทษพนักงานสอบสวนไม่ได้ เพราะระดับ ผบก.ต้องลงไปดูแลเอง นอกจากนี้ จะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนต้องมีการประสานงานกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกองพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ควบคุมสั่งการที่บูรณาการกับฝ่ายสอบสวนและฝ่ายปราบปราม และต้องเคารพกฎหมายไม่ฝ่าฝืนกฎหมายเสียเอง เพราะต้องเป็นตำรวจมืออาชีพอย่างแท้จริง
 
                    พล.ต.อ.อัมรินทร์ อัครวงศ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) กล่าวว่า สำหรับงานด้านจเรตำรวจที่ตนรับผิดชอบนั้น ถือว่าเป็นงานที่สำคัญ การตรวจสอบตำรวจของจเรตำรวจนั้น จะดำเนินการไปตามเนื้อผ้า ไม่มีเรื่อง 2 มาตรฐาน และต้องยึดตามจริยธรรม จรรยาบรรณตำรวจ การตรวจสอบช่วงแรกจะโฟกัสไปยังหน่วยที่สัมผัสใกล้ชิดประชาชน เช่น โรงพัก ซึ่ง ผบ.ตร.ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง จเรตำรวจจะลงไปตรวจสอบ โดยวัดจากความรู้สึกของประชาชน  ทั้งนี้ ตนเคยสอนตำรวจมามาก ช่วงแรกตำรวจก็จะเป็นสีขาว พอจบออกไปก็เริ่มสีเทา สักพักตำรวจบางนายก็เริ่มกลายเป็นสีดำ ฉะนั้นเป้าหมายต่อจากนี้ต้องทำอย่างไรให้ตำรวจส่วนใหญ่กลายเป็นสีขาวให้ได้
                 ด้านพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ดูแลงานด้านความมั่นคง (มค.) กล่าวว่า งานมั่นคงแบ่งเป็น 3 กลุ่ม โดยยึดตามนโยบาย ผบ.ตร.เพื่อตอกย้ำว่า ผู้นำคิดและทำเหมือนกัน โดยงานด้านการข่าวความมั่นคงนั้น ตนเน้นปัญหาก่อการร้ายข้ามชาติที่เราเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นตำรวจจำนวน 2 แสนนาย ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศจะเป็นหน่วยข่าวที่ดีที่สุด อย่าละเลยข่าวชิ้นเล็กๆ ในพื้นที่ ควรรายงานข่าวทุกชิ้นเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การข่าวมีประสิทธิภาพ มีฐานข้อมูล โดยขณะนี้ทางกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) มีโปรแกรมฐานข้อมูลข่าวก่อการร้าย ซึ่งจะต้องปรับใช้สอดคล้องกับงานความมั่นคง โดยขอความร่วมมือกับ บช.แต่ละภาค ให้มีผู้รับผิดชอบด้านการข่าวอย่างน้อย 1 คน และจะมีการจัดการประชุมประชาคมข่าว เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน ทั้งนี้ สิ่งที่หายไปจากระบบข่าว คือ การสะกดรอยติดตาม ฉะนั้นขอให้แต่ละสถานีตำรวจไปสำรวจบุคคลกรที่ผ่านหลักสูตรนี้มา ให้ใช้หลักสูตรดังกล่าวร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
                พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการควบคุมฝูงชน ซึ่งตามแผนกรกฎ 52 จะต้องมีกองร้อยควบคุมฝูงชนจำนวน 3 กองร้อย แต่จากนี้จะขอให้แต่ละจังหวัดจัดตั้งกองร้อยควบคุมฝูงชนเพิ่มขึ้นมาอีก 1 กองร้อย และจะมีการมอบรางวัลดีเด่นให้กับกองร้อยควบคุมฝูงชน โดยปี 54 ที่ผ่านมาทาง บช.ภ.5 ได้รับรางวัลดังกล่าว ซึ่งทั้งตนและ ผบ.ตร.จะเดินทางไปมอบรางวัลให้ พร้อมกับเชิญ ผบช.แต่ละภาค ไปดูการทำงาน เพื่อพัฒนากองร้อยควบคุมฝูงชนในแต่ละภาค และขอให้สำรวจว่าในพื้นที่ของตนเองว่า ใครมีอายุน้อยที่สุด เพื่อนำบรรจุมาอยู่ในกองร้อยควบคุมฝูงชน นอกจากนี้ตนจะเปิดรับนายสิบตำรวจ ก่อนจะบรรจุเข้ากองร้อยควบคุมฝูงชน โดยจะมีการฝึกฝนอย่างเข้มข้น และฟังความสั่งจากผู้บังคับบัญชาอย่างเดียว โดยไม่ต้องใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติงาน ส่วนการพัฒนาเครื่องมือนั้น  เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ตนได้ทดสอบการใช้แก๊สน้ำตารุ่นใหม่ที่ผสมน้ำ พบว่าผู้ที่ถูกแก๊สน้ำตาชนิดนี้ จะทำให้ลืมตาไม่ขึ้นเป็นเวลา 10 นาที หากนำมาใช้ในการเปิดทางที่ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา จะส่งผลดีกว่าการใช้แก๊สน้ำตารุ่นเก่า แต่ข้อเสียของแก๊สน้ำตารุ่นใหม่เมื่อนำไปใช้ในพื้นที่ที่ติดริมถนนและริมคลอง อาจจะเกิดอันตรายกับประชาชนที่ต้องการออกจากพื้นที่ เพราะเมื่อถูกแก๊สน้ำตาแล้วจะทำให้มองไม่ ในส่วนนี้ตนจะนำไปคิดหาวิธีแก้ไข
 
                “เชื่อว่าแก๊สน้ำตารุ่นใหม่จะช่วยปิดทางให้นายกฯ ได้ น่าจะเอาอยู่ โดยขอย้ำว่าเรื่องการควบคุมฝูงชนเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทาง ผบ.ตร.เน้นมาก อาจจะส่งผลให้การหิ้วหรือไม่หิ้วตามมาได้” พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวพร้อมระบุถึงการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ อย่างการประชุมคณะรัฐมนตรีในต่างจังหวัด ทาง ผบก.ภ.จว.นั้น ต้องมีการเข้าพื้นที่ส่วนหน้าทันที อย่างปฏิบัติแบบประมาท
 
                  พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวมอบนโยบายด้านการศึกษาอบรมว่า ตำรวจต้องเรียนรู้และอบรมอยู่เสมอ แต่หลายปีที่ผ่านมาตำรวจได้งบประมาณด้านศึกษาอบรมน้อยมากเพียง 0.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่จากนี้จะได้เพิ่ม ส่วนนโยบายจะเน้น 7 ข้อ ประกอบด้วย 1.เน้นยุทธวิธีให้มีความรู้เป็นสากล 2.พัฒนาศูนย์ฝึกของตำรวจให้เพียงพอใหม่และสะอาด 3.ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย มีหลักสูตรเฉพาะทาง 4.เตรียมเครื่องมือเครื่องใช้การฝึกให้พร้อม 5.กระจายอำนาจหน่วยฝึกไปยังพื้นที่ให้สอดคล้องความต้องการจำเป็นของหน่วย 6.สร้างบุคคลกรครูฝึกให้มีประสิทธิภาพ 7.เตรียมตำรวจให้มีความรู้ตำรวจเรื่องประชาคมอาเซียน
Share:

ตร.จับ“โต อำพล” ตัวประกอบดังเสพยาบ้า




วันนี้ 3 ต.ค. พ.ต.ท.รณกร วงศ์ภู่มณี สว.สส.สนห้วยขวาง พร้อมกำลังชุดสืบสวนร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 5 คนคือ นายอำพล รัตน์วงศ์ อายุ 43ปี หรือ โต คนไฟบิน ดาราประกอบชื่อดังที่เคยโด่งดังช่วงเล่นประกอบมิวสิควีดีโอเพลง “บอกว่า อย่าขอหมอรำ” ของ “ต้อย หมวกแดง” และพวกอีก 4 คนพร้อมของกลาง ยาบ้า 30เม็ด ยาไอซ์ 2ถุงน้ำหนักประมาณ 0.2กรัมและกัญชา 1ห่อรวมอุปกรณ์การเสพครบครัน โดยแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1เพื่อจำหน่าย จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ที่ห้องเลขที่ 5 สุขสมบุญ อพาร์ทเม้น เลขที่ 124ซอยสุวรรณมณีแขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง
 
สอบสวน นายโต ให้การว่า ระยะหลังไม่มีใครว่าจ้างให้ไปแสดง ประกอบกับมีเพื่อนที่อาศัยอยู่ในห้องที่เกิดเหตุ ชักชวนให้ร่วมเสพยา จึงได้เสพเพื่อแก้เครียด อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ระบุว่า ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงห้องพัก ได้แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ว่า มีการมั่วสุมค้าและเสพยาภายในห้องเสมอ จึงนำหมายเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา ระหว่างนั้นกลุ่มผู้ต้องหาพยายามดันประตูไม่ให้เข้าไปในห้อง จึงได้ขอกำลังสนับสนุนจนกระทั่งสามารถจับกุมได้ทั้งหมดพร้อมของกลางดังกล่าว
 
สำหรับ นายอำพล รัตน์วงศ์ เป็นตัวประกอบในภาพยนตร์ชื่อดังจำนวนมาก  เช่น บุปผาราตรี  , คนไฟบิน , บางกอกกังฟู , ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ โดยเฉพาะ เรื่อง มนต์รักทรานซิสเตอร์ ซึ่งแสดงเป็น “เสี่ยว” เพื่อนของ พระเอกในเรื่อง จนผู้ชมคุ้นหน้าอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังเคยแสดงละครโทรทัศน์ เป็นตัวประกอบในละครเรื่อง “รักสุดปลายฟ้า” อีกด้วย.
Share:

นายกฯเผยเคลียร์ “ดร.โกร่ง”เรื่องจำนำข้าวแล้ว



วันนี้ ( 4 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายวิจารณ์เรื่องโครงการรับจำนำข้าว ว่า เรื่องตัวเลขต้องรอให้ปิดรอบการขายก่อน จึงจะตอบได้ ส่วนกรณีที่นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ระบุว่าถ้ารัฐบาลไม่ล้มเลิกโครงการนี้ อาจทำให้รัฐบาลพังนั้น ตนได้พูดคุยกับนายวีระพงษ์ในเรื่องนี้แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเกิดจากการที่นายวีระพงษ์ ไปฟังข้อมูลจากทางเดียว ที่ข้อมูลอาจไม่ตรงกัน และทำให้เกิดการเข้าใจผิด ซึ่งวันนี้ (4 ต.ค.) ตนได้ให้นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทยออกมาชี้แจง ในฐานะที่เป็นผู้จัดทำโครงการดังกล่าว ตนอยากให้ไปถามเกษตรกรว่าโครงการนี้มีประโยชน์หรือไม่  สำหรับการที่ประเทศเวียดนามขอบคุณรัฐบาลไทยที่ทำให้เวียดนามส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ซึ่งเกิดจากผลพวงโครงการรับจำนำข้าวในราคาสูงของรัฐบาลไทยนั้น ตรงนี้ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศมากกว่า ซึ่งต้องมองภาพรวมทั้งหมด อย่าไปจับตรงนั้นตรงนี้มาต่อกัน
 
อีกด้านหนึ่ง ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา นายอดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ( นิด้า ) ผู้ร้องที่ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยับยั้งหรือยุติโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 43 และ 81 (1) หรือไม่  ได้มายื่นเอกสารประกอบคำร้องเพิ่มเติมแล้ว หลังจากที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งกลับไปว่าเอกสารยังไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  โดยนายอดิศร์ ได้มายื่นสำเนาเอกสารจำนวน 9 ชุด  รวมทั้งยังมีบทความที่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของนายเมธี ครองแก้ว  อดีต กรรมการ ป.ป.ช. และบทวิจัยเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวซึ่งเอกสารที่ส่งมาเพิ่มเติมด้วย  อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการประชุมในวันพุธที่ (10 ต.ค. )ทันหรือไม่
Share:

“สดศรี” ชี้ “ยงยุทธ” ประกาศลาออกส.ส.-หัวหน้าพท. กกต.ก็ยังไม่ยุติสอบ








“สดศรี” ชี้ “ยงยุทธ” ประกาศลาออก ส.ส.-หัวหน้า พท. กกต.ก็ยังไม่ยุติสอบ เหตุคำร้องมีหลายประเด็นทั้งการส่งผู้สมัคร-ยุบพรรค แต่ที่เจ้าตัวยื่นให้สอบตัวเองเตรียมสั่งจำหน่าย พร้อมเผยขั้นตอนการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคใหม่

          
วันนี้ ( 4 ต.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สนง.กกต.) นางสดศรี สัตยธรรม  กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ได้ประกาศลาออกจาก ส.ส.และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ว่า ในส่วนของกกต.ที่ก่อนหน้านี้ได้รับคำร้องขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นส.ส.และหัวหน้าพรรคของนายยงยุทธรวม 3 คำร้องนั้น โดยในจำนวนนี้คำร้องที่นายยงยุทธเป็นผู้ยื่นขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติตนเอง กกต.ก็คงจะยุติการสอบสวนและสั่งจำหน่าย เพราะไม่มีประเด็นที่ต้องพิจารณา แต่ที่ผู้อื่นร้องขอให้ตรวจสอบนายยงยุทธ กกต.จะยังคงเดินหน้าตรวจสอบต่อไปเพราะมีการร้องให้ตรวจสอบในหลายกรณีนอกเหนือจากการเป็นส.ส. และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เช่นการส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง และการยุบพรรค  โดยประธานกกต.ได้ให้นโยบายว่าหากเรื่องใดเป็นอำนาจพิจารณาของด้านสืบสวนสอบสวน ก็ให้เสนอต่อกกต.ตั้งอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยพิจารณา  ขณะที่เรื่องใดเป็นอำนาจพิจารณาของนายทะเบียนพรรคการเมืองก็ให้ด้านกิจการพรรคการเมืองตั้งคณะกรรมการไต่สวนขึ้นพิจารณา ว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องนั้นเรื่องใดที่สามารถยุติได้ หรือมีขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการต่อ  โดยเมื่อการทำงานใน 2 ส่วนแล้วเสร็จก็ให้เสนอต่อที่ประชุมกกต.พิจารณาวินิจฉัยต่อไป  ดังนั้นไม่ใช่ว่าเมื่อนายยงยุทธประกาศลาออกจากการเป็นส.ส.และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว  ทุกเรื่องที่มีการร้องกกต.จะต้องสั่งจำหน่ายทุกเรื่อง
 
นางสดศรี ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนของบัญชื่อรายชื่อของพรรคเพื่อไทยนั้น เมื่อนายยงยุทธ ลาออกจากการเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็จะประกาศรายชื่อผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไปของบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ขึ้นมาดำรงตำแหน่งส.ส.แทน  ส่วนการทำหน้าที่ในตำแหน่งของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง และข้อบังคับพรรคเพื่อไทย  กำหนดให้พรรคต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงมายังนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 30 วันนับแต่นายยงยุทธพ้นจากตำแหน่ง  ซึ่งการลาออกของนายยงยุทธ ยังมีผลให้กรรมการบริหารพรรคทั้ง 18 คนพ้นจากตำแหน่งด้วย และจะต้องมีการเรียกประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 60 วัน ระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก็ยังคงให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่ายกเว้นนายยงยุทธ ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน และให้รองหัวหน้าพรรคซึ่งเป็นรองประธานคณะกรรมการบริหารพรรค ที่หัวหน้าพรรคเคยมอบหมายให้ทำหน้าที่แทนหัวหน้าพรรคกรณีปฏิบัติไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้  เป็นรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปก่อน
 
“ตำแหน่งหัวหน้าพรรคมีภารกิจสำคัญหลายอย่างที่ต้องทำนิติกรรมกับกกต. ช่วงนี้ เช่น โครงการที่จะต้องได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง การแจ้งจำนวนสมาชิกพรรค เมื่อนายยงยุทธ ลาออกก็ต้องให้ผู้ที่ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค  หรือรอหัวหน้าพรรคคนใหม่มาเป็นผู้ทำนิติกรรมกับกกต.แทน  ซึ่งนายยงยุทธเองก็ยังถือเป็นสมาชิกพรรคได้ เพราะการถูกไล่ออกจากราชการไม่ถือเป็นลักษณะต้องห้ามของการเป็นสมาชิกพรรคหรือการเป็นที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองต่างๆ” นางสดศรี กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกษียณอายุราชการแล้วมีชื่อเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้วหรือยัง นางสดศรี กล่าวว่า ตามกฎหมายไม่ได้ห้ามข้าราชการพลเรือนเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีชื่อพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็นสมาชิกพรรคการเมือง โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นจะมีการแจ้งจำนวนสมาชิกพรรคอีกครั้งในวันที่ 7 ต.ค.นี้   
 
เมื่อถามต่อว่า คุณสมบัติผู้ที่จะเป็นหัวหน้าพรรคตามข้อบังคับพรรคกำหนดหรือไม่ว่าต้องเป็นสมาชิกพรรคมาไม่น้อยกว่าเท่าใด นางสดศรี กล่าวว่า ไม่มีการกำหนดไว้
Share:

หงส์จืดเจออูดิบุกหักปีกคารัง















"หงส์แดง" จืดสนิท หลังโดน "อูดิเนเซ" บุกหักปีกคารัง 3-2 ศึก ยูโรปา ลีก รอบแบ่ง กลุ่ม นัด 2
    ศึก ยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม A เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ทีมดังจากอังกฤษ ทำเอาสาวก "เดอะ ค็อป" ต้องเซ็งไปตามกัน หลังโดน อูดิเนเซ ทีมแกร่งจากอิตาลี บุกมาลูบคมถึง แอนฟิลด์ 3-2 โดย "หงส์แดง" ออกสตาร์ตได้สวยเมื่อออกนำไปก่อน 1-0 จาก จอนโจ เชลวีย์ นาทีที่ 23 เข้าสู่ครึ่งหลังเกมกลายเป็นหนังคนละม้วน เมื่อ อูดิ รัวคืนทีเดียว 3 เม็ดรวดจาก อันโตนิโอ ดิ นาตาเล นาทีที่ 46, จากการทำเข้าประตูตัวเองของ เซบาสเตียน โกอาเตส นาทีที่ 70 และโจวานนี ปาสกวาเล นาทีที่ 72 ก่อนที่ หลุยส์ ซัวเรซ จะซัดฟรีคิกสุดสวยให้เจ้าถิ่นไล่มาเป็น 2-3 นาทีที่ 75 แต่ก็ทำได้แค่นั้น จากความปราชัยนัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล มี 3 คะแนนจาก 2 นัดรั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม ขณะที่ อูดิเนเซ มี 4 คะแนนเท่ากับ อันจิ ทีมจ่าฝูง แต่อยู่อันดับ 2 เนื่องจากผลต่างประตูได้เสียเป็นรอง
   
   ผลคู่อื่น กลุ่ม B อคาเดมิกา (โปรตุเกส) เสมอ ฮาโปเอล เทล อาวีฟ (อิสราเอล) 1-1, แอต.มาดริด (สเปน) ชนะ วิคตอเรีย เปลเซน (เช็ก) 1-0,
   กลุ่ม C มึนเชนกลัดบัค (เยอรมนี) แพ้ เฟเนร์บาห์เช (ตุรกี) 2-4, มาร์กเซย (ฝรั่งเศส) ชนะ เออีแอล (ไซปรัส) 5-1,
   กลุ่ม D คลับ บรูช (เบลเยียม) ชนะ มาริติโม (โปรตุเกส) 2-0,  นิวคาสเซิล (อังกฤษ) ชนะ บอร์กโดซ์ (ฝรั่งเศส) 3-0,
   กลุ่ม E สเตอัว บูคาเรสต์ (โรมาเนีย) ชนะ เอฟซี โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) 1-0, โมลด์ (นอร์เวย์) ชนะ สตุ๊ตการ์ท (เยอรมนี) 2-0,
   กลุ่ม F เอไอเค โซลนา (สวีเดน) แพ้ ดนิโปรฯ (ยูเครน) 2-3, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน (ฮอลแลนด์) ชนะ นาโปลี (อิตาลี) 3-0
Share:

ผบ.ทบ.ลงนามแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร



วันนี้ ( 4 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพบกได้มีการแจกจ่ายสำเนาคำสั่งโยกย้ายนายทหารระดับ พ.อ. พิเศษ หรือรองผู้บัญชาการกองพลและผู้บังคับการกรม โดยคำสั่งดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ลงนามเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ในคำสั่งกองทัพบกที่ 291/2555 เรื่องให้นายทหารรับราชการและปรับเงินเดือน จำนวน 313 นาย โดยตำแหน่งที่สำคัญที่มีการปรับเปลี่ยนคือได้มีการเปลี่ยนตัว ผบ.หน่วยรบ ทั้งทหารราบ ทหารม้า ทหารปืน รบพิเศษ ทั้งหมด ทั้งในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2รอ.) และกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) กองพลทหารปืนใหญ่ (พล.ปตอ.) และหน่วยรบพิเศษ ซึ่งหน่วยดังกล่าวได้เคยออกมาปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 52-53   โดยมีนายทหารหลายคนที่ร่วมปฏิบัติภารกิจดังกล่าวและได้ดีขึ้นมาดำรงตำแหน่งสำคัญในครั้งนี้
 
ตำแหน่งที่ได้รับความสนใจ อาทิ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด (ตท.23)โฆษกกองทัพบก และอดีตโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่เดินสายชี้แจงเรื่อง เหตุกระชับพื้นที่เสื้อแดง ปี 2553 กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และทำหน้าที่ชี้แจงให้กองทัพบกมาโดยตลอดได้ขยับจาก ผอ.กองกิจการพลเรือนทบ. ขึ้นเป็น รองผบ.รร.กิจการพลเรือนทบ. ซึ่งแม้ไม่ได้คุมหน่วย แต่ก็ถือว่า เป็นการขยับขึ้นเป็น รองนายพล สามารถที่จะขึ้นเป็น พล.ต. ได้ในการโยกย้ายนายพลครั้งต่อๆไป
 
ขณะที่หน่วยรบที่สำคัญ โดยเฉพาะหน่วยคุมกำลังปฏิวัติ ได้มีการเปลี่ยนตัวหมด เช่น พ.อ.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ จาก ผบ.ร.1รอ. ขึ้นเป็น รองผบ.พล.1 รอ. แล้วให้ พ.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว รองผบ.ร.1รอ. ขึ้นเป็น ผบ.ร.1รอ. แทน พ.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้  ผบ.ร.31รอ.ขึ้นเป็น รองผบ.พล.1รอ. แล้วให้ พ.อ.วิรัฎฐ์ วงศ์จันทร์ นายทหารปฏิบัติการประจำมทบ. 11 เป็น ผบ.ร.31รอ. พ.อ.กันตภณ อัครานุรักษ์ ผอ.กยน.ทน.1 เป็นรองผบ.มทบ.11 พ.อ.ไกรภพ ไชยพันธุ์ นายทหารปฏิบัติการประจำมทบ.11 เป็นผอ.กยน.ทน.1 พ.อ.ประวิตร ฉายะบุตร รองผบ.จทบ.ส.ก. เป็นรองผบ.มทบ.12 พ.อ.โอภาส อุตตรนคร ผอ.กองรร.จปร. เป็นรองผบ.จทบ.ส.ก. พ.อ.ดำริห์ สุขพันธุ์ รองผบ.จทบ.ส.บ.เป็นรองผบ.มทบ.13 พ.อ.ปราการ ปทะวานิช ผอ.กกร.ทภ.1 เป็นรองผบ.จทบ.ส.บ. พ.อ.
 
ขณะที่ พ.อ.ศตวรรษ รามดิษฐ์ ผบ.ร.2 รอ. (หน่วยทหารยานเกราะล้อยาง) ขยับเป็นรองผบ.มทบ.12 ส่วนพ.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง เป็น ผบ.ร.2 รอ. พ.อ.สันติพงษ์  ธรรมปิยะ ผบ.ร. 21 รอ. (ทหารเสือราชินี) ขยับเป็น รองผบ.มทบ.14 และให้พ.อ.เจริญชัย หินเธาว์  รองผบ.ร.21รอ.ขึ้นเป็น ผบ.ร.21รอ. พ.อ.เกษม เบญจนิรัติศัย เป็น ผบ.ร. 29 ขยับเป็นรองผบ.พล.ร.9 และให้ พ.อ.วาสิฐ มณีโชติ ผบ.กรม สน.พล.ร.9 เป็น ผบ.ร.29
 
พ.อ.เมธี พะยอมหอม รองผบ.จทบ.ร.บ. เป็นรองผบ.มทบ. 15 พ.อ.วิวัฒน์ สายวิจิตร เสธ.พล.พัฒนา 1 เป็นรองผบ.จทบ.ร.บ. พ.อ.เธียรพงศ์ เมืองพรหม รองผบ.กรมพัฒนา1 เป็นผบ.ช.1รอ. พ.อ.สันต์ จิตรประสงค์ เสธ.มทบ.12 เป็นรองผบ.จทบ.ส.ก. พ.อ.กฎ ภาคการ รองผบ.พล.ร. 3 เป็นรองผบ.บชร.2 พ.อ.กนก ภู่ม่วง ผบ.ร. 8 เป็นรองผบ.พล.ร.3 พ.อ.ชาญชัย เอมอ่อน รองผบ.ร.13 เป็นผบ.ร. 8 พ.อ.ยงยุทธ สอนไม้ รองผบ.มทบ. 21 เป็นรองผบ.มทบ.22  พ.อ.สนธยา ศรีเจริญ รองผบ.จทบ.บ.ร. เป็นรองผบ.มทบ. 21 พ.อ.สมทรรศ จันทร์ศิริ รองผบ.จทบ.ร.อ. เป็นรองผบ.จทบ.บ.ร. พ.อ.สมชาย เพ็งกรูด ผบ.ร. 16 เป็นรองผบ.จทบ.ร.อ. พ.อ.สรชัช สิทธิสนธิ์ เสธ.พล.ร.6 เป็นผบ.ร. 16 พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผบ.กรม.ทพ.23 เป็นเสธ.พล.ร.6
 
ส่วนกองทัพภาคที่ 3 อาทิ พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ เสธ.พล.ร. 4 เป็นรองผบ.พล.ร.4 พ.อ.สุภโชค ธวัชพีระชัย ผบ.ร.14 เป็นเสธ.พล.ร.4 พ.อ.อำนาจ ศรีมาก รองผบ.ร.4 เป็นผบ.ร. 14 พ.อ.อุทัย ชัยชนะ รองผบ.พล.ร.4 เป็นรองผบ.พล.ร.7 พ.อ.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ ผบ.ร. 17 เป็นรองผบ.พล.ร. 4 พ.อ.บรรณวัฒน์ พรหมจรรย์ รองผบ.ร. 17 เป็นผบ.ร. 17 พ.อ.เลอเกียรติ สุนทรเกส รองผบ.จทบ.พ.ล. เป็นรองผล.มทบ. 31 พ.อ.รเณศ อินทร์ยิ้ม เสธ.มทบ.31 เป็นรองผบ.จทบ.พ.ล.  พ.อ.เบ็ญจรงค์ บริสุทธ์พันธ์ รองผบ.จทบ.พ.ช. เป็นรองผบ.มทบ.31 พ.อ.สุพจน์ บูรณจารี รองผบ.จทบ.พ.ล. เป็นรองจทบ.พ.ช. พ.อ.คงเอก ขยันกิจ นายทหารปฏิบัติการมทบ.32 เป็นรองผบ.จทบ.พ.ล. พ.อ.บรรเจิด ฉางปูนทอง รองผบ.จทบ.อ.ต. เป็นรองผบ.มทบ.32 พ.อ.สุรพงษ์ ดอกไม้ รองเสธ.ทน.3เป็นรองผบ.จทบ.อ.ต.  พ.อ.การุณ ขุนสูงเนิน รองผบ.จทบ.ช.ร. เป็นรองผบ.มทบ.33  พ.อ.โอม สิทธิสาร เสธ.มทบ.33 เป็นรอง ผบ.จทบ.ช.ร.  พ.อ.สมชาย หาวงศ์มา รองผบ.ป.4 เป็นผบ.ป.4  พ.อ.พิศาล นาคผจญ เสธ.มทบ. 32  เป็นรองผบ.จทบ.น.น.
 
พ.อ.วิรัช ปัญจานนท์ เสธ.พล.ร. 7 เป็นเสธ.มทบ.32 พ.อ.ณัฐวุฒิ ชุนหะนันทน์ ผบ.ร. 7 เป็นเสธ.พล.ร. 7 พ.อ.บุญยืน อินกว่าง รองผบ.ร. 7 เป็นผบ.ร. 7  พ.อ.พัฒนา มาตร์มงคล รองผบ.จทบ.ต.ก. เป็นรองผบ.จทบ.ช.ร. พ.อ.จำรัส สิงห์ต๊ะแก้ว ผอ.กกบ.ทน.3 เป็นรองจทบ.ต.ก.  พ.อ.เทอดศักดิ์ งามสนอง รองผอ.กยก.ทภ.3 ซึ่งเป็นโฆษกกองทัพภาคที่ 3 ได้ขึ้นเป็นผอ.กกร.ทภ.3 พ.อ.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ รองผบ.ป.21 เป็นผบ.ป.21
 
ส่วนกองทัพภาคที่ 4 อาทิ พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผบ.ร.25 เป็นรองผบ.พล.ร. 5  พ.อ.ปริยารณ มัชฌิมวงศ์ รองเสธ.ทภ.4 เป็นรองผบ.มทบ. 41 พ.อ.สมดุลย์ เอี่ยมเอก นายทหารปฏิบัติการประจำมทบ. 11 เป็นผบ.ร.153 พ.อ.บัญชา สินเจริญ ผอ.กกพ.ทภ.4 เป็นรองผบ.มทบ. 41  พ.อ.บัญชา รักซื่อ รองผบ.พล.ร. 15 เป็นรองผบ.มทบ. 42 พ.อ.สมพล ปานกุล เสธ.พล.ร. 15 เป็นรองผบ.พล.ร. 15 พ.อ.สัญญา ไอยรารัตน์ เสธ.มทบ.41 เป็นรองผบ.จทบ.ส.ฎ. พ.อ.ประชุม พันธ์โสตถี ผบ.ศคบ.บชร.4 เป็นผบ.ร. 15
 
สำหรับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ  พ.อ.อุดมศักดิ์ บัวพรหมมาตร์ เสธ.พล.รพศ.1 เป็นรองผบ.พล.รพศ.1 พ.อ.ชาตรี กิตติขจร ผอ.กองรร.ศสพ. เป็น ผบ.รพศ.5 พ.อ.ไพฑูรย์ เปี่ยมจิตต์ รองผบ.รพศ.4 เป็นผบ.รพศ.4 ในส่วนของทหารม้า พ.อ.ทัตเทพ รอดจิตต์  ผบ.ม.1รอ. เป็น รองผบ.พล.ม.2รอ. พ.อ.ศักดา เนียมคำ ผบ.ม.4รอ.เป็น ผบ.ม.1รอ.  พ.อ.กันตพจน์ เศรษฐารัศมี เสธ.พล.ม.2รอ. เป็น ผบ.ม.4รอ. ขณะที่กองพลทหารปืนใหญ่ อาทิ พ.อ.บุญธัม สามปรุ รองเสธ.นปอ.เป็นรองผบ.พล.ปอ. พ.อ.บุญลือ ช่วยชู ผอ.กขว.นปอ.เป็นรองผบ.พล.ปตอ. พ.อ.ประทีป บุญทิพย์จำปา นายทหารปฏิบัติการประจำศป.เป็นผบ.ป.71
 
Share:

ตร.เต้น มีผู้เผยแพร่ภาพเด็กเสพยาบ้า





วิจารณ์กระหึ่มเน็ต !! พบภาพเด็กหญิง 3 ขวบ แสดงกิริยาคล้ายเสพยาบ้า ตำรวจสุดทน สั่งตรวจสอบ ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี คาดเหตุเกิดที่สถานรับเลี้ยงเด็ก
วันนี้ ( 4 ต.ค.)  ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่า พบภาพเผยแพร่ในสังคมโซเชี่ยนเน็ทเวิร์ค เฟซบุ๊ค เป็นภาพเด็กหญิงอายุประมาณ 3 ขวบ ลักษณะกิริยาคล้ายกำลังเสพยาเสพติด โดยมีผู้ใหญ่เป็นคนจุดไฟแช็คลนกระดาษฟลอยด์ให้ ซึ่งมีการโพสส่งต่อๆกันออกไปอย่างกว้างขวาง จนสังคมสื่อออนไลน์ต่างวิพากวิจารณ์การกระทำดังกล่าว ต่อมา พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภาค 5 จึงสั่งการให้ มีการตรวจสอบภาพดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง พร้อมวอนผู้ที่รู้เบาะแสให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยจะมีรางวัลให้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี
 
ด้าน พ.ต.ท.วิบูลย์ เกตฉัตร สว.สส.กก.3 บก.สส.ภาค 5 เปิดเผยว่าภาพดังกล่าวเบื้องต้นจากการรตรวจสอบหาต้นตอ พบว่ามาจากผู้ใช้เฟซบุ๊คในชื่อของ "Maejorescue  Chiangmai" เป็นคนแชร์รูปมาจากผู้ใช้ชื่อ "เรื่องนี้ถึงสรยุทธแน่" ภาพดังกล่าวเป็นภาพของเด็กหญิงวัยประมาณ 2-3 ขวบ หน้าตาน่ารักกำลังนั่งใช้ปากคาบหลอดดูดเสพยาเสพติด โดยมีผู้ใหญ่เป็น หญิงกำลังถือกระดาษฟลอยด์และจุดไฟแช็คให้ แต่ในภาพเห็นเพียงท่อนแขนของผู้ใหญ่คนดังกล่าวไม่เห็นใบหน้า โดยลักษะการกระทำทุกอย่างนั้นเหมือนการสูบยาบ้าเพราะเปลวไฟแช็กยังมีอยู่ เหลือที่กลุ่มผู้เสพยาเสพติดใช้กัน เช่นเดียวกับกระดาษฟลอยด์ที่ใช้ลนยาบ้ายังถูกทำเป็นรูปช้อนไม่ต่างจากการเสพยาบ้า ส่วนสถานที่เชื่อว่าจะไม่ใช่ห้องนอนในบ้านแต่อาจเป็นสถานที่รับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาล ก็เป็นได้ โดยคดีนี้แม้ตำรวจจะพบภาพเอง ยังไม่มีผู้เสียหาย แต่เนื่องจากมีเด็กตกเป็นเหยื่อของพฤติกรรมดังกล่าว ทางตำรวจจะกระทำการสืบสวนสอบสวนอย่างถึงที่สุด เชื่อว่าไม่นานจะหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ใน
Share:

เปิดคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับ พ.อ.พิเศษ


คำสั่งกองทัพบกที่ 291/2555
1. พ.อ.สนอง ชูดวง เป็น รอง ลก.ทบ. 2. พ.อ.ปัณณทัต กาญจนะวสิต เป็น ผอ.กอง สลก.ทบ.  3. พ.อ.เกียรติศักดิ์ น้ำไชยศรี เป็น ฝสธ.ประจำ สลก.ทบ.  4. พ.อ.คธายุทธ์ เสาวคนธ์ เป็น รอง จก.กพ.ทบ. 5. พ.อ.วีระกาญจน์ โล่ห์สถาพรพิพิธ เป็น ผอ.กอง กพ.ทบ. 6. พ.อ.พิศิษฐ์ เกษบุรมย์ เป็น รอง จก.ขว.ทบ. 7. พ.อ.สิริพจน์ รำไพกุล เป็น รอง จก.ขว.ทบ. 8. พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค เป็น รอง ผบ.รร.ขว.ทบ. 9. พ.อ.กำชัย วงศ์ศรี เป็น ผอ.กอง ขว.ทบ. 10. พ.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เป็น รอง จก.ยก.ทบ. 11. พ.อ.ชนาวุธ บุตรกินรี เป็น ผอ.กอง ยก.ทบ. 12. พ.อ.นุชิต ศรีบุญส่ง เป็น ผอ.กอง ยก.ทบ. 13. พ.อ.ธงชัย รอดย้อย เป็น ผอ.กอง ยก.ทบ. 14. พ.อ.ธนเดช เหลืองทองคำ เป็น รอง จก.กบ.ทบ. 15. พ.อ.กัมพล ดิษฐคำเริง เป็น รอง ผบ.รร.กบ.ทบ. 16. พ.อ.สมศักดิ์ สมรักษ์ เป็น รอง จก.กร.ทบ. 17. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็น รอง ผบ.รร.กร.กร.ทบ. 18. พ.อ.พิเศษ ศิริเกษม เป็น ผอ.กอง กร.ทบ. 19. พ.อ.ศุภสิทธิ์ ชิตท้วม เป็น ผอ.กอง รร.กร.กร.ทบ. 20. พ.อ.จินตมัย ชีกว้าง เป็น ผอ.กอง กร.ทบ.  21. พ.อ.วัชริศ มูลณี เป็น ฝสธ.ประจำ กร.ทบ. 22. พ.อ.ฉมาวิทย์ สาตรรอด เป็น รอง จก.กง.ทบ. 23. พ.อ.วิทยา วีระคงสุวรรณ เป็น รอง ผบ.รร.กง.กง.ทบ. 24. พ.อ.ประสงค์ สุนทรสัตย์ เป็น ผอ.กอง กง.ทบ.

25. พ.อ.ธนะศักดิ์ ชื่นอิ่ม เป็น รอง จก.สห.ทบ. 26. พ.อ.วัชชรินทร์ สุวรรณรินทร์ เป็น รอง ผบ.รร.สห.สห.ทบ. 27. พ.อ.สมเกียรติ วิเศษสุวรรณ เป็น ผอ.กอง รร.สห.สห.ทบ. 28. พ.อ.สมศักดิ์ สรไชยเมธา เป็น รอง จก.จบ. 29. พ.อ.นุกูล นรฉันท์ เป็น ผอ.กอง จบ. 30. พ.อ.หญิง พันพิชา ศิลาลาย เป็น นายทหารจเรประจำ จบ. 31. พ.อ.เธียรศักดิ์ รื่นเริง เป็น รอง ผบ.ศสร. 32. พ.อ.สุรชัย สินไชย เป็น รอง ผบ.รร.กสร.ศสร. 33. พ.อ.สมควร วงษ์เวียงจันทร์ เป็น รอง เสธ.นรด. 34. พ.อ.รณฤทธิ์ มีจันที  เป็น ผอ.กอง นรด. 35. พ.อ.สุรพล วันเพ็ญ เป็น รอง ผบ.ศสร. 36. พ.อ.สินไทย ฟักเหลือง เป็น เสธ.รร.กสร.ศสร. 37. พ.อ.สุพจน์ กันแตง  เป็น ผอ.กอง นรด. 38. พ.อ.วิโรจน์ วิจิตรโท เป็น รอง ผบ.รร.รด.ศสร. 39. พ.อ.นราวิชญ์ ปรมาธิกุล เป็น ผอ.กอง นรด. 40. พ.อ.คณพล บำรุงเมือง  เป็น ผอ.กอง นรด.  41. พ.อ.ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง เป็น รอง ผบ.พล.ร.11 42. พ.อ.
วิพุธ แสงเงินอ่อน เป็น เสธ.พล.ร.11 43. พ.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ เป็น ผบ.ร.112  44. พ.อ.ศุภโชค ดิษบรรจง เป็น รอง ผอ.สตน.ทบ. 45. พ.อ.หญิง อารีวัลย์ ชวนไชยสิทธิ์ เป็น ผอ.กอง สตน.ทบ.46. พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ ละแมนชัย เป็น รอง เสธ.กช.
 
47. พ.อ.ทรงยศ อินทรเนตร เป็น ผอ.กอง กช. 48. พ.อ.ชาญชลิต พนมสารนรินทร์ เป็น รอง ผบ.รร.สพ.สพ.ทบ. 49. พ.อ.ขนบ พัฒนเจริญ เป็น รอง ผบ.ศอ.สพ.ทบ. 50. พ.อ.มังกร ว่านเครือ เป็น ผอ.กอง สพ.ทบ. 51. พ.อ.ปริญญา ยันตรปกรณ์ เป็น ผอ.กอง ศอ.สพ.ทบ. 52. พ.อ.ยศพล มีพรหม เป็น นายทหารปฏิบัติการประจำ สส. 53. พ.อ.สุรเดช ศิริสลุง เป็น ผอ.กอง สส. 54. พ.อ.ศุภณัฎฐ์ อ่วมประเสริฐ เป็น ผอ.กอง ศทท. 55. พ.อ.ธีระรัตน์ นาคนนท์ เป็น ผอ.กอง สส. 56. พ.อ.ธนภัทร ช่วงวิเชียร เป็น นายทหารปฏิบัติการประจำ สส. 57. พ.อ.ไพโรจน์ อุดมสินค้า เป็น นายทหารสื่อสารประจำ สส. 58. พ.อ.ชาญชัย วิชิตสรไกร เป็น ผอ.กอง สส. 59. พ.อ.เศรษฐศิริ ตรีศักดิ์ศรี เป็น ผอ.กอง รร.ส.สส. 60. พ.อ.เดชา พลสุวรรรณ เป็น ผอ.กอง สส. 61. พ.อ.ธนบดี ตันหยง เป็น นายทหารปฏิบัติการประจำ สส. 62. พ.อ.ณัฐดนัย บุญถาวร เป็น นายทหารสื่อสารประจำ สส. 63. พ.อ.ชุมพร อินทร์ทองน้อย เป็น ผอ.กอง สส. 64. พ.อ.พิชัย ผลพันธิน เป็น รอง ผบ.ศคย.ทบ. 65. พ.อ.นพพร สุทเธนทร์ เป็น ผอ.กอง ขส.ทบ. 66. พ.อ.จุฬาพงศ์ สกุลศักดิ์ เป็น รอง ผบ.ศคย.ทบ. 67. พ.อ.ฉัตร นิยมแก้ว เป็น รอง ผบ.รร.ขส.ขส.ทบ. 68. พ.อ.ธีรชัย หอมสุคนธ์ เป็น รอง จก.ขส.ทบ. 69. พ.อ.สุวภัทร ยี่โถขาว เป็น เสธ.ขส.ทบ. 70. พ.อ.อภิชาติ ปัตตะนุ เป็น ผอ.กอง ขส.ทบ. 71. พ.อ.สมศักดิ์ ทรัพย์อนันต์ เป็น เสธ.ศคย.ทบ.
 
72. พ.อ.กุศล อุปลานนท์ เป็น ผอ.กอง ขส.ทบ. 73. พ.อ.ธวัชชัย พัดทอง เป็น ผอ.กอง รร.ขส.ขส.ทบ. 74. พ.อ.สมคิด ดีมิตร เป็น ผบ.กรม ขส.รอ. 75. พ.อ.พูลลาภ ยะตินันท์ เป็น ผอ.กอง ขส.ทบ. 76. พ.อ.พลรบ โชคระดา เป็น รอง เสธ.พธ.ทบ. 77. พ.อ.พิษณุ บุญรักษา เป็น รอง ผบ.รร.พธ.พธ.ทบ. 78. พ.อ.สุเทพ หิมารัตน์ เป็น ผอ.กอง พธ.ทบ. 79. พ.อ.ปุญชรัสมิ์ มีพร้า เป็น ผอ.กอง รร.พธ.พธ.ทบ. 80. พ.อ.วิบูลย์ วิชระพล เป็น ผอ.กอง พธ.ทบ. 81. พ.อ.ปรัชญา อาจิตปุญโญ เป็น ผอ.กอง ยย.ทบ. 82. พ.อ.นิตินัย ภีมะโยธิน เป็น รอง จก.กส.ทบ. 83. พ.อ.วีระพันธ์ สมัครการ เป็น รอง ผบ.รร.กส.กส.ทบ. 84. พ.อ.ธรณิศวร์ โรจนสุวรรณ เป็น เสธ.กส.ทบ. 85. พ.อ.จัดพล วุฑฒกนก เป็น รอง ผอ.รพ.รร.6 86. พ.อ.ไพบูลย์ ปุญญฤทธิ์ เป็น รอง ผอ.สพธ. 87. พ.อ.ปิยลาภ วสุวัต  เป็น ผอ.กอง สพธ. 88. พ.อ.หญิง เยาวนา ธนะพัฒน์ เป็น รอง ผอ.รพ.รร.6 89. พ.อ.วิโรจน์ อารีย์กุล เป็น รอง ผอ.กศ.วพม. 90. พ.อ.ราม รังสินธุ์ เป็น อจ.หน.ภาควิชา กศ.วพม. 91. พ.อ.ชนะ ลิมิตเลาหพันธุ์ เป็น ผอ.กอง สวพท. 92. พ.อ.ต่างแดน พิศาลพงศ์ เป็น รอง ผอ.วพม. 93. พ.อ.สุรศักดิ์ พุทธานุภาพ เป็น รอง ผอ.สพธ.
 
94. พ.อ.กรีฑา ม่วงทอง เป็น ผอ.กอง รพ.รร.6 95. พ.อ.หญิง ปริยนันทน์ จารุจินดา  เป็น อจ.หน.ภาควิชา วพม. 96. พ.อ.ภัทราวุธ อินทรกำแหง เป็น อจ.หน.ภาควิชา กศ.วพม. 97. พ.อ.หญิง เพ็ญศรี ธงภักดี เป็น ผอ.กอง รพ.รร.6 98. พ.อ.ธัญญะ โรจน์พานิช เป็น ผอ.กอง สพธ. 99. พ.อ.ธนะพันธ์ พิบูลย์บรรณกิจ เป็น ผอ.กฟท.รพ.อ.ป.ร. 100. พ.อ.ประโมชย์ นกหุ่น เป็น ผอ.กรส.รพ.อ.ป.ร. 101. พ.อ.พิพัฒ เกษแม่นกิจ เป็น ผอ.กทต.รพ.อ.ป.ร. 102. พ.อ.หญิง พรพิมล วงศ์ชาลี เป็น ผอ.กพย.รพ.อ.ป.ร. 103. พ.อ.อลงกรณ์ เจริญพันธ์ เป็น รอง ผอ.รพ.ค่ายสุรนารี 104. พ.อ.พงษ์จรัส ทองมี เป็น ผอ.กตร.รพ.ค่ายสุรนารี 105. พ.อ.วิโรจน์ ศิลาอาสน์ เป็น รอง จก.วศ.ทบ. 106. พ.อ.พรประสิทธิ์ กล่ำสมบัติ เป็น รอง ผบ.รร.วศ.ทบ. 107. พ.อ.สนธิชัย ธนูสิงห์ เป็น รอง เสธ.ทภ.1 108. พ.อ.มนัส จันดี เป็น ผอ.กปช.ทภ.1 109. พ.อ.ฐิชาวิชญ์ ภมรพล เป็น รอง เสธ.ทน.1 110. พ.อ.ศิรช์ณรงค์ หลวงเทพนิมิตร เป็น ผอ.กกร.ทน.1 111. พ.อ.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ เป็น รอง ผบ.พล.1 รอ. 112. พ.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว เป็น ผบ.ร.1 รอ.
 
113. พ.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ เป็น รอง ผบ.พล.1 รอ.  114. พ.อ.วิรัฎฐ์ วงษ์จันทร์ เป็น ผบ.ร.31 รอ. 115. พ.อ.เกษม เบญจนิรัติศัย เป็น รอง ผบ.พล.ร.9 116. พ.อ.วาสิฏฐ์ มณีโชติ เป็น ผบ.ร.29 117. พ.อ.กล้าณรงค์ ไพรีพ่ายฤทธิเดช เป็น ผบ.กรม สน.พล.ร.9 118. พ.อ.กันตภณ อัครานุรักษ์ เป็น รอง ผบ.มทบ.11 119. พ.อ.ไกรภพ ไชยพันธุ์ เป็น ผอ.กยก.ทน.1 120. พ.อ.ประวิตร ฉายะบุตร เป็น รอง ผบ.มทบ.12 121. พ.อ.โอภาส อุตตรนคร เป็น รอง ผบ.จทบ.ส.ก. 122. พ.อ.ศตวรรษ รามดิษฐ์ เป็น รอง ผบ.มทบ.12 123. พ.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง เป็น ผบ.ร.2 รอ. 124. พ.อ.ดำริห์ สุขพันธุ์ เป็น รอง ผบ.มทบ.13 125. พ.อ.ปราการ ปทะวานิช เป็น รอง ผบ.จทบ. ส.บ. 126. พ.อ.ชลธิศ เลาหะคามิน เป็น ผอ.กกร.ทภ.1 127. พ.อ.สันติพงษ์ ธรรมปิยะ เป็น รอง ผบ.มทบ.14 128. พ.อ.เจริญชัย หินเธาว์ เป็น ผบ.ร.21 รอ. 129. พ.อ.เมธี พยอมหอม เป็น รอง ผบ.มทบ.15 130. พ.อ.วิวัฒน์ สายวิจิตร เป็น รอง ผบ.จทบ.ร.บ. 131. พ.อ.มาโนชญ์ รัตนเลขา เป็น เสธ.พล.พัฒนา 1 132. พ.อ.เกรียงไกร แข็งแรง เป็น ผบ.กรมพัฒนา 1

133. พ.อ.สมศักดิ์ เครือเช้า เป็น ผอ. กอง กช. 134. พ.อ.เจษฎา เปรมนิรันดร เป็น ผบ.กกบ.ทน.1 135. พ.อ.เธียรพงศ์ เมืองพรหม เป็น ผบ.ช.1 รอ. 136. พ.อ.สันต์ จิตรประสงค์ เป็น รอง ผบ.จทบ.ส.ก. 137. พ.อ.วีระวัจน์ ทองมั่นคง เป็น เสธ.มทบ.12 138. พ.อ.สุรพล เอี้ยวสุวรรณ เป็น เสธ.จทบ.ร.บ. 139. พ.อ.อภิชาติ สุขแจ่ม เป็น เสธ.จทบ.ก.จ. 140. พ.อ.นิธิศ เปลี่ยนปาน เป็น ผอ.กขว.ทภ.1 141. พ.อ.สัมพันธ์ เงาศรี เป็น เสธ.จทบ.ส.บ. 142. พ.อ.ชวการ คมคาย เป็น เสธ.จทบ.ส.ก. 143. พ.อ.ทนงศักดิ์ กิตติศัพท์ เป็น รอง เสธ.ทภ.2 144. พ.อ.พันธุ์พิศิษฐ์ ทรรพวสุ  เป็น ผอ.กขว.ทภ.2 145. พ.อ.กฎ ภาคการ เป็น รอง ผบ.บชร.2 146. พ.อ.กนก ภู่ม่วง เป็น รอง ผบ.พล.ร.3 147. พ.อ.ชาญชัย เอมอ่อน เป็น ผบ.ร.8 148. พ.อ.ยงยุทธ สอนไม้ เป็น รอง ผบ.มทบ.22 149. พ.อ.สนธยา ศรีเจริญ เป็น รอง ผบ.มทบ.21 150. พ.อ.สมทรรศ จันทร์ศิริ เป็น รอง ผบ.จทบ.บ.ร. 151. พ.อ.สมชาย เพ็งกรูด เป็น รอง ผบ.จทบ.ร.อ. 152. พ.อ.สรชัช สุทธิสนธิ์ เป็น ผบ.ร.16
 
153. พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ เป็น เสธ.พล.ร.6 154. พ.อ.สถาภรณ์ ใบพลูทอง เป็น รอง ผบ.จทบ.ร.อ. 155. พ.อ.อรรถ สิงหัษฐิต เป็น เสธ.บชร.2  156. พ.อ.พูลศักดิ์ สมบูรณ์  เป็น เสธ.มทบ.22 157. พ.อ.นิเวศน์ ฉายากุล เป็น เสธ.จทบ.บ.ร. 158. พ.อ.สมศักดิ์ ยนจอหอ  เป็น ผอ.กกพ.ทภ.2 159. พ.อ.ศักดิ์ชัย ทองนุ่ม เป็น เสธ.จทบ.ส.ร. 160. พ.อ.วินัย เจริญศิลป์ เป็น เสธ.จทบ.ร.อ. 161. พ.อ.ประจักษ์ ประเมศรี เป็น เสธ.จทบ.ล.ย. 162. พ.อ.นภดล จันทร์จารุ เป็น เสธ.จทบ.น.พ. 163. พ.อ.นิติวัฒน์ พงษ์ศรี  เป็น เสธ.จทบ.ส.น. 164. พ.อ.สมชัย เสนาะกลาง เป็น นายทหารปฏิบัติการประจำ มทบ.21 165. พ.อ.สุเมธ ธีระกุล เป็น ผอ.กกพ.ทน.2 166. พ.อ.สมหมาย บุญรอด เป็น นายทหารปฏิบัติการประจำ มทบ.21 167. พ.อ.สมชาย ครรภาฉาย เป็น ผอ.กขว.ทน.2  168. พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ เป็น รอง ผบ.พล.ร.4 169. พ.อ.สุภโชค ธวัชพีระชัย เป็น เสธ.พล.ร.4 170. พ.อ.อำนาจ ศรีมาก เป็น ผบ.ร.14  171. พ.อ.อุทัย ชัยชนะ เป็น รอง ผบ.พล.ร.7 172. พ.อ.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ เป็น รอง ผบ.พล.ร.4
 
173. พ.อ.บรรณวัฒน์ พรหมจรรย์ เป็น ผบ.ร.17 174. พ.อ.ฐิติเดช พงษ์สุวรรณ เป็น รอง ผบ.พล.พัฒนา 3 175. พ.อ.จีรธาดา จรรยาสุนทร เป็น เสธ.พล.พัฒนา 3 176. พ.อ.เลอเกียรติ สุนทรเกส เป็น รอง ผบ.มทบ.31 177. พ.อ.รเณศ อินทร์ยิ้ม เป็น รอง ผบ.จทบ.พ.ล. 178. พ.อ.วิทยา วรรคาวิสันต์ เป็น เสธ.มทบ.31 179. พ.อ.สุวิทย์ วังยาว เป็น ผอ.กกร.ทน.3 180. พ.อ.เบ็ญจรงค์ บริสุทธิพันธ์ เป็น รอง ผบ.มทบ.31 181. พ.อ.สุพจน์ บูรณจารี เป็น รอง ผบ.จทบ.พ.ช. 182. พ.อ.คงเอก ขยันกิจ เป็น รอง ผบ.จทบ.พ.ล. 183. พ.อ.บรรเจิด ฉางปูนทอง เป็น รอง ผบ.มทบ.32 184. พ.อ.สุรพงษ์ ดอกไม้ เป็น รอง ผบ.จทบ.อ.ต. 185 พ.อ.เกษมสุข ตาคำ เป็น รอง เสธ.ทน.3 186. พ.อ.วีระพงษ์ พันธจักร เป็น ผอ.กยก.ทน.3 187. พ.อ.การุณ ขุนสูงเนิน เป็น รอง ผบ.มทบ.33 188. พ.อ.โอม สิทธิสาร เป็น รอง ผบ.จทบ.ช.ร. 189. พ.อ.ธวัช ศรีสว่าง เป็น เสธ.มทบ.33 190. พ.อ.สมชาย ทาวงศ์มา เป็น ผบ.ป.4 191. พ.อ.พิศาล นาคผจญ เป็น รอง ผบ.จทบ.น.น. 192. พ.อ.วิรัช ปัญจานนท์ เป็น เสธ.มทบ.32 193. พ.อ.ณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ เป็น เสธ.พล.ร.7

194. พ.อ.บุญยืน อินกว่าง เป็น ผบ.ร.7 195. พ.อ.พัฒนา มาตร์มงคล เป็น รอง ผบ.จทบ.ช.ร. 196. พ.อ.จำรัส สิงห์ต๊ะแก้ว เป็น รอง ผบ.จทบ.ต.ก. 197. พ.อ.จาตุรงค์ เชื้อคำฟู  เป็น ผอ.กกบ.ทน.3 198. พ.อ.วิชิต วงศ์สังข์ เป็น เสธ.จทบ.ต.ก. 199. พ.อ.จรัส ปัญญาดี  เป็น ผอ.กยก.ทภ.3 200. พ.อ.วีรศักดิ์ พูลเกตุ  เป็น เสธ.จทบ.พ.ย. 201. พ.อ.ศุภฤกษ์ สถาพรผล เป็น เสธ.จทบ.อ.ต. 202. พ.อ.เทอดศักดิ์ งามสนอง  เป็น ผอ.กกร.ทภ.3 203. พ.อ.บัญชา ดุริยพันธ์ เป็น เสธ.จทบ.ช.ร. 204. พ.อ.ชาตรี มณีพงษ์ เป็น ผอ.กขว.ทน.3 205. พ.อ.อดุลย์ ชมเย็น เป็น ผอ.กกพ.ทภ.3 206. พ.อ.ภานุวัฒน์ เหนียวแน่น เป็น เสธ.จทบ.พ.ล. 207. พ.อ.เกรียงชัย อนันตศานต์ เป็น ผอ.กกบ.ทภ.3 208. พ.อ.ดุษิต ปุระเสาร์ เป็น เสธ.จทบ.พ.ช. 209. พ.อ.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ เป็น ผบ.ป.21 210. พ.อ.เศรษฐพล เกตุเต็ม เป็น เสธ.จทบ.น.น. 211. พ.อ.ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ เป็น ผอ.กขว.ทภ.3 212. พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ เป็น รอง ผบ.พล.ร.5
 
  213. พ.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ เป็น ผบ.ร.25  214. พ.อ.วัลลภ ฐิติกุล เป็น รอง ผบ.พล.พัฒนา 4 215. พ.อ.จะนะ ปรีชา เป็น เสธ.พล.พัฒนา 4 216. พ.อ.จีรัชญ์ บุญชญา เป็น ผบ.กรมพัฒนา 4 217. พ.อ.ปริยารณ มัชฌิมวงศ์ เป็น รอง ผบ.มทบ.41 218. พ.อ.นิพนธ์ รองสวัสดิ์ เป็น รอง เสธ.ทภ.4 219. พ.อ.สมดุลย์ เอี่ยมเอก เป็น ผบ.ร.153 220. พ.อ.บัญชา สินเจริญ เป็น รอง ผบ.มทบ.41 221. พ.อ.สุระ แก้วไพโรจน์ เป็น ผอ.กกพ.ทภ.4 222. พ.อ.บัญชา รักชื่อ เป็น รอง ผบ.มทบ.42  223. พ.อ.สมพล ปานกุล เป็น รอง ผบ.พล.ร.15 224. พ.อ.อาคม พงศ์พรหม เป็น เสธ.พล.ร.15 225. พ.อ.สัญญา ไอยรารัตน์ เป็น รอง ผบ.จทบ.ส.ฎ. 226. พ.อ.ภาสกร ทวีตา  เป็น เสธ.มทบ.41 227. พ.อ.ประเสริฐ ขวัญชัย เป็น เสธ.จทบ.ช.พ. 228. พ.อ.จำรัส สังขะวร เป็น ฝสธ.ประจำ ทภ.4 229. พ.อ.สุรินทร์ เกตุแก้ว เป็น เสธ.จทบ.ส.ฎ. 230. พ.อ.ประชุม พันธ์โสตถี เป็น ผบ.ร.15 231. พ.อ.แมนศักดิ์ บุญโพธิ์แก้ว  เป็น ผบ.ศคบ.บชร.4 232. พ.อ.วรพล วรพันธ์ เป็น เสธ.จทบ.ป.น.
 
  233. พ.อ.พรชัย อินทนู เป็น ผบ.กรม สน.พล.ร.15 234. พ.อ.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ เป็น เสธ.จทบ.ท.ส. 235. พ.อ.กิติศักดิ์ บัวสถิตย์ เป็น รอง เสธ.นสศ. 236. พ.อ.ดนัย จันทนะเวส เป็น ผอ.กกบ.นสศ. 237. พ.อ.พรเทพ กลัมพสุต เป็น รอง เสธ.นสศ. 238. พ.อ.ผณินทร ปัทมโรจน์ เป็น ผอ.กปช.นสศ. 239. พ.อ.อุดมศักดิ์ บัวพรหมมาตร์ เป็น รอง ผบ.พล.รพศ.1 240. พ.อ.สายัณห์ เมืองศรี เป็น เสธ.พล.รพศ.1 241. พ.อ.ชาตรี กิตติขจร เป็น ผบ.รพศ.5 242. พ.อ.อรรถพร เป้าประจักษ์ เป็น รอง ผบ.ศสพ. 243. พ.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ เป็น รอง ผบ.รร.สพศ.ศสพ. 244. พ.อ.ชลิต พวงมาลีประดับ เป็น เสธ.ศสพ. 245. พ.อ.ไพฑูรย์ เปี่ยมจิตต์ เป็น ผบ.รพศ.4  246. พ.อ.ทัตเทพ รอดจิตต์ เป็น รอง ผบ.พล.ม.2 รอ. 247. พ.อ.ศักดา เนียมคำ เป็น ผบ.ม.1 รอ. 248. พ.อ.กันตพจน์ เศรษฐารัศมี เป็น ผบ.ม.4 รอ. 249. พ.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เป็น เสธ.พล.ม.2 รอ. 250. พ.อ.บุญธัม สามปรุ เป็น รอง ผบ.พล.ปตอ. 251. พ.อ.ปิยวัฒน์ ภู่สวรรค์ เป็น รอง เสธ.นปอ. 252. พ.อ.ธานี วาศภูติ เป็น ผบ.ศปภอ.ทบ.3  253. พ.อ.เกรียงศักดิ์ เสนาะพิน เป็น ผอ.กกบ.นปอ.
 
254. พ.อ.บุญลือ ช่วยชู เป็น รอง ผบ.พล.ปตอ. 255. พ.อ.ประชุม กรุดสาท เป็น ผอ.กขว.นปอ. 256. พ.อ.กอบกิจ ชูประสิทธิ์ เป็น ผอ.ส่วนปฏิบัติการ ศปภอ.ทบ. 257. พ.อ.มณฑล วัฒนธร เป็น รอง เสธ.นปอ. 258. พ.อ.กฤชทัต ประเสริฐวงศ์ เป็น เสธ.ศปภอ.ทบ. 259. พ.อ.นรินทร์ ชุ่มกมล  เป็น ผอ.กกพ.นปอ.260. พ.อ.ชุมพล เตโช เป็น รอง ผบ.ศปภอ.ทบ. 261. พ.อ.พัลลภ เฟื่องฟู เป็น เสธ.พล.ปตอ. 262. พ.อ.นวกร สงวนศักดิ์โยธิน เป็น ผอ.กยก.นปอ. 263. พ.อ.เรวุฒิ เจริญรื่น ป็น รอง ผบ.พล.ป. 264. พ.อ.ปริญญา อุสาหะ เป็น เสธ.พล.ป. 265. พ.อ.ประทีป บุญทิพย์จำปา เป็น ผบ.ป.71 266. พ.อ.ปิยวัฒน์ นาควานิช เป็น รอง ผบ.ขกท. 267. พ.อ.ราชิต อรุณรังษี เป็น เสธ.ขกท. 268. พ.อ.ชัยณภนท์ อเนกเวียง เป็น ผบ.หน่วย ขกท.ทภ. 269. พ.อ.เฉลิมเกียรติ พนาเวศร์ เป็น รองผบ.ศบบ. 270. พ.อ.เชาวน์โรจน์ สอโส เป็น รอง ผบ.รร.การบิน ทบ. 271. พ.อ.ชัยวุฒ ยุทธศิลป์กุล เป็น เสธ.ศบบ. 272. พ.อ.ศรายุทธ พันธุ์วัฒนา เป็น ผอ.กอง ศบบ. 273. พ.อ.สันทัด วรรณะศิลปิน เป็น ผอ.กอง รร.การบิน ทบ. 274. พ.อ.โกญจนาท ศุกระเศรณี เป็น รอง เสธ.รร.จปร. 275. พ.อ.อรุณนิวัช ช้างใหญ่ เป็น ผอ.สวท.รร.จปร. 276. พ.อ.สุขุม สุขศรี เป็น อจ.ผอ.กอง สวท.รร.จปร. 277. พ.อ.ชนะชัย ไชยานุกูล  เป็น ผอ.กอง สวท.รร.จปร.

278. พ.อ.จิรศักดิ์ สุขวัฒนา เป็น รอง ผอ.สวท.รร.จปร. 279. พ.อ.สิรภาส โพธิสาขา เป็น ผอ.กอง สวท.รร.จปร. 280. พ.อ.ประเวทย์ มงคลศิริ เป็น นายทหารปฏิบัติการประจำ มทบ.11 281. พ.อ.ทองคำ ชุมพล เป็น ผอ.กอง สกศ.รร.จปร. 282. พ.อ.พีรพล สงนุ้ย เป็น รศ.สกศ.รร.จปร. 283. พ.อ.อำนวย แย้มผกา เป็น ผอ.กอง กรม นนร.รอ.รร.จปร. 284. พ.อ.วัชรพงศ์ สายทิพย์วดี เป็น นายทหารปฏิบัติการประจำ มทบ.11 285. พ.อ.ประมวล จันทร์ศรี  เป็น ผอ.กอง กรม นนร.รอ.รร.จปร. 286. พ.อ.ชัยณรงค์ แก้วประสิทธิ์  เป็น ผอ.กกพ.รร.จปร.  287. พ.อ.วรพล เยี่ยมแสงทอง เป็น รอง เสธ.ยศ.ทบ. 288. พ.อ.วิจัย ลีฬหวนิช เป็น ผอ.กอง ยศ.ทบ. 289. พ.อ.ศรัณยภูมิ ผู้พึ่ง  เป็น ผอ.กอง ยศ.ทบ. 290. พ.อ.สัญญา จันทร์สงวน เป็น ผบ.รร.นส.ทบ. 291. พ.อ.อำนาจ นาคศรี เป็น ผบ.ศฝยว.ทบ. 292. พ.อ.ยุทธ์นเรศ พัทธะเศรษฐี เป็น รอง ผบ.วทบ.  293. พ.อ.สรชัช วรปัญญา เป็น รอง ผอ.ศพย.ยศ.ทบ. 294. พ.อ.วีระชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เป็น อจ.อำนวยการส่วน วทบ. 295. พ.อ.พชรวัฒน์ ธนพรานสิงห์ เป็น ผอ.กอง วทบ. 296. พ.อ.วัลลภ แดงใหญ่ เป็น รอง ผบ.รร.สธ.ทบ.
 
297. พ.อ.เจษฎ์ จันทรสนาม เป็น อจ.อำนวยการส่วน รร.สธ.ทบ. 298. พ.อ.ปรีชา ชุ่มประดิษฐ์ เป็น ฝสธ.ประจำ วทบ. 299. พ.อ.ยุทธนา ปานมุข เป็น รอง ผบ.ศร. 300. พ.อ.นพดล ยิ้มถนอม เป็น รอง ผบ.รร.ร.ศร.  301. พ.อ.เชาวเลข ชยันตร์สุภาพ เป็น รอง ผบ.ศร. 302. พ.อ.รุ่งโรจน์ คำแน่น  เป็น ผอ.กอง ศร. 303. พ.อ.ชัยยุทธ พร้อมสุข เป็น รอง ผบ.ศม. 304. พ.อ.อภิวัฒน์ สุขใจ เป็น รอง ผบ.รร.ม.ศม. 305. พ.อ.อนุรุธ อุภัยชีวะ เป็น เสธ.ศม.306. พ.อ.อัครเดช ไตรศักดิ์ศรี เป็น ผอ.กอง ศม. 307. พ.อ.วีรยุทธ วุฒิศิลป์ เป็น ผู้บังคับการ รร.ม.ศม. 308. พ.อ.สุรศักดิ์ แพน้อย เป็น รอง ผบ.ศป. 309. พ.อ.บัณฑิต สุวัฑฒน เป็น รอง ผบ.รร.ป.ศป. 310. พ.อ.ธนิสร วงษ์กล้าหาญ เป็น รอง ผบ.ศป. 311. พ.อ.ณรงค์ศักดิ์ อัมรานนท์ เป็น เสธ.ศป. 312. พ.อ.ไกรเวทย์ พูลอำไภย์ เป็น ผอ.กอง รร.ป.ศป. 313. พ.อ.บำรุง ศรีเสวก เป็น ผอ.กอง ศป.
Share:

วิธีทำ Ghost win 7 แบบไม่ต้องใช้โปรแกรมโดยอาศัยโปรแกรมของ Windows เอง



วิธีทำ Ghost  win 7 แบบไม่ต้องใช้โปรแกรมโดยอาศัยโปรแกรมของ Windows เอง 
Sysprep คือกระบวนการในการเตรียมเครื่อง เพื่อสร้าง Image ครับ ระบบนี้จะทำให้วินโดวส์กลับสู่สภาพ เหมือนลงใหม่อีกครั้ง ซึ่ง Windows จะทำการ Detect Hardware ใหม่ ถาม User/Password TimeZone อะไรพวกนั้นใหม่หมดเลย แล้วสามารถนำไปลงได้ทุกเครื่้องได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะอันที่จริง Vista/7 ตอนที่ Microsoft เขาทำแผ่นให้เรา เขาก็ใช้ไอ้ Sysprep นี่ละครับ
ทำการลง windows 7 Version ไหนก็ได้ครับใช้ได้ทั้ง X8,X64 พร้อมแล้วเริ่มกันเลยครับ

เข้าไปเช็คด้วยว่า เซอร์วิส Windows Media Sharing ไม่ได้รันอยู่ โดยการคลิ๊กขวาที่คำว่า Computer ใน Start Menu แล้วเลือก Manage ถ้ารันอยู่ กด Stop ก่อนครับ



เมื่อพร้อมแล้ว Start –> cmd แล้วรันแบบ Admin ครับ


พิมพ์ว่า

cd sysprep กด Enter

sysprep กด Enter

จะได้หน้าจอดังภาพ เลือกคำสั่งตามในรูป แล้วก็เริ่มได้เลยครับ







   เมื่อเสร็จแล้ว โปรแกรมจะปิดไป 
แล้วสั่ง Restart เครื่องเลยครับ เราพร้อมเริ่มขั้นต่อไปแล้ว................
เริ่ม Ghost กันเลย
เมื่อเสร็จแล้วก็เอาไป Ghost ใส่เครื่องไหนก็ได้ครับผมลองมาเยอะครับผ่านหมดท่านใดมีอะไรเสริมก็แนะนำได้ครับเผื่อว่าผมอาจจะพลาดไปบ้างรีบจบตรับท่านใดมีไรสงสัย Pmมาถามได้ครับ



สนันสนุนการค้นหาข้อมูลโดย 

www.ecom.here.ws
400 บาท รับซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 

ค่าแรง+ค่ารถ+ลงwinodws+โปรแกรมดูหนังฟังเพลง+office+antivirus
Tel.  083-792-5426

ปล.เฉพาะเขตพื้นที่ให้บริการ รามคำแหง บางกะปิ สุขาภิบาล 1 2 3
Share:

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106

Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Followers

Blog Archive