วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556
“ บอย-ปกรณ์ ” ลั่นนำเข้ารถหรูถูกต้องตามกฎหมาย
พระเอกดัง “ บอย-ปกรณ์ ” แจงนำเข้ารถหรูถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมเข้าให้ข้อมูล “ดีเอสไอ” ยืนยันความบริสุทธิ์
วันนี้( 8 มิ.ย.) บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พระเอกละครชื่อดังเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว หลังจากมีชื่อติดบัญชีซื้อรถนำเข้าต้องสงสัย ว่า จริง ๆ แล้วรถของตัวเองไม่ใช่รถหรู แต่เป็นรถโบราณยี่ห้อ นิสสัน รุ่น ฟิกาโร่ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ราคา 6 แสนบาท ซึ่งรถคันนี้ซื้อผ่านพี่ที่รู้จักนอกวงการ และเนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องรถ จึงพยายามทำทุกอย่างให้รัดกุม โดยขั้นตอนนำรถเข้ามานั้นพี่ที่รู้จักได้จดทะเบียนเป็นชื่อของเขาก่อน เมื่อเสียภาษีอย่างถูกต้องจะเรียกว่าเป็นการจดประกอบก็ได้ จากนั้นจ่ายเงินและโอนกันที่สํานักงานขนส่งกรุงเทพมหานครต่อหน้าเจ้าหน้าที่อย่างถูกต้อง ไม่ได้ข้ามขั้นตอน ก็น่าจะเป็นสิ่งยืนยันได้แล้วว่า รถที่ได้มานั้นเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวมาประมาณ 2 ปีแล้ว และเมื่อต้นปี 2556 ก็เพิ่งไปต่อทะเบียนคิดว่ารถไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่ผิดกฎหมาย
“ผมเป็นนักแสดงเป็นอาชีพที่ต้องอยู่ในที่แจ้ง ที่สาธารณะ ดังนั้นไม่ทำอะไรที่เสี่ยง ๆ แน่นอน จริง ๆ แล้วอยากให้ดีเอสไอเรียกไปให้ข้อมูลเร็ว ๆ เนื่องจากอยากให้เรื่องนี้จบเพราะยิ่งนานก็ยิ่งทำให้ภาพพจน์ดูไม่ดี ผมมั่นใจว่ารถไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่สิ่งที่กังวลใจก็คือประชาชนอาจมองไปในแง่ลบ เพราะอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่ต้องการความน่าเชื่อถือ”พระเอกดังกล่าว
ส่วน นายวิชาญ รัษฐปานะ ผู้ดูแลรถยนต์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม เปิดเผยถึงกรณี ดีเอสไอระบุว่ามีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นผู้ครอบครองรถเบนซ์จดประกอบทะเบียน ขม 99 ซึ่งอาจจะต้องเชิญมาชี้แจงที่มาที่ไปของรถคันดังกล่าวนั้น ยอมรับว่ารถเบนซ์ทะเบียน ขม 99 เป็นรถจดประกอบจริง แต่ไม่ใช่รถที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเป็นซากรถเก่าอายุประมาณ 80 ปีที่นำไปซ่อมตัดผุและจัดซื้ออะไหล่มาประกอบขึ้นใหม่ โดยขั้นตอนการซ่อมและประกอบได้มีการถ่ายภาพและเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด หลังจากมีการนำเสนอข่าวดังกล่าวสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้มอบหมายให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะการดำเนินการทุกอย่างมีหลักฐานชัดเจน และที่สำคัญมีการเสียภาษีและนำไปจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นหากดีเอสไอต้องการข้อมูลเกี่ยวกับรถคันดังกล่าวก็พร้อมชี้แจงทันที.
วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556
“พท.”ยอมรับดอนเมืองคะแนนสูสี
ปรับกลยุทธ์ หาเสียงโค้งสุดท้ายเพิ่มทีมงาน3 เท่า เน้น เดินเคาะประตูบ้าน ขอคะแนน
วันนี้ (8 มิ.ย.) เมื่อเวลา10.00น.ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวพาดพิงรัฐบาลว่า มีความเกี่ยวข้องกับกรณีที่มีผู้หญิงสวมเสื้อแดงตะโกนขับไล่ในขณะที่ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขตดอนเมือง เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า บางทีการดราม่า ขอคะแนนสงสารก็ใช้ได้ผลในบางพื้นที่ ทั้งนี้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยขอปฎิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตะโกนขับไล่ดังกล่าว ถือเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่เป็นธรรมต่อรัฐบาล ซึ่งการออกมาพูดดังกล่าวอาจหวังผลให้เกิดผลกระทบต่อคะแนนเสียงของผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยขายนโยบาย ทำดอนเมืองให้เป็นประตูสู่กรุงเทพอย่างแท้จริง
“ถึงว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำ และ ส.ส.จากทั่วประเทศลงไปช่วยหาเสียงในพื้นที่อย่างหนักหลายรอบ ได้คะแนนเสียงตอบรับที่ดี แต่จากข้อมูลในพื้นที่เราก็ยังไม่สามารถวางใจได้เพราะคะแนนสูสี” รองโฆกษกพรรคพื่อไทย กล่าวและว่าดังนั้นในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคได้เพิ่มกลยุทธ์ เคาะประตูบ้าน ปูพรมเดินเท้า 9 เข้าหา คนดอนเมือง จะเดินให้มากขึ้น พร้อมกับเสริมกำลังหลักที่วางไว้ 9 ทีมเพิ่มอีก 3 เท่าเป็น 27 ทีม เพื่อขออีก 1 เสียงมาทำงานกับรัฐบาล
ด้านน.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอโอกาสชาวดอนเมืองให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากๆ ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 9 มิ.ย. และวันเลือกตั้งที่ 16 มิ.ย.นี้ เพื่อแสดงถึงระบอบประชาธิปไตย และอยากขอโอกาสให้กับนายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ที่จะเข้ามาสานงานต่อจากส.ส.คนเก่าในพื้นที่.
หมอฝังเข็มชาวออสเตรเลียตายปริศนา
หมอฝังเข็มชาวออสเตรเลียนอนตายไม่ทราบสาเหตุ
วันนี้ ( 8 มิ.ย.) ร.ต.ท.ศรีเดช สุวรรณ์ ร้อยเวร สภ.เมือง จ.เชียงราย รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลิ่นคล้ายศพโชยออกมาจากบ้านพัก จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายในหมู่บ้านพฤกษชาติ ซอยที่ 5 เลขที่ 522/16 หมู่ที่ 6 ต.สันทราย เขตเทศบาลนครเชียงราย ลักษณะบ้านเป็นทาวส์เฮาส์ชั้นเดียว พบนางเกสร นันตา อายุ 49 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ยืนรอพบตำรวจอยู่ และบอกว่าบ้านหลังนี้ตนได้ให้ นายแพทย์มอริส คีเวอร์ อายุ 75 ปี ชาวเมืองควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เช่าอยู่อาศัยมาได้ประมาณ 1 ปี แล้ว จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงงัดประตูบ้านเข้าไปภายใน ที่บริเวณห้องนอน พบศพนายแพทย์มอริส สภาพนอนตะแคงข้างขวา อยู่ในชุดกางเกงขาสั้น และเสื้อยืด สีดำ สะภาพศพขึ้นอืด ตรวจตามร่างกายไม่พบบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างไร สันนิษฐานว่า ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ภายในห้องพักไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และในบ้านพักไม่มีการรื้อค้น พบทรัพย์สินคนตายยังอยู่ครบ
จากการสอบสวนนางเจี๊ยบ อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดน่าน ซึ่งอยู่อาศัยร่วมกับคนตายได้ 6 ปี กล่าวว่า หลังเกษียณอายุที่ประเทศออสเตรเลียแล้ว ผู้ตายได้เข้ามาอยู่ในเมืองไทยร่วม 10 ปี แล้ว โดยยึดอาชีพเป็นหมอฝังเข็ม เดินทางรักษาคนไข้ไปตามอำเภอต่างๆ ในจังหวัดเชียงราย ไม่มีโรคประจำตาย แต่เป็นคนชอบดื่มเหล้า ระยะหลังไม่รับรักษาคนไข้ พักผ่อนอยู่แต่ในบ้านพักที่เช่า ต่อมาตนแยกทางกัน แต่ยังคงมาหาสู่และเยี่ยมคนตายอยู่เสมอ ไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาทหรือโกรธเคืองกับเพื่อนบ้าน ส่วนสาเหตุนั้น ต้องรอแพทย์นิติเวชผ่าพิสูจน์ต่อไป.
สธ.ยันบุคลากรหนุน“พีฟอร์พี”เริ่มแล้ว 20-30 %
“หมอประดิษฐ” ประกาศเดินหน้า “พีฟอร์พี” 1 ต.ค.หน่วยบริการทุกแห่งต้องทำ ด้าน ปลัด สธ. เผย 20-30 เปอร์เซ็นต์เดินหน้าแล้ว พบส่วนใหญ่พึงพอใจ พร้อมส่งทีมพี่เลี้ยงไปสนับสนุน รพ.ที่ไม่พร้อม
วันนี้ ( 8 มิ.ย.) นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ถึงข้อสรุปในการหารือกับแพทย์ชนบทเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน (พีฟอร์พี)เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ได้ทำความเข้าใจและเห็นตรงกันว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีความตั้งใจดีที่ต้องการทำเพื่อประชาชน สรุปพีฟอร์พีที่เริ่มมาจะเดินหน้าต่อไปไม่หยุด โรงพยาบาลที่ทำแล้วมีปัญหา รายได้ลดลง กระทรวงจะเข้าไปดูแล เยียวยา ชดเชยรายได้ กลุ่มที่เดินหน้าแล้วก็ทำต่อไป ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พร้อมก็เริ่ม 1 ต.ค.2556 ระหว่างนี้จะตั้งคณะทำงานประกอบด้วยคนมีส่วนได้เสียทั้งหมดทั้งโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./ รพท.) พยาบาล เทคนิคการแพทย์ เภสัชกร กรมบัญชีกลาง มาปรับปรุงรายละเอียดปลีกย่อยให้เกิดความคล่องตัว ที่ผ่านมาทุกคนก็อยากทำ แต่ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ การสื่อสารอาจไม่ชัดเจนเลยออกมาเป็นอย่างนั้น
“พีฟอร์พีเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ ปกติการรักษาพยาบาลมีการเก็บรวบรวมข้อมูลอยู่แล้ว รัฐบาลไม่ได้ตั้งใจไปลดรายได้ บางกลุ่มที่อยู่ในเขตเมืองต้องมีการปรับลดบ้าง แต่พีฟอร์พีจะไปเสริมรายได้ส่วนที่หายไป”นพ.ประดิษฐ กล่าว
ด้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีข้าราชการประมาณ 1.8 แสนคน ลูกจ้าง 1.4 แสนคน พีฟอร์พีเริ่มใช้ตั้งแต่เม.ย.ที่ผ่านมา บุคลากรสาขาวิชาชีพอื่นซึ่งไม่เคยได้รับเบี้ยเลี้ยงหรือได้น้อยก็พึงพอใจที่กระทรวงเห็นคุณค่า มีคนส่วนใหญ่ที่เห็นด้วย แต่อาจมีบางส่วนยังไม่เข้าใจมองว่าเพิ่มภาระงาน ทำให้เกิดการล่าแต้ม ดังนั้นกระทรวงจะปรับปรุงการเก็บข้อมูลไม่ให้เป็นปัญหา
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า ทุกโรงพยาบาลที่ทำพีฟอร์พีจะได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นแน่นอน โรงพยาบาลที่ไม่ทำอาจไม่ได้เพิ่ม แต่ในเชิงนโยบายทุกโรงพยาบาลต้องใช้พีฟอร์พีมาประเมินการจ่ายค่าตอบแทนอยู่แล้ว ในทางปฏิบัติผู้ตรวจราชการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจะไปทำความเข้าใจและเดินหน้าพีฟอร์พี บางจังหวัดเดินหน้าไปแล้วมีประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ กระทรวงจะตามไปดูกระตุ้นให้ดีขึ้น ในส่วนที่เพิ่งเริ่มต้นจะมีทีมพี่เลี้ยงเข้าไปสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง อย่างไรก็ตามกระทรวงมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ประมาณ 100 แห่ง รพช.ประมาณ 730 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบาล (รพ.สต.)เกือบ 1 หมื่นแห่ง ซึ่งจะแตกต่างเรื่องลักษณะงานและค่าตอบแทน ดังนั้นเป็นความยากในการกำหนดกติกาซึ่งจะต้องทำให้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข.
พ่อค้าซิ่งปิกอัพเสยพ่วง 18 ล้อดับสยอง 2 ศพ
พ่อค้าไก่ชำแหละซิ่งปิกอัพหลับในเสยพ่วง 18 ล้อดับสยอง 2 ศพ
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ร.ต.ท.กรชวัล จัทร์ศิริ ร้อยเวร สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถชนมีคนเสียชีวิตที่ถนนสายชัยนาท-สุพรรณบุรี หมู่ 2 ต.สามชุก ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.สามชุก และมูลนิธิเสมอกัน ที่เกิดเหตุริมถนนพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีบรอนซ์ เงินทะเบียน บพ 5574 สุพรรณบุรี ชนอัดก๊อปปี้กับท้ายรถพ่วง 18 ล้อยี่ห้อฮีโน่ สีเทา ทะเบียน 82-0848 นครสวรรค์ สภาพรถกระบะพังยับเยินภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ 2 ราย จึงใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วยนำออกมาตรวจสอบทราบชื่อนายสมเจตน์ ขาวโต อายุ 32 ปีคนขับ อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 1 ต.บ้านสระ อ.สามชุก ส่วนศพผู้หญิงที่นั่งมาด้วยกันยังไม่ทราบชื่อทั้งคู่มีสภาพถูกแรงอัด เศษกระจก และเศษเหล็กบาดเป็นแผลเต็มตัวและใบหน้าเป็นแผลเหวอะหวะที่เกิดเหตุมีซี่โครงไก่ สดจำนวนมากกระจายเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่เทศบาลสามชุกต้องช่วยกันเก็บทำความสะอาด
จากการสอบสวนทราบว่านายสมเจตน์ เป็นพ่อค้าขายไก่ชำแหละก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกระบะไปรับซี่โครงไก่ จาก จ.สิงห์บุรี เพื่อนำมาชำแหละขายต่อให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ไก่ย่างนำไปย่างขายโดยมี ภรรยาใหม่ซึ่งยังไม่ทราบชื่อนั่งไปด้วยกันขากลับถึงที่เกิดเหตุเป็นทางตรงรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเสียหลักพุ่งชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อที่จอดพักรถอยู่ข้างทางอย่างแรงเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตดังกล่าวส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าคนขับคงง่วงนอนแล้วเกิดหลับในเป็นเหตุให้รถเสียหลักจนเกิดเหตุขึ้นอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการต่อไป
แฉเจ้าของรถหรูเตรียมส่งออกนอกหนีตรวจสอบ
“ธาริต”เผยขบวนการรถหรูเลี่ยงภาษีไหวตัวนำรถไปจอดพักประเทศเพื่อนบ้าน ประสานศุลกากรสั่งการด่านตรวจชายแดนห้ามรถจดประกอบผ่านออกนอกประเทศ เตรียมเรียกกลุ่มรถราคา 4 ล้านบาทขึ้นไปสอบ เตรียมประกาศรายชื่อผู้ครอบครองรถ ก่อนเรียกมาแจ้ง
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) วันนี้( 7 มิ.ย.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีรถหรูจดประกอบเลี่ยงภาษีว่า ล่าสุดดีเอสไอได้รับเบาะแสว่า ผู้ครอบครองรถจดประกอบประเภทซุปเปอร์คาร์มีความพยายามในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ โดยวางแผนนำรถเหล่านี้ออกไปไว้ในประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ประสานไปยังนายราฆพ ศรีศุภอรรถ รองอธิบดีกรมศุลกากร เพื่อขอให้มีคำสั่งด่วนไปยังด่านศุลกากรตามแนวชายแดนทุกด่านทั่วประเทศ ไม่อนุญาตให้รถกลุ่มดังกล่าวออกนอกประเทศเด็ดขาด เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงนำรถออกไปซุกซ่อนไว้ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยขณะนี้กรมศุลกากรแจ้งว่ามีคำสั่งไปยังด่านศุลกากรต่าง ๆ แล้ว
นอกจากนี้จากมติที่ประชุมร่วม 6 หน่วย ซึ่งมีการวางแผนว่าจะตรวจสอบเอกสารรถจดประกอบต้องสงสัยเป็นรายคันจำนวน 6,862 คัน ได้กำหนดเรียกกลุ่มแรกคือรถที่มีมูลค่ามากกว่า 4 ล้านบาทขึ้นไปพบว่ามีจำนวน 145 คัน โดยมีรายชื่อผู้ครอบครองครบถ้วนแล้วภายในวันที่ 10 มิ.ย.จะนำรายชื่อมาพิจารณาร่วมกับรายชื่อที่กรมการขนส่งทางบกจะนำมาประกอบการตรวจสอบเมื่อมีความชัดเจนครบถ้วนจะประกาศรายชื่อให้ผู้ครอบครองรถรับทราบ โดยเชื่อว่าในจำนวนดังกล่าว 80% เป็นรถที่หลบเลี่ยงภาษี ส่วนที่เหลืออีก 20% เชื่อว่ามีการเสียภาษีถูกต้อง
นายธาริต กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นจะดำเนินการต่อเนื่องแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1. รถที่ยังอยู่กับผู้ประกอบการ ซึ่งดีเอสไอวางแผนจะเข้าตรวจค้น จับกุม และยึดรถ 2. รถที่อยู่กับผู้ซื้อซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สมัครใจนำเอกสารเข้าตรวจสอบ และ3.ผู้ที่ครอบครองรถที่ยังเพิกเฉย ดีเอสไอจะออกหมายเรียกให้นำรถมาตรวจสอบ หากยังหลีกเลี่ยงจะนำหมายค้นเข้าตรวจค้นและยึดรถยังเคหะสถาน หากผลการตรวจสอบพบว่ารถคันใด ชำระภาษีถูกต้องและเป็นรถจดประกอบจริงทั้ง 6 หน่วยงานจะให้การรับรองและยุติเรื่อง ส่วนรถที่นำเข้าผิดกฎหมายจะมุ่งดำเนินคดีกับผู้ประกอบการเป็นหลักไม่มุ่งเอาผิดกับผู้ครอบครอง เบื้องต้นอยากแนะนำให้ผู้ครอบครองรถยกรถที่ผิดกฎหมายตกเป็นขอแผ่นดินเพื่อระงับคดี แต่ยังเปิดช่องทางให้ผู้ซื้อไปฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้ประกอบการต่อไป
นายธาริต กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการรถจดประกอบหลายรายที่มีมูลค่าต่ำกว่า 4 ล้าน เช่น นิสสัน คิวบ์ที่มียอดการนำเข้าสูงมาก ติดต่อแสดงความจำนงขอให้ดีเอสไอตรวจสอบเพื่อยืนยันความถูกต้อง ซึ่งดีเอสไอไม่ขัดข้องขอให้นัดวัน เวลานำรถเข้าตรวจสอบต่อไป
เผยรายชื่อเจ้าของรถหรูเป้าดีเอสไอ
เผยชื่อเจ้าของรถหรูเป้าหมายดีเอสไอเรียกตรวจ พบ 3 ดาราดัง ข้าราชการ พระสงฆ์ เครือญาตินักการเมือง คนมีชี่อเสียงเพียบ พบบุคคลธรรมดาถือครองรถคนเดียวเกือบ 80 คัน
วันนี้( 7 มิ.ย.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เผยรายชื่อ ผู้ครอบครองรถหรูดีเอสไอขึ้นบัญชีเป็นรถต้องสงสัย จำนวน 6,862 คัน และเตรียมจะเรียกมาชี้แจงถึงการได้มาขอรถดังกล่าว โดยพบว่า มีทั้งในกลุ่มของนักการเมือง อดีตนักการเมืองและเครือญาติ ข้าราชการ อดีตข้าราชการและเครือญาติ นักแสดง บุคคลที่มีชื่อเสียง รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีชื่อครอบครองรถจำนวนหลายคันสูงสุดกว่า 70 คัน โดยกลุ่มนักแสดงอาทิ นายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือ บอย ปกรณ์ เจ้าของนิสสัน 1 คัน , นายชรัส เฟื่องอารมณ์ เจ้าของเบนซ์ 1 คัน และนายศรันยู ประชากริช เจ้าของนิสสัน 1 คัน
กลุ่มข้าราชการ อาทิ พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว เจ้าของรถแลน โรเวอร์ 1 คัน,ร.ท.ชนเทพ ม้าประเสริฐ เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน,พ.ต.ท.ณรงค์เดช มูลศาสตรสาทร เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน ,พล.ต.อ.ธวัชชัย ภัยลี้ เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน ,พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน ,พลเอกเธียรชัย โกมารทัต เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน ,พล.ต.ประกาศเกียรติ หิญชีระนันทน์ เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน,พล.อ.ประสงค์ ไชยสิทธิ์ เจ้าของเบนซ์ 1 คัน ,พ.ต.ท.ประสงค์ พันธุ์สวัสดิ์ เจ้าของรถเบนซ์ 1 คัน ,พล.ต.สุรพงศ์ ปราการรัตน์ เจ้าของเบนซ์ 2 คัน
กลุ่มเครือญาตินักการเมืองและบุคคลมีชื่อเสียง อาทิ นายกิจก้อง กิตติขจร เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน ,นายฐานพัฒน์ วิชัยดิษฐ เจ้าของเบนซ์ นิสสัน โตโยต้า รวม 13 คัน ,นายณรงค์ เหล่าธรรมทัศน์ เจ้าของเบนซ์ 1 คัน, นายณัฏฐ์ ไกรฤกษ์ เจ้าของมาสด้า 1 คัน, นางเต็มใจ ดามาพงศ์ เจ้าของรถมินิคูเปอร์ 1 คัน,นายประเสริฐ สะสมทรัพย์ เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน ,นายโส ธนวิสุทธิ์ เจ้าของนิสสัน 1 คัน ,นายกฤต อมาตยกุล เจ้าของรถเบนซ์ 1 คัน, นายกฤช ยมาภัย เจ้าของรถโฟล์คซวาเก้น1 คัน, ม.ล.เขมนัดดา เกษมสันต์ เจ้าของรถมินิ คูเปอร์ โฟล์คซวาเก้น รวม 5 คัน
นายเฉลิมชัย สมบัติทวีพูน เจ้าของรถเล็กซัส มินิคูเปอร์ นิสัสัน แลนโรเวอร์ รวม 7 คัน , นางชนกสุดา อมาตยกุล เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน, ร.ต.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน ,น.ส.ณิศรา ศุภราทิตย์ เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน ,นายทศพล อิศรางกูร ณ อยุธยา เจ้าของรถเบนซ์ 1 คัน ,นายธนิก วีระไวทยะ เจ้าของรถนิสสัน โฟลค์ซวาเก้น รวม 2 คัน ,ปภาวรินทร์ กุญชร ณ อยุธยา เจ้าของรถนิสสัน โฟลค์ซวาเก้น รวม 3 คัน,นายวิฑูรย์ ชลายนาวิน เจ้าของรถเบนซ์ นิสสัน โตโยต้า รวม 3 คัน,นายสัจจา อนันตกูล เจ้าของมิสซูบิชิ นิสสัน รวม 2 คัน ,นายสันต์ พัธโนทัย เจ้าของโตโยต้า 1 คัน ,สุธิดา ตันเจริญ เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน,สุพร ดนัยตั้งตระกูล เจ้าของเบนซ์ 1 คัน,นายอนุชา เทวานฤมิตรกุล เจ้าของรถโตโยต้า 1คัน ,นางพัชรา บุรุษพัฒน์ เจ้าของนิสสัน 1 คัน,นายภูผา เอ่งฉ้วน เจ้าของนิสสัน 1 คัน
นอกจากนี้ยังมีชื่อ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์คมน์กฤตย์ สุวรรณสุนทร เจ้าของรถจากัวร์ 1 คัน, สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ช่วง สุดประเสิรฐ รวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม ในจำนวนพบว่ามีหลายรายที่เป็นบุคคลธรรมดาแต่มีชื่อถือครองรถหรูหลายยี่ห้อและมีจำนวนหลายคัน สูงสุดเกือบ 80 คัน อาทิ นายนฤนาท ควรสวัสดิ์ เจ้าของรถเบนลี่ เฟอร์รารี่ เบนซ์ ปอร์เช่ โฟลค์สวาเก้น รวม 5 คัน , น.ส.นันทพร พึ่งประยูร เจ้าของบีเอ็มดับบลิว ฮฮนด้า มาสด้า เบนซ์ นิสสัน แลนโรเวอร์ ซูบารุ โฟลค์ซวาเก้น รวม 58 คัน, นายวรวุฒิ อัศวโชค เจ้าของบีเอ็มดับบลิว เล็กซัส เบนซ์ มินิ คูเปอร์ นิสสัน โตโยต้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 45 คัน ,นางประไพ ภิญโญศักดิ์ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว ฮอนด้า เบนซ์ นิสสัน ซูบารุ โตโยต้า โฟลค์สวาเก้น รวม 29 คัน,นายปรัชญา ผลอินหอม เจ้าของรถบีเอ็มดับบลิว ฮอนด้า นิสสัน โตโยต้า ปอร์เช รวม 26 คัน, นายสมยศ อวยพร เจ้าของรถอัลฟ่า โรเมโอ บีเอ็มดับบลิว ฮอนด้า จากัวร์ เบนซ์ มินิ คูเปอร์ นิสสัน แลนโรเวอร์ เปอร์โย โฟลค์ซวาเก้น รวม 53 คัน ,นายสรายุทธ ริรัตน์พงษ์ เจ้าขอเบนซ์ 6 คัน
นายพันธุ์วศิน วิไลแก้ว เจ้าของรถบีเอ็มดับบลิว มาสด้า เบนซ์ นิสสัน โตโยต้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 76 คัน, น.ส.ตรงใจ อิสราพานิชย์ เจ้าของรถบีเอ็มดับบลิว เล็กซัส เบนซ์ มินิ คูเปอร์ มิซซูบิชิ นิสสัน โตโยต้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 48 คัน ,นายทนุ จักษุวัชร เจ้าของรถออสติน บีเอ็มดับบลิว ฮอนด้า มาสด้า เบนซ์ มิซซูบิชิ นิสสัน แลนโรเวอร์ โตโยต้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 40 คัน , นางมาลี แมมิ่ง เจ้าของบีเอ็มดับบลิว มาสด้า เบนซ์ มินิ คูเปอร์ นิสสัน เปอร์โย แลนโรเวอร์ โฟลค์ซวาเก้นรวม 54 คัน
ทั้งนี้ยังพบว่าในจำนวนนี้บุคคลกลุ่มหนึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกันต่างมีชื่อถือครองรถหรูจำนวนมาก อาทิ นายทรงยศ ลาภพาทรัพย์ไพศาล เจ้าของรถโฟลค์ซวาเก้น รวม 3 คัน,นายทรงวิทย์ ลาภพาทรัพย์ไพศาล เจ้าของรถมาสด้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 2 คัน, นายทรงวุฒิ ลาภพาทรัพย์ไพศาล เจ้าของรถมาสด้า โตโยต้า รวม 3 คัน,นายทรงเกียรติ ลาภพาทรัพย์ไพศาล เจ้าของออดี้ นิสสัน แลนโรเวอร์ โตโยต้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 7 คัน ,นางนันทนา ลักษมีเศรษฐ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว นิสสัน แลนโรเวอร์ รวม 3 คัน ,น.ส.อรนัส ลักษมีเศรษฐ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว ฮอนด้า มินิ คูเปอร์ โตโยต้า ซูบารุ โฟลค์ซวาเก้น โรสรอยด์ รวม 14 คัน ,น.ส.อรทัย ลักษมีเศรษฐ เจ้าของรถออดี้ มินิคูเปอร์ นิสสัน โตโยต้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 8 คัน
น.ส.อิงอร ลักษมีเศรษฐ์ เจ้าของออดี้ บีเอ็มดับบลิว นิสสัน มินิคูเปอร์ โตโยต้า รวม 7 คัน ,นายพรชัย ลักษมีเศรษฐ์ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว มินิ คูเปอร์ มาสด้า ไดฮัทสุ แลนโรเวอร์ รวม 7 คัน ,นายพุทธิชัย ลักษมีเศรษฐ เจ้าของเบนซ์ มินิ คูเปอร์ นิสสัน รวม 3 คัน , นายมงคล ลักษมีเศรษฐ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว มาสด้า มินิ คูเปอร์ นิสสัน โตโยต้า โฟลค์สวาเก้น รวม 10 คัน และน.ส.มธิตา ลักษมีเศรษฐ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว เบนซ์ นิสสัน มินิ คูเปอร์ มิสซูบิชิ รวม 10 คัน










