ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

เปิดบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่สะดวกรวดเร็ว ด้วยทีมงานช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่จะไปบริการซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน วัด โรงเรียน ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยคิดอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 400 บาทต่อเครื่องเท่านั้น

การให้บริการ

หากลูกค้ายืนยันการซ่อมแล้วทางเราออกเดินทาง ไปแล้วยกเลิกการซ่อมในขณะที่ทางเราเดินทางไปถึงแล้วจะต้องเสียค่าเสียเวลาและการเดินทาง 400 บาท

พื้นที่ที่บริการ

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106 เริ่มต้นที่ 400บาท/เครื่อง (ปล. ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )

อัตราค่าบริการ becomz

ติดต่อ : TaNDesgin โทร. 095-219-0106 www.i-comz.com

บริการหลังการซ่อม โดย www.i-comz.com

ทุกงานซ่อมรับเราประกัน 1 สัปดาห์เต็ม หากปัญหาเดิมยังอยู่ เราจะไปบริการซ่อมให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยใบ้บริการกับทาง www.i-comz.com เรามีบริการซ่อมคอมออนไลน์ฟรีให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่า

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เจ้ามือกินหวยดังเรียบ





เซียนหวยคอตกเลขดังกินเรียบ เลขท้ายสองตัวออกเบิ้ล 11 อีกครั้ง
ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เวลา 14.30 น.วันนี้ (16 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำงวดวันที่ 16 ก.ค. เป็นไปด้วยความเงียบเหงา เนื่องจากเป็นวันทำงานจึงทำให้บรรดาเซียนหวยต่างรอลุ้นรางวัลทางสถลนีวิทยุมากกว่าที่จะเข้ามาร่วมชมการออกรางวัลที่สำนักงานสลากฯ แม้จะมีเลขเด็ดเลขดังโดยเฉพาะกลุ่มเลขมงคลให้ลุ้นกันมากก็ตาม โดยมีอำนวยการสำนักงานสลากฯคนใหม่ คือ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร เข้ามากำกับดูแลการออกสลากฯ เป็นครั้งแรกนับแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 2ก.ค.ที่ผ่านมา. โดยงวดนี้มี ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นประธานการออกรางวัล

ทั้งนี้รางวัลสำคัญได้แก่รางวัลเลขท้าย 3 ตัวได้แก่ หมายเลข 897, 224, 159 และ 042 รางวัลเลขท้าย 2 ตัว ได้แก่หมายเลข  11และรางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 904050รางวัลที่ 1 พิเศษกลุ่มที่ 1 ได้แก่ ชุดที่ 29  หมายเลข904050  และรางวัลที่ 1 พิเศษกลุ่มที่ 2 ได้แก่ ชุดที่ 58  หมายเลข 904050 โดยภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายเลขของรางวัลที่ 1 ออกมาแล้ว เหล่าเซียนหวยที่เข้ามาเฝ้าชมการออกรางวัลต่างส่งเสียงบ่นอื้ออึงด้วยความผิดหวัง เพราะเลขที่ออกมาไม่ใช่ตัวเลขดังที่เก็งกันไว้..
Share:

ทีดีอาร์ไอแนะ เอสเอ็มอีกลาง-เล็ก เร่งปรับตัว





ทีดีอาร์ไอเตือนเอสเอ็มอีไทยเร่งปรับตัวรับมือยุควิกฤตแรงงาน ชี้อยู่รอดได้ต้องยกระดับใช้เทคโนโลยี เพิ่มโอกาส เปิดตลาดในเออีซี แต่เชื่อว่า สถานการณ์ไม่เลวร้าย เนื่องจากยังขาดแคลนแรงงานระดับกลางและระดับล่างหลายแสนคน
วันนี้ (16 ก.ค.) นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังกังวลกับปัญหาอื่น เช่นราคา ตลาด ภาวะเศรษฐกิจ ค่าน้ำมัน มากกว่าปัญหาเรื่องจำนวนแรงงานขณะที่ปัญหาค่าจ้างแรงงานไม่เป็นอุปสรรคมากนักในเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ แต่มีผลกระทบกับเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ที่มีขนาดกลางและเล็กซึ่งต้องปรับตัวอย่างมาก ขณะที่เอสเอ็มอีขนาดย่อมที่มีลูกจ้างไม่เกิน 5 คน หน่วยงานรัฐเห็นว่าไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายค่าแรงสูง

ทั้งนี้เอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดเล็ก จำเป็นต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพและยกระดับเทคโนโลยีที่ใช้ทดแทนแรงงานคนให้มากขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อควบคุมต้นทุนและให้ธุรกิจแข่งขันได้ โดยนโยบายค่าจ้างสูงอาจทำให้เอสเอ็มอีบางส่วนต้องปิดตัวลงและเลิกจ้างแรงงาน แต่เชื่อว่าสถานการณ์ไม่น่าจะเลวร้าย เนื่องจากไทยยังขาดแคลนแรงงานระดับกลางและระดับล่างหลายแสนคน

นายยงยุทธ กล่าวว่า ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนทำให้เกิดการถ่ายเทการจ้างงานจากแหล่งงานที่ลดคนงานไปสู่แหล่งงานที่ขาดคนงาน เพราะมีธุรกิจมากกว่า 66% ที่ยังต้องการแรงงาน ซึ่งกรมหางานจำเป็นต้องเข้าไปจับคู่คนตกงานกับแหล่งธุรกิจที่ยังต้องการแรงงาน ซึ่งจะช่วย บรรเทาปัญหาลดคนงานในเอสเอ็มอีและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้

ขณะที่โอกาสของเอสเอ็มอีในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี นั้น เอสเอ็มอีต้องเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ มีกระบวนการผลิตทันสมัย ต้องเพิ่มผลิตภาพหรือคุณภาพเข้าไป ใช้แรงงานฝีมือ เพื่อให้มีต้นทุนต่ำ คุณภาพสินค้ามีมาตรฐาน บรรจุภัณฑ์โดดเด่น ขณะที่ราคาสินค้าต้องแข่งขันได้ คือ มียี่ห้อ มีตลาดรองรับ ทั้งนี้คุณภาพการผลิตถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย เชื่อว่าซึ่งหากปรับปรุงเรื่องต้นทุนได้ ทั้งเทคโนโลยีและแรงงาน จะทำให้ไทยรุ่งเรืองทั้งที่มีค่าแรงแพง..
Share:

สาวซิ่งอัลติสชนราวเหล็กขอบทางดับสยอง





สาวเมาซิ่งอัลติส ป้ายแดง กลับจากนั่งดื่มกินกับเพื่อนย่านธนิยะ ขับส่ายไปมาชนแท็กซี่ แล้วพยายามหนีจนเสียหลักพุ่งชนราวเหล็กริมถนน เสียบทะลุห้องโดยสารกระแทกตัวดับสยอง
เมื่อเวลา 03.00 น.วันนี้(17ก.ค.) ร.ต.อ.ชนินทร ง่วนสน พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ปทุมวัน รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนราวกั้นขอบทางทำให้ผู้ขับขี่เสียชีวิต บริเวณถนนพระรามที่ 4 ฝั่งขาเข้า ตรงข้ามกับสภากาชาดไทย แขวงและเขตปทุมวัน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนพระรามที่ 4 ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าแยกสามย่าน ในช่องทางขวาสุด เจ้าหน้าที่พบรถโตโยต้าอัลติส สีดำ ทะเบียนป้ายแดง พ 3096 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพุ่งชนกับราวเหล็กกั้นขอบทางใต้สะพานไทย-ญี่ปุ่น จนราวเหล็กเสียบทะลุไฟหน้าเข้าไปถึงห้องโดยสาร ตรวจสอบภายในรถพบศพ น.ส.อนาวรณ์ ปกป้อง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/2 หมู่ที่ 6 ต.หันนางาม อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู สภาพศพนอนหงายอยู่บนเบาะคนขับ สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนส์ ถูกรั้วราวเหล็กกั้นกระแทกเข้าที่กลางลำตัวเป็นที่น่าสยดสยอง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดเอาร่างผู้ตายออกมาจากซากรถ ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวช

ต่อมามีนายวราวุธ ตั้งใจอยู่ อายุ 47 ปี เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ผู้ตายเพิ่งซื้อรถคันดังกล่าวมาได้ 3 เดือน ตอนนี้ยังไม่ได้ทำงานอะไรเนื่องจากกำลังรอสอบเข้าเป็นตำรวจอยู่ โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับตนได้ไปนั่งดื่มกินกับในซอยธนิยะ เพื่อปรึกษาเรื่องที่มีปัญหาทะเลาะกับแฟน จนกระทั่งร้านปิดก็แยกย้ายกันกลับ หลังจากนั้นตนก็ขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุก็พบว่าผู้ตายขับรถเสียหลักพุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทางจนเสียชีวิตดังกล่าว

ด้านพยานในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นกลุ่มคนขับแท็กซี่ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายขับรถมาบนถนนสุรวงศ์ด้วยความเร็วสูงและขับส่ายเหมือนคนเมา จากนั้นก็ไปเฉี่ยวชนกับรถแท็กซี่ที่จอดรอผู้โดยสารอยู่ด้านหน้าร้านแฟมิลี่มาร์ท ก่อนขับหลบหนีเลี้ยวซ้ายที่แยกอังรีดูนังต์ เข้ามาในถนนพระรามที่ 4 ก่อนจะเสียหลักปีนขึ้นฟุตบาทใต้สะพานลอยไทย-ญี่ปุ่น และพุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทางจนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะอยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างหนักจนไม่สามารถควบคุมรถได้ทำให้รถเสียหลักปีนขึ้นฟุตบาทพุ่งชนราวเหล็กกั้นสะพานจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว.
Share:

ททท.ประกาศปีหน้าหนุนไทยเที่ยวไทย ตั้งเป้ามีรายได้แตะ 4 แสนล้านบาท





ททท.ประกาศปีหน้าหนุนไทยเที่ยวไทย ตั้งเป้ามีรายได้แตะ 4 แสนล้านบาท ชี้หากได้รับงบเพิ่มเติม 2 ล้านล้านบาท ในปี 58 คาดว่าจะเพิ่มรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวได้มากกว่านี้อีก
วันนี้ (16 ก.ค. )นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า ใน ปี 56 ทาง ททท.ตั้งเป้าไว้ว่า จำนวนคนไทยเที่ยวเมืองไทย จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก โดยจะเน้นกลยุทธ์กระตุ้นการเที่ยววันธรรมดา และการเที่ยวข้ามภูมิภาคให้ชัดเจนขึ้น รวมทั้งให้คนไทยออกเดินทางบ่อยครั้งขึ้น อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้เป็นเป้าหมายกรณีได้รับงบประมาณตามปีงบประมาณปกติ หากได้รับงบเพิ่มเติมเพื่อผลักดันรายได้ท่องเที่ยวรวมถึง 2 ล้านล้านบาทปี 58 คาดว่าจะเพิ่มรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวได้มากกว่านี้อีก



“ตลาดในประเทศแต่ละภูมิภาคได้ตั้งเป้าหมายจำนวนคนไทยที่จะเที่ยวไว้ คือภาคกลางเป้าหมายไว้ 51.4 ล้านคน มีรายได้  225,000 ล้านบาท เนื่องจากการเที่ยวภาคกลางมีแนวโน้มขยายตัวมาก เพราะคนไทยนิยมเที่ยวใกล้ขึ้น หลังค่าครองชีพสูงขึ้น ขณะที่คนภูมิภาคอื่นก็สนใจมาภาคกลางมากเช่นกัน ทางด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งเป้าหมายคนไทยเที่ยว 19 ล้านคน มีรายได้ 42,000 ล้านบาท โดยเน้นใช้จุดขายประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) เขาใหญ่ ปากช่อง ดึงคนมาเที่ยวพื้นที่อื่นในภูมิภาคนี้ต่อ ทั้งนี้มองว่า การท่องเที่ยวภาคอีสานจะสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นช่องทางสำคัญดึงคนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะลาวและเวียดนามมาเที่ยวได้”



ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวอีกว่า สำหรับภาคตะวันออก ตั้งเป้าหมายคนไทยเที่ยว 15.9 ล้านคนครั้ง รายได้ 55,000 ล้านบาท จะเน้นผลักดันคนภาคอีสานมาเที่ยวภาคตะวันออกมากขึ้น เพราะคนอีสานอยากเที่ยวทะเลอยู่แล้ว เนื่องจากในภูมิภาคตนเองไม่มีทะเล ซึ่งการมาภาคตะวันออกไม่ไกลนัก ตอบสนองความต้องการได้ นอกจากนี้จะเปิดตลาดภาคเหนือตอนล่าง เช่น พิษณุโลก นครสวรรค์ ให้มาเที่ยวเช่นกัน ขณะที่ภาคใต้ ตั้งเป้าหมายคนไทยเที่ยว 10.8 ล้านคนครั้ง รายได้ 71,000 ล้านบาท โดยจะดึงคนจากภาคเหนือและภาคอีสานมาเที่ยวเช่นเดียวกับภาคตะวันออก..
Share:

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 095-219-0106

Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Followers

Blog Archive