ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

เปิดบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่สะดวกรวดเร็ว ด้วยทีมงานช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่จะไปบริการซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน วัด โรงเรียน ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยคิดอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 500 บาทต่อเครื่องเท่านั้น

การให้บริการ

หากลูกค้ายืนยันการซ่อมแล้วทางเราออกเดินทาง ไปแล้วยกเลิกการซ่อมในขณะที่ทางเราเดินทางไปถึงแล้วจะต้องเสียค่าเสียเวลาและการเดินทาง 500 บาท

พื้นที่ที่บริการ

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 082-663-3157 เริ่มต้นที่ 500บาท/เครื่อง (ปล. ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )

อัตราค่าบริการ becomz

ติดต่อ : TaNDesgin โทร. 082-663-3157 www.i-comz.com

บริการหลังการซ่อม โดย www.i-comz.com

ทุกงานซ่อมรับเราประกัน 1 สัปดาห์เต็ม หากปัญหาเดิมยังอยู่ เราจะไปบริการซ่อมให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยใบ้บริการกับทาง www.i-comz.com เรามีบริการซ่อมคอมออนไลน์ฟรีให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่า

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

สามีทะเลาะภรรยาใช้อาวุธปืนตัดสินปัญหาชีวิต








สามีทะเลาะภรรยาขั้นรุนแรงถึงเสียชีวิต ฝ่ายสามีถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1นัด และอกซ้าย1นัด ตำรวจตรวจเขม่าดินปืนผู้ที่อยู่ในบ้านทุกคนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป
วันนี้ ( 1 มี.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. ร.ต.ท.วรพงษ์ ส่งศิริ พงส.สน.ลาดพร้าว ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ภายในม.เฟื่องฟ้า บ้านเลขที่ 499/63 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สาโรช ซุ่นทรัพย์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รอง ผกก.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.วันชัย ขาวรัมย์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ธานี จิตรธรรม สว.สส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชจากรพ.ตำรวจ และมูลนิธิร่วมกตัญญู
 
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิดบนเนื้อที่ 100 ตารางวา บริเวณชั้นล่างภายในห้องรับแขกชั้น พบศพนายสุเทพ พุ่มชบา อายุ 63 ปี พบบาดแผลถูกยิงศีรษะ 1 นัด ราวนมซ้าย 1 นัด สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำเทา นอนอยู่บนเตียงผ้าใบลายทหาร ที่ปลายเท้ามีกระถ่างธูปโดยมีธูปถูกจุดไว้อยู่แล้ว 1 ดอก  ข้างกันพบนางจันทร์เพ็ญ จันทนเวช อายุ 54 ปี ภรรยาผู้ตายอาชีพแม่บ้าน ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่พร้อมปืนลูกโม่.38 ที่ก่อเหตุ 1 กระบอก
 
พ.ต.ท.ธานี จิตรธรรม สว.สส. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนางจันทร์เพ็ญ ให้การรับสารภาพว่า บ้านหลังดังกล่าวอยู่กันเพียง 3 คน คือนางจันทร์เพ็ญ และผู้ตาย กับลูกสาวคนเล็ก โดยเมื่อช่วงเที่ยงของวันเดียวกันนี้ ทางผู้ตายกับนางจันทร์เพ็ญ ซึ่งอยู่กัน 2 คน ส่วนลูกสาวคนเล็กออกไปทำงานข้างนอก ทางผู้ตายกับนางจันทร์เพ็ญได้เกิดทะเลาะกัน แล้วจากนั้นผู้ตายได้ไปหยิบปืนออกมาจากตู้เซพในบ้าน ก่อนเดินมาหานางจันทร์เพ็ญ ทางห้องครัวพร้อมกับท้าให้ยิง จากนั้นก็มีการแย่งปืนกันขึ้น เมื่อนางจันทร์เพ็ญ แย่งปืนมาได้ก็ได้ยิงใส่คนตายไปจำนวน 2 นัด จนผู้ตายล้มลงเสียชีวิตที่บริเวณห้องครัว ต่อจากนั้นจึงโทรศัพท์เรียกลูกสาวคนโต พร้อมกับลูกเขยมาที่บ้าน  และพยายามจัดท่าทางศพขึ้นใหม่ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากับนางจันทร์เพ็ญว่า ฆ่าคนตายโดยเจตนา พร้อมกับตรวจเขม่าดินปืนผู้ที่อยู่ในบ้านทุกคนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป
Share:

นาโปลีเจ๊าม้าลายตาม6แต้มเท่าเดิม





"นาโปลี" ทำได้แค่เปิดบ้านไล่เจ๊า "ม้าลาย" ยังตาม 6 แต้มเท่าเดิม ในศึกฟุตบอลกัลโช เซเรีย อา อิตาลี เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มี.ค. ทำให้ ยูเวนตุส ยังนำจ่าฝูงต่อไป มีเพิ่มเป็น 59 คะแนน จาก 27 นัด ส่วน นาโปลี มีเพิ่มเป็น 53 คะแนนแข่งเท่ากัน อยู่อันดับ 2
การแข่งขันฟุตบอลกัลโช เซเรีย อา อิตาลี เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา มีลงสนามฟาดแข้งกันคู่เดียว ทีมรองจ่าฝูง นาโปลี เปิดบ้านฟาดแข้งนัดสำคัญในการลุ้นแชมป์กับจ่าฝูง "ม้าลาย" ยูเวนตุส โดยนัดนี้ นาโปลี ต้องการคว้าชัยให้ได้ เพื่อลดช่องว่างที่ตามหลังอยู่ 6 คะแนน ให้เหลือแค่ 3 คะแนน

อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นออกสตาร์ทเกมได้ไม่ดี ถูก ยูเวนตุส ขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 10 จากกองหลังทีมชาติอิตาลี จิออร์จิโอ คิเอลลินี แม้จะไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จในช่วงปลายครึ่งแรก นาทีที่ 43 จาก ก็อคฮาน อินเลอร์ มิดฟิลด์ห้องเครื่อง แต่ช่วงเวลาที่เหลือไม่สามารถทำประตูชัยแซงชนะได้ หมดเวลาการแข่งขัน นาโปลี เสมอกับ ยูเวนตุส 1-1 ทำให้ช่องว่างระยะห่างยังอยู่ที่ 6 คะแนนเท่าเดิม โดย ยูเวนตุส อยู่อันดับ 1 มีเพิ่มเป็น 59 คะแนน จาก 27 นัด ส่วน นาโปลี มีเพิ่มเป็น 53 คะแนนแข่งเท่ากัน อยู่อันดับ 2.
Share:

ยิงหัวเสี่ยซื้อขายรถยนต์มือสองตายสยองคาร้านอาหารดัง







พยานผู้เห็นเหตุการณ์ให้ปากคำตำรวจ ผู้ตายได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องซื้อขายรถยนต์กับกลุ่มคนที่เข้ามานั่งคุยกัน ก่อนที่กลุ่มคนดังกล่าวจะเดินลุกออกไปนอกร้าน และกลับเข้ามาลั่นอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะของผู้ตาย
วันนี้ ( 1 มี.ค.) เมื่อเวลา 21.15 น. ร.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม พนักงานสอบสวนสน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ภายในร้านอาหารไทย-อีสานชื่อ “ไฝทอง” สาขารามอินทรา ปากซอยรามอินทรา 4/3 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.เสน่ห์ มณีฉาย พ.ต.ต.พงศ์สุรวัฒน์ วงษ์สารัมย์ สว.สส.สน.บางเขน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชจากรพ.ตำรวจ และมูลนิธร่วมกตัญญู
 
ที่เกิดเหตุภายในโซนห้องแอร์พบศพนายคเณศ เลิศไกร อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.1 ถนนสาย รพช. ต.พิปูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช อาชีพ ซื้อขายรถยนต์มือสอง สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว สูทสีครีมทับข้างนอก สวมกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน รองเท้าหนังสีแดง จากการตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงที่ศรีษะ 2 นัด ใกล้เคียงพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่จำนวน 4 ปลอก และภายในตัวผู้ตายยังพบสร้อยคอทองคำสวมใส่อยู่ 1 เส้น เลสทองคำข้อมือ1 เส้น แหวนทองคำ 2 วง น้ำหนักรวมกว่า 10 บาท และนาฬิกาข้อมือ 1 เรือนโดยที่กลุ่มคนร้ายไม่ได้แตะต้องทรัพย์ของผู้ตายแต่อย่างอย่างใด ใกล้กันยังพบน.ส.แคทลียา ล้ำบริสุทธิ์ อายุ 21 ปี ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้สอบสวน นอกจากนี้ยังพบรถยนต์คัมรี่ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 1กน 2232 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายจอดอยู่ที่บริเวณหน้าร้าน จึงยึดไว้ตรวจสอบเช่นเดียวกัน
 
สอบสวนนายภาคภูมิ เธียนประสิทธิ์ อายุ 29 ปี พยานผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ตนเองพร้อมเพื่อน 3 คนได้เข้ามานั่งดื่มกินภายในร้านดังกล่าว หลังจากนั้นไม่นานได้มีกลุ่มที่ยิงผู้ตายเดินเข้ามาในร้านจำนวน 5 คนเป็นผู้ชาย 4 คนและผู้หญิง 1 คน และนั่งถัดจากโต๊ะตัวเองไป 3 โต๊ะ จากนั้นก็ได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องซื้อขายรถยนต์ประมาณ 5 นาที ก่อนที่ผู้ชายในกลุ่มที่มาด้วยจำนวน 3 คน เดินลุกออกไปด้านนอก แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 2 นาที ก็มีคนร้าย 2 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ลุกออกไปย้อนกลับเข้ามาพร้อมชักอาวุธปืนยิงใส่ที่ศีรษะผู้ตายทันทีจำนวน 4 นัด แต่ถูกผู้ตาย 2 นัด ส่วนกระสุนที่เหลือได้แฉลบลงพื้นและมาเฉี่ยวที่โต๊ะของตนเอง และได้วิ่งขึ้นรถยนต์ฟลอจูนเนอร์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนรามอินทรา
 
พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่าเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาผู้ตายและคนร้ายได้ไปนั่งคุยกันเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจซื้อขายรถยนต์ภายในห้างบิ๊กซี สาขารามอินทรา ต่อจากนั้นได้มานั่งกันต่อที่ร้านดังกล่าว และเมื่อมาถึงที่ร้านไม่เกิน 5 นาที คนร้ายและผู้ตายคุยธุรกิจกันไม่ลงตัวคนร้ายได้อาศัยจะหวะที่ผู้ตายเผลอย้อนกลับมาใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนเสียชีวิต ก่อนขึ้นรถยนต์หลบหนีไป ส่วนเพื่อนสาวผู้ตายที่อยู่ด้วยนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่ามีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพื่อจะได้เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วต่อไป
Share:

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อีกแล้ว!คลิปฉาวชายนับ10รุมสกรัม2สาวน่วม









นครบาลสั่งสอบอีกคลิปฉาว! ชายนับ 10 รุมต่อย 2 หญิง ส่วนคลิปชายต่อยทอม ท้องที่สน.บุคคโล ตร.เตรียมเรียกตัวผู้ก่อเหตุรับทราบข้อหา
จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ ชายทำร้ายร่างกายหญิงสาวในพื้นที่สน.บุคคโล จนเป็นข่าวครึกโครม จนกระทั่งล่าสุดได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโออีกคลิปหนึ่ง และแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมากในโลกไซเบอร์ โดยผู้โพสต์ที่ใช้ ชื่อ “คิกออฟ” ระบุเพียงว่าผู้ชายนับ 10 รุมทำร้ายผู้หญิงเพราะอยากได้เงิน 2 หมื่นบาท ซึ่งภาพในคลิปเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของอาคารบ้านหม้อพลาซ่า โดยผู้โพสต์ระบุว่าในเหตุการณ์นี้มีผู้สั่งการว่า “หากใครกระทืบผู้หญิงคนนี้ได้จะให้เงิน 2 หมื่นบาท” จนเป็นเหตุให้มีการรุมทำร้ายร่างกายกัน โดยหญิงสาวที่ถูกทำร้ายอย่างหนักเป็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านขวามือของคลิปภาพ สวมเสื้อเชิ๊ตลายสก๊อตสีน้ำเงินขาว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ และพื้นที่เกิดเหตุอยู่ที่ใดนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านสืบสวน เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ใด เบื้องต้นทราบเพียงมีการระบุมาว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่ 2 โรงพัก ของนครบาล อีกทั้งสาเหตุที่มีการรุมทำร้ายก็ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร ผู้ที่โพสต์นำข้อมูลมาจากไหน อยู่ในเหตุการณ์หรือไม่ แต่เท่าที่ดูในคลิปโหดร้ายมาก เบื้องต้นจะสั่งการให้ตำรวจพื้นที่ ตรวจสอบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ เนื่องจากภาพที่นำมาลงแชร์ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและชัดเจนมาก คาดว่าจะสามารถตรวจสอบที่มาได้ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีต้องขึ้นอยู่กับอาการของผู้เสียหายว่าได้รับบาดเจ็บถึงขั้นสาหัสหรือไม่ นอกจากผู้ที่ลงมือทำร้ายจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย โดยเฉพาะผู้ที่สั่งการให้มีการทำร้ายโดยระบุว่าจะให้เงิน ทั้งนี้หากผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าแจ้งความ ก็ให้รีบมาแจ้งเพื่อดำเนินคดีกับผู้ทำร้าย ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ตำรวจพร้อมที่จะให้ความคุ้มครองอยู่แล้ว
พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าของคดีคลิปชายทำร้ายร่างกายหญิงสาวในพื้นที่สน.บุคคโล ล่าสุด ตำรวจอยู่ในระหว่างเรียกตัวนายเกษียร กมลชัยวานิช ชายในคลิปที่อ้างตัวเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชากฎหมายในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เชื่อว่าคดีไม่น่ามีปัญหา เพราะพยานหลักฐานจากภาพวีดีโอชัดเจน โดยเบื้องต้น นายเกษียร แจ้งพนักงานสอบสวนว่าเตรียมนำหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ อีกฉบับมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย หากการไกล่เกลี่ยในชั้นสอบสวนไม่มีการยอมความก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
Share:

"เต้น-ณัฐวุฒิ"โวนปช.ไม่มีทางแตกแยก


วันที่ 27 ก.พ. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะแกนนำกลุ่มนปช.ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีคลิปวิดีโอที่ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ พูดทำนองว่ามีอำนาจโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงในพื้นที่ภาคอีสานว่า ตนยังไม่เห็นคลิป แต่ทราบจากข่าวก็ไม่แน่ในว่ารายละเอียดที่นายขวัญชัยพูดออกมาอย่างไร แต่ในหลักการไม่มีใครไปออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจหรือข้าราชการใดๆได้อยู่แล้ว และเท่าที่ฟังนายขวัญชัยระบุว่าเป็นการพูดคุยในกลุ่มที่ จ.ลำพูน ไม่มีอะไรน่ากังวล เป็นเรื่องการพูดคุยสนทนากันไป แต่ไม่มีใครไปออกคำสั่งแบบนั้นได้ ข้อเท็จจริงก็ปรากฏอยู่ สิ่งสำคัญคือว่าอยากให้ประชาชนเข้าใจว่าการแต่งตั้งโยกย้ายของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวไม่มีการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบ แกนนำคนเสื้อแดงอย่าว่าจะตั้งตำรวจเลย แค่ตั้งทนายยังลำบาก เพราะมีคดีความที่ถูกยัดเยียดใส่ร้ายป้ายสีระหว่างการต่อสู้ ส่วนตัวของตนและ นปช.คงไม่ต้องชี้แจงอะไรในเรื่องนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วน นปช.ที่มีความแตกแยก จนออกมาสาวไส้กันเองมองอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ถือเป็นความแตกแยก ตนยังพูดคุยกับพี่น้องได้ทุกคน แต่การที่คนเราเดินด้วยกันมานานผ่านแรงเสียดทานทางการเมืองก็อาจจะมีความรู้สึกพอใจไม่พอใจเห็นตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง แต่วิธีการแสดงออกก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่ภาพรวมยืนยันว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้ขบวนการของคนเสื้อแดงอ่อนแอลงได้ แกนนำบางส่วนก็ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเองให้เผชิญแรงเสียดทานได้ด้วย แกนนำก็ต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเองและเดินไปกับประชาชน
เมื่อถามว่านางธิดา ถาวรเศรษฐ เหมาะกับตำแหน่งประธานนปช.หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ก็เหมาะสมเพราะมาจากมติของนปช.แต่การถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นเรื่องปกติ พวกตนเวลาทำหน้าที่เต็มตัวก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเหมือนกัน อย่างไรตอนนี้ก็ยังไม่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวประธานนปช.แต่อย่างใด ส่วนการถูกวิจารณ์ก็ต้องรับฟังว่ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงหรือไม่ ส่วนแกนนำที่มาวิจารณ์นั้นเมื่อพูดแล้วก็น่าจะได้ข้อยุติและมาคุยกันภายในเพราะเป็นพี่น้องกันทั้งนั้นไม่มีปัญหา
ส่วนการที่ออกมาแฉเรื่องผลประโยชน์ทางการเมือง ตำแหน่งทางการเมือง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองของใครเป็นการเฉพาะ ต้องไม่ลืมว่าแกนนำนปช.จำนวนมากส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยเดิมเป็นคนที่อยู่บนเวทีทางการเมืองอยู่แล้ว อย่างตนสมัครส.ส.มาตั้งแต่อายุ 25 จนตอนนี้ 37 แล้วผ่านมา 12 ปี ถ้าไม่มีรัฐประหารไม่มีความขัดแย้ง วันนี้เส้นทางการเมืองของตนก็คงเดินหน้ามาพอสมควร การเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองจึงเป็นวาระปกติของคนทำงานทางการเมือง ส่วนใครจะมาหาประโยชน์นั้นคิดว่าสังคมมีกระบวนการตรวจสอบ และยืนยันว่าแกนนำนปช.ไม่เคยไปต่อรองเรียกร้อง และเอาการต่อสู้ไปแลกตำแหน่งทางการเมืองทุกอย่างอยู่ที่การพิจารณาของคนมีอำนาจในพรรคในรัฐบาล ซึ่งพวกตนก็เคารพมาตลอด ไม่เคยออกมาโวยวายเคลื่อนไหวสร้างปัญหา.
Share:

จัดใหญ่โครงการเดลินิวส์ฝึกอาชีพปี 2 ครั้งที่ 4







เปิดโครงการเดลินิวส์ฝึกอาชีพ ปี 2 ครั้งที่ 4 ทีมผู้บริหารเดลินิวส์ ร่วมแถลงข่าวกับ บริษัท ซีพีเอฟ ผู้ดูแลธุรกิจไก่ 5 ดาว
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ดร.พิสิฐ เหตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและจัดจำหน่าย หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ นำทีมผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าวกับ คุณสถิต สังขนฤบดี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผู้ดูแลธุรกิจ 5 ดาว เตรียมเปิดโครงการเดลินิวส์ฝึกอาชีพ ปี 2 ครั้งที่ 4-5 ภายใต้ชื่อ "ข้าวมันไก่ อัพเงิน สร้างอาชีพ"

ดร.พิสิฐ เหตระกูล เปิดเผยว่า การฝึกอาชีพครั้งนี้ เป็นปีที่ 2 ครั้งที่ 4 แล้วเรามีความยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทซีพีเอฟ ภายใต้ชื่อว่าข้าวมันไก่ 5 ดาว เรามีความยินดีมากๆ ที่มีการฝึกอาชีพดีๆ ให้แฟนของเดลินิวส์ เพื่อเพิ่มทักษะอาชีพหารายได้ ให้กับตนเอง

ด้านคุณสถิต สังขนฤบดี กล่าวว่า ทางไก่ห้าดาวซึ่งอยู่ภายใต้บริษัทซีพีเอฟ เป็นเกียรติและยินดีอย่างมาก เพราะได้เป็นการสร้างอาชีพให้กับประชาชน เนื่องธุรกิจไก่ห้าดาวนั้น มีขายทั้งไก่ย่างไก่ทอด ยังมีขายข้าวมันไก่อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันเปิดแล้วกว่า 800 สาขา ภาพรวมถือว่าไปได้ดี ในการอบรมครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปประกอบวิชาชีพของตนเองได้ หากผู้เข้าอบรมท่านใดมีความประสงค์อยากนำไก่ห้าดาวไปทำธุรกิจ ทางซีพีเอฟจะมีส่วนลดให้เป็นพิเศษ

ทั้งนี้ ดร.พิสิฐ เหตระกูล ย้ำว่าการอบรมของเดลินิวส์ทุกครั้งจะไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่ส่งชิ้นส่วนตามที่กำหนด แล้วทางเดลินิวส์จะมีการคัดเลือกผู้โชคดี จำนวน 40 คน มาเข้ารับการอบรมเดลินิวส์ฝึกอาชีพครั้งที่ 4 ในเสาร์ที่ 30 มี.ค. พ.ศ.2556 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันจันทร์ที่ 4 มี.ค. ต่อไป.
Share:

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

รวบโจ๋แสบคิดสั้นทุบกระจกรถตำรวจ







โปลิศบก.น.1รวบโจ๋แสบคิดสั้นทุบกระจกรถเก๋งสายตรวจบก.ทล.สารภาพตระเวนออกทุบกระจกลักทรัพย์มาแล้วกว่า 50 ครั้ง
วันนี้ (22 ก.พ.) พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.พยงค์ เอี่ยมสกุล รองผกก.ป. แถลงจับกุมนายวราชัย มงคลนำ อายุ 23 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี สองผู้ต้องหาตระเวนทุบกระจกรถประชาชน ลักทรัพย์สิน พร้อมของกลางอาวุธปืน .45 จำนวน 1 กระบอก ไขควง ไฟฉาย อุปกรณ์ในการงัดแงะ สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ กระเป๋าเงินแบบผู้หญิง โทรศัพท์มือถือ และรถจยย. ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดป้ายทะเบียน จับกุมได้ขณะกำลังเตรียมทุบกระจกรถเก๋งสายตรวจ ฮอนด้า แอคคอร์ท ทะเบียน ษฉ-5026 กรุงเทพมหานคร ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทล. ซึ่งแวะรับประทานอาหาร บริเวณหน้าที่สถานบริการยูโธเปีย ถนนวัฒนธรรม แขวงและเขตห้วยขวาง

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ เปิดเผยว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ห้วยขวาง ออกปฏิบัติหน้าที่ เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าสถานบริการยูโธเปีย สังเกตเห็นคนร้ายทั้งสอง กำลังใช้ไขควง พยายามงัดและทุบกระจกรถเก๋งสายตรวจ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทล. อยู่ จึงแสดงตัวจับกุม ระหว่างนั้นทั้งสองพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมไว้ได้พร้อมของกลางทั้งหมด สอบสวนทั้งสองรับสารภาพว่า ตระเวนออกทุบกระจกรถลักทรัพย์วันนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เรื่อยมาตั้งแต่ย่านเตาปูน มาจนถึงห้วยขวาง รวมก่อเหตุมาแล้ว 4 ครั้ง ยังไม่ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด สาเหตุที่เลือกทุบกระจกรถของตำรวจ เนื่องจากอยากได้ปืนมาใช้ ที่ผ่านมาออกตระเวนก่อเหตุลักษณะนี้รวมแล้วกว่า 50 ครั้ง ทั้งนี้นายวราชัย เพิ่งพ้นโทษจากการถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันลักทรัพย์(ทุบกระจกรถ) มาไม่นาน ก็กลับมาก่อเหตุอีก เบื้องต้นควบคุมตัวทั้งสอง พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี.
Share:

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 082-663-3157

Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Followers

Blog Archive