ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

เปิดบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่สะดวกรวดเร็ว ด้วยทีมงานช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่จะไปบริการซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน วัด โรงเรียน ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยคิดอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 400 บาทต่อเครื่องเท่านั้น

การให้บริการ

หากลูกค้ายืนยันการซ่อมแล้วทางเราออกเดินทาง ไปแล้วยกเลิกการซ่อมในขณะที่ทางเราเดินทางไปถึงแล้วจะต้องเสียค่าเสียเวลาและการเดินทาง 400 บาท

พื้นที่ที่บริการ

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106 เริ่มต้นที่ 400บาท/เครื่อง (ปล. ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )

อัตราค่าบริการ becomz

ติดต่อ : TaNDesgin โทร. 095-219-0106 www.i-comz.com

บริการหลังการซ่อม โดย www.i-comz.com

ทุกงานซ่อมรับเราประกัน 1 สัปดาห์เต็ม หากปัญหาเดิมยังอยู่ เราจะไปบริการซ่อมให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยใบ้บริการกับทาง www.i-comz.com เรามีบริการซ่อมคอมออนไลน์ฟรีให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่า

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สธ.เผยยอดผู้ป่วยไข้เลือดออก1.7หมื่นรายตายแล้ว18





สธ.เผยผลสอบสวนโรคกรณีหญิงวัย 48 ตายจากไข้เลือดออก ที่ จ.อำนาจเจริญ มีไข้ 3 วันแล้วซื้อยามากินเองก่อนไป รพ. เผยปีนี้ป่วยแล้วกว่า 1.7 หมื่นราย ตาย 18 ราย
วันนี้ (2 ก.ค.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีหญิงวัย 48 ปี ชาว จ.อำนาจเจริญ เสียชีวิตจากการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกทั้งที่ไปสถานพยาบาลถึง 3 แห่ง ได้แก่ คลินิกแห่งหนึ่ง รพ.อำนาจเจริญ ก่อนถูกส่งตัวไปที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ว่า กรณีนี้ได้รับรายงานจากทางทีมสืบสวนสอบสวนโรคว่า ผู้ป่วยมีอาการไข้มา 3 วันแล้ว และได้ไปซื้อยามารับประทาน พออาการไม่ดีขึ้นจึงไปหาหมอที่คลินิก ก่อนไป รพ.ซึ่งมีอาการหนัก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา



นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้พบผู้ป่วยใกล้เคียงกับปี 2554 แต่น้อยกว่าการระบาดใหญ่ในปี 2553 โดยปีนี้พบผู้ป่วยแล้วกว่า 1.7 หมื่นราย เสียชีวิต 18 ราย อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าห่วงคือ พบผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะอาจคิดว่าไม่ได้เป็นโรคนี้จึงไม่ได้ระวังตัว ดังนั้นถ้าเป็นไข้ 48 ชม.แล้วไม่หายควรรีบไปพบแพทย์ทันที เวลาเป็นไข้ไม่ควรรับประทานยาแอสไพริน หรือ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตรียรอยด์ เพราะการกินยากลุ่มี้ทำให้ไข้ลดก็จริง แต่จะมีโอกาสเกิดเลือดออกเพิ่มขึ้น ดังนั้นควรรับประทานยาพาราเซตามอลดีที่สุด



รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวด้วยว่า การเป็นโรคไข้เลือดออกจนขั้นเสียชีวิตอย่างรวดเร็วนั้น เป็นไปได้สูงว่า ไม่ใช่การได้รับเชื้อครั้งแรก อาจจะเป็นได้รับเชื้อครั้งที่ 2 และเป็นคนละชนิดกับที่ได้รับครั้งแรกทำให้อาการรุนแรง.
Share:

กรุงป่วน!โรคจิตพ่นอสุจิใส่หน้าสาวตามป้ายรถเมล์





เตือนภัยสาว หนุ่มวิตถาร โผล่อาละวาดเมืองกรุงกลางวันแสกๆ ช่วยตัวเองแล้วพ่นน้ำกามใส่หน้าหญิงสาวที่นั่งรอรถที่ป้ายรถเมล์ ตำรวจระดมไล่ล่าทำสังคมป่วน ขณะที่จิตแพทย์ชี้เป็นพวก “กามวิปริต”
วันนี้ (2 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้มีผู้เข้าไปโพสต์ข้อความลงในกระทู้ของเว็บไซต์ ในหัวข้อเตือนภัยสาวๆ ระวังเจอโรคจิตพ่นน้ำอสุจิใส่บริเวณป้ายรถประจำทาง หลังจากที่เจ้าตัวโดนผู้ชายสวมหมวกกันน็อก พ่นน้ำอสุจิใส่แล้วหนีไป

ทั้งนี้ผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว ได้เล่าเรื่องระทึกขวัญครั้งนี้ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่เธอรอเพื่อนขับรถมารับ ที่ศาลาป้ายรถประจำทางปากซอยวิภาวดี 60 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ โดยระหว่างที่นั่งรออยู่ที่ศาลานั้น มีผู้หญิงอีก 2 คน นั่งอยู่ด้วย ก่อนจะมีผู้ชายคนหนึ่งแต่งกายเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป สูงประมาณ 175 เซนติเมตร ผิวขาวเหลือง ขี่รถ จยย.มาจอดหน้าศาลา แล้วเดินลงมานั่งฝั่งตรงข้าม โดยที่ไม่ถอดหมวกกันน็อกออก ซึ่งขณะนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือไปเรื่อยๆ จากนั้นไม่นานรู้สึกว่า ชายคนดังกล่าวได้ลุกมายืนตรงด้านหน้า

โดยเมื่อเงยขึ้นมามอง พบผู้ชายคนนั้นยืนช่วยตัวเองอยู่ ก่อนจะพ่นน้ำอสุจิใส่หน้าตนเองทันที โชคดีที่เบี่ยงตัวหลบได้ทัน โดยภายหลังเสร็จกิจชายคนดังกล่าวได้เดินไปขี่รถ จยย.ขับออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนที่นั่งอยู่ที่ศาลา ขณะที่ตัวเองถึงกับช็อกจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อเพื่อนที่นัดกันไว้มาถึงและทราบเรื่อง จึงได้แนะนำให้ไปแจ้งความ แต่ด้วยความที่ขณะนั้นกลัวสุดขีด ทำให้จำป้ายทะเบียนรถของชายโรคจิตไม่ได้ และหากไปแจ้งความทางตำรวจคงตามจับคนร้ายลำบากเพราะไม่มีเบาะแสใดๆ จึงคิดว่าควรนำเรื่องนี้มาโพสต์ลงในเว็บไซต์เพื่อเตือนภัยคนอื่นๆแทน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ต่างเล่าประสบการณ์คล้ายๆกัน บางคนบอกว่าเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร ขณะที่บางคนให้ความเห็นว่า โชคดีที่ผู้ผู้โพสต์ข้อความไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ รวมทั้งบางคนแสดงความเห็นว่าเธอควรตั้งสติให้ดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.พงษ์ สังข์มุรินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ท้องที่เกิดเหตุ กล่าวว่า กรณีโรคจิตพล่านปล่อยน้ำอสุจิใส่หญิงสาว บริเวณปากซอยวิภาวดีรังสิต 60 นั้น ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายจากกรณีนี้มาแจ้งความ แต่เบื้องต้นได้รับทราบเรื่องแล้ว และได้สั่งการให้ชุดสืบสวนและสายตรวจ ลงพื้นที่เพื่อหาตัวโรคจิตรายนี้มาดำเนินคดี ทั้งนี้จากการสอบถามวิน จยย. ในซอยดังกล่าว ก็ยังไม่พบตัวโรคจิตรายนี้แต่อย่างใด แต่เพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ได้ให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ ออกตรวจในบริเวณดังกล่าวอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ขณะที่ พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. ดูแลงานด้านสืบสวน กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่หลังจากนี้จะสอบถามไปยังโรงพักท้องที่ที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบว่ามีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะอาจจะคล้ายกับกรณีของหนุ่มซาเล้ง ทั้งนี้ถ้าหากหญิงสาวรายใดถูกโจรโรคจิตก่อเหตุลักษณะดังกล่าว ให้รีบเดินทางเข้าแจ้งความทันที เพื่อจะได้เร่งดำเนินการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี

ส่วน นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวเรียกว่า กามวิปริตชนิดหนึ่ง เป็นความผิดปกติทางจิตใจ มักพบในผู้ชายที่ไม่มีความมั่นใจในความเป็นชายของตัวเอง ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ตามปกติได้ จึงแสดงพฤติกรรมดังกล่าว ปกติมักจะเจอข่าวที่ไปสำเร็จความใคร่ตามหอพักหญิงเป็นส่วนใหญ่ ตามป้ายรถเมล์ไม่ค่อยเจอ ซึ่งคนที่เป็นกามวิปริตไม่ถือว่ามีอันตราย เพราะเขาไม่มีขีดความสามารถที่จะทำอันตรายผู้หญิงได้ หากใครเจอควรเดินหนี ด่าให้อับอายเขาจะหยุดพฤติกรรมดังกล่าว แล้วแจ้งตำรวจจับข้อหาทำอนาจารในที่สาธารณะ อย่างไรก็ตามในคนที่เสพยาเสพติด หรือเมาสุรา ก็อาจแสดงพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวได้เช่นกัน.
Share:

กสทช.เชือดมือถืออาม่าใช้เอกสารปลอมสั่งโละทิ้ง





กสทช.เชือดมือถือรุ่นอาม่า-อาม่า พลัส–เจโฟน-โฟนวัน ถูกถอนใบรับรองเครื่องโทรคมนาคมเหตุพบใช้เอกสารปลอมในบางรุ่นโละทิ้ง 9.7 แสนเครื่อง
วันนี้ (2 ก.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า สำนักงานกสทช.ได้ออกคำสั่งบังคับทางปกครองโดยเพิกถอนใบรับรองเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ จำนวน 280 รุ่น จาก 27 บริษัท รวมกว่า 970,000 เครื่อง เนื่องจากใช้รายงานผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการทดสอบของต่างประเทศที่ไม่ได้ออกโดยห้องปฏิบัติการทดสอบของต่างประเทศนั้นหรือมีการปลอมแปลง หรือแก้ไข เปลี่ยนแปลง ลดทอน แต่งเติมเนื้อหาหรือข้อมูลในรายงานผลการทดสอบให้ผิดแผกจากรายงานผลการทดสอบต้นฉบับ และภายใน 2-3 วันทางสำนักงานจะดำเนินการตามกฎหมายให้ดำเนินงานตามกฎหมายอาญา ทั้งนี้หากผู้ประกอบการทั้ง 27 รายไม่เห็นด้วยกับคำสั่งก็สามารถชิสิทธิอุทธรณ์ต่อกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) ได้ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งทางปกครอง


สำนักงาน กสทช.ได้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ปี 2552 และพบว่าโทรศัพท์มือถือที่นำเข้าใช้เอกสารปลอมตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยในวันที่ 20 มิ.ย.55 ที่ประชุมกสทช.มีมติให้เพิกถอนใบรับรองเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์รวม 280 รุ่น จาก 27 บริษัท และให้ผู้ประกอบการดำเนินการใน 2 ทางเลือก คือ 1.ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้นำออกเครื่องวิทยุคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ และห้ามนำเครื่องโทรคมนาคมดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักร และทำลายเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ดังกล่าวภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศสำนักงาน กสทช. มีผลบังคับใช้ และ 2.ให้รายงานการครอบครองเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์แบบ/รุ่นที่ถูกเพิกถอนเฉพาะแบบ/รุ่นที่ผู้ประกอบการทั้ง 27 รายเป็นผู้นำเข้ามาเพื่อจำหน่ายหรือใช้งาน แต่มิได้เป็นผู้ยื่นขอและได้รับใบรับรอง ต่อสำนักงาน กสทช. ภายใน 30 วัน


สำหรับประกาศเพิกถอนใบรับรองเรื่องเครื่องโทรคมนาคม ของกสทช. ยังอยู่ระหว่างรอลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วทั้ง 27 บริษัทนำเข้ามือถือจะมีเวลาดำเนินงานตามข้อ 1 และ ข้อ 2 เป็นเวลา 30 วัน


ปัจจุบันมีปริมาณการนำเข้าโทรศัพท์มือถือเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยเฉลี่ยปีละ 16 ล้านเครื่อง ส่วนโทรศัพท์มือถือที่พบว่ามีการใช้เอกสารปลอมมีทั้งหมด 280 รุ่น จาก 27 บริษัท ประกอบด้วย รุ่น “อาม่า” กับ “อาม่า พลัส” ของ บริษัท มีเดีย อินฟินิตี้ จำกัด และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อเอ็มทีเอ็ม (MTM) พบแปลงเอกสาร 45 รุ่น และของบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ในรุ่นเจโฟน 8 รุ่น ส่วนบริษัท ทีดับบลิวแซด จำกัด (มหาชน) หรือTWZ พบว่ารุ่น โฟนวันมี 29 รุ่นที่เป็นเอกสารปลอม
ด้าน น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า โดยหลักการไม่มีหลักฐานว่าเครื่องไม่ได้มาตรฐานเพราะไม่ได้มีการพิสูจน์ เพียงแต่ผู้ขอใบอนุญาตในการนำเข้าใช้เอกสารปลอม โดยเครื่องมือถือที่ประชาชนซื้อไปแล้วถ้าใช้แล้วไม่เกิดปัญหาก็ใช้ต่อไป แต่หากพบว่าเกิดความเสียหายสามารถฟ้องตามพ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคต้องชี้แจงให้ได้ว่าเสียหายอย่างไร เช่น ใช้โทรศัพท์มือถือที่มีใบรับรองคุณภาพปลอมแล้วทำให้คลื่นรบกวนอุปกรณ์ไฟฟ้าจนทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนจะคืนเครื่องมือถือได้หรือไม่ ในขณะที่ตกลงจะซื้อเครื่องมือถือจะถือว่าเป็นการสมยอมกันไปแล้ว โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้เงินคืนหรือถ้าเกิดความเสียหายสามารถโทรร้องเรียนที่เลขหมาย 1200 ของกสทช.ได้.
Share:

ไอ้โรคจิตป่วนกรุงโผล่อีก พ่นน้ำกามใส่สาว คาป้ายรถเมล์ถนนวิภาวดี


ไอ้โรคจิตวิตถาร โผล่ป่วนกรุงอีก เหยื่อสาวโพสต์เว็บไซต์ดัง pantip.com เตือนภัย เจอพ่นน้ำกามใส่หน้า แต่โชคดีหลบทัน คาศาลารอรถเมล์ หน้าปากซอยวิภาวดี 60 ทั้งกลางวันแสก ๆ…

ไอ้โรคจิตวิตถารป่วนกรุงโผล่อีกแล้ว โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของไอ้โรคจิต รายนี้ ใช้ชื่อว่า Cinnamoroll ได้ไปโพสต์ข้อความเตือนภัยสาว ๆ ในเว็บไซต์ชื่อดัง pantip.com ห้องสยามสแควร์ โดยระบุว่า เรื่องเขย่าขวัญครั้งนี้ ของตนเองเกิดขึ้น ขณะรอเพื่อนอยู่ที่ศาลาป้ายรถเมล์หน้าปากซอยวิภาวดี 60 กลางวันแสก ๆ โดยในขณะที่ตนเองกำลังนั่งรอเพื่อนอยู่นั้น ได้ปรากฏว่ามี ผู้ชายคนหนึ่ง สูงประมาณ 175 ซม. ผิวขาวเหลือง แต่งกายเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป ขี่จักรยานยนต์มาจอด ก่อนจะเดินเข้ามานั่งในศาลาเดียวกับที่ตนเองนั่งรอเพื่อนอยู่ แต่เมื่อตนเองก้มหน้าเล่นเกมฆ่าเวลา ชายคนดังกล่าว จู่ ๆ ก็เดินเข้ามายืนอยู่ตรงกับหน้าของตนเองพอดี

จากนั้น เมื่อตนเองเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่าไอ้โรคจิตรายนี้ ก็ได้ปฏิบัติการช่วยตัวเอง พ่นน้ำกามพุ่งเข้าใส่หน้าของตนเองทันที แต่โชคยังดีที่สามารถเบี่ยงตัวหลบได้ทัน จึงพ้นเคราะห์ร้ายไปได้อย่างหวุดหวิด และเมื่อชายคนดังกล่าว ปฏิบัติการอันหน้าขยะแขยงเสร็จสิ้น ก็เดินไปขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ขี่ออกไปโดยไม่สะทกสะท้อน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในขณะที่ตนเอง ตกตะลึงจนแทบทำอะไรไม่ถูก จนไม่สามารถจดจำทะเบียนรถจักรยานยนต์ของไอ้โรคจิตรายนี้ได้ทัน และเมื่อเพื่อนเดินทางมาถึง ก็ได้ปรึกษาหารือกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และเพื่อนก็ได้แนะนำให้ไปแจ้งความ

ซึ่งหลังจากที่ได้มีการแจ้งเรื่องดังกล่าว ในเว็บไซต์ชื่อดัง  pantip.com ก็ได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นใจผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของไอ้โรคจิตรายนี้ อย่างกว้างขวาง พร้อมกับมีบางส่วนได้ออกมาเล่าประสบการณ์ว่า ตนเองก็เคยเจอประสบการณ์แบบนี้เช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่ในหอสมุดแห่งชาติ
ติดตามชมโพสต์เต็ม ๆ ได้ที่
http://www.pantip.com/cafe/siam/topic/F12314856/F12314856.html

อ่านข่าวสารผ่านมือถือ http://m.oohho.com
Share:

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106

Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Followers

Blog Archive